หมวดภาษีM&A Tax → ภาษีในการปรับโครงสร้างธุรกิจและควบรวมกิจการ
🔄 M&A Tax

ภาษีในการปรับโครงสร้างธุรกิจและควบรวมกิจการ

เลือกโครงสร้างธุรกรรมจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่จากชื่อเรียก และตรวจภาษีทุกประเภทก่อนลงนาม

📋 ป.รัษฎากร มาตรา 74, 77/1(8), กฎกระทรวงฯ
คำว่า “ปรับโครงสร้าง” ไม่ใช่สิทธิยกเว้นภาษีในตัวเอง ธุรกรรมที่มีเป้าหมายทางธุรกิจเหมือนกันอาจทำได้ด้วยการขายหุ้น โอนสินทรัพย์ โอนกิจการทั้งหมด หรือควบบริษัท แต่แต่ละวิธีมีผู้เสียภาษี ฐานภาษี เอกสาร และกำหนดเวลาต่างกัน หากเลือกโครงสร้างก่อนทำแผนที่ภาษี อาจพบภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์ภายหลังเมื่อย้อนกลับได้ยากแล้ว
01

เปรียบเทียบรูปแบบธุรกรรมก่อนเลือก

รูปแบบสิ่งที่เปลี่ยนมือประเด็นภาษีหลัก
ขายหุ้นผู้ถือหุ้นเปลี่ยน แต่สินทรัพย์ หนี้ ใบอนุญาต และสัญญายังอยู่ในบริษัทเดิมภาษีอยู่ที่กำไรของผู้ขายหุ้น อากรแสตมป์ของตราสารโอนหุ้น และการตรวจหนี้ภาษีเดิมของบริษัทเป้าหมาย
ขายสินทรัพย์เลือกโอนทรัพย์สิน สัญญา พนักงาน หรือหนี้เป็นรายการผู้ขายอาจรับรู้กำไรจากสินทรัพย์ ต้องแยก VAT ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมตามชนิดทรัพย์
โอนกิจการทั้งหมดโอนองค์ประกอบของกิจการทั้งหมดไปยังผู้รับโอนและดำเนินการเลิกผู้โอนตามเงื่อนไขอาจใช้บทบัญญัติยกเว้นหรือไม่รับรู้กำไรบางรายการได้เมื่อปฏิบัติครบทุกหลักเกณฑ์ แบบแจ้ง และกำหนดเวลา
ควบบริษัทหรือรวมบริษัทสิทธิ หน้าที่ ทรัพย์สิน และหนี้เปลี่ยนตามผลของกฎหมายบริษัทต้องประสานกฎหมายบริษัทกับมาตรา 74 ฐานภาษีของทรัพย์สิน ผลต่อผู้ถือหุ้น และการจดทะเบียนภาษี
โอนกิจการบางส่วนหรือแยกธุรกิจโอนเฉพาะหน่วยธุรกิจหรือทรัพย์สินบางกลุ่มไม่ควรสมมติว่าได้รับยกเว้นเหมือนการโอนกิจการทั้งหมด ต้องตรวจภาษีรายสินทรัพย์และราคาตลาด
02

การโอนกิจการทั้งหมด: เงื่อนไขสำคัญกว่าชื่อสัญญา

แนววินิจฉัยของกรมสรรพากรแสดงให้เห็นว่า การใช้สิทธิสำหรับการโอนกิจการทั้งหมดต้องพิจารณาทั้งทรัพย์สินและหนี้ที่โอน การเลิกบริษัทผู้โอนภายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เกี่ยวข้อง การยื่นแบบแจ้ง และเงื่อนไขของบทกฎหมายแต่ละภาษี การเขียนชื่อสัญญาว่า “Entire Business Transfer” จึงไม่ทำให้ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ

  1. ทำบัญชีรายการทรัพย์สิน หนี้ สัญญา พนักงาน ใบอนุญาต และภาระผูกพันทั้งหมดว่าอะไรโอนหรือไม่โอน
  2. ตรวจเงื่อนไขเกี่ยวกับบริษัทผู้โอน บริษัทผู้รับโอน ผู้ถือหุ้น การออกหุ้นตอบแทน และการเลิกบริษัทให้ตรงกับบทกฎหมายที่ต้องการใช้
  3. กำหนดวันโอน วันจดทะเบียน วันเลิก และวันยื่นแบบภาษีเป็นแผนเดียวกัน เพราะการผิดลำดับหรือพ้นกำหนดอาจทำให้เสียสิทธิ
  4. จัดทำฐานภาษีของสินทรัพย์และหนี้หลังโอน แยกจากมูลค่าทางบัญชีและมูลค่าที่ใช้ในสัญญา
  5. ขอความเห็นเฉพาะกรณีเมื่อข้อเท็จจริงไม่ตรงรูปแบบมาตรฐาน โดยเฉพาะการคงทรัพย์สินหรือหนี้บางรายการไว้กับผู้โอน
📋 กฎหมายองค์กร: สำหรับขั้นตอนทางกฎหมาย — จดทะเบียนแก้ไข, โอนหุ้น, ควบบริษัท — ดูเพิ่มเติมที่ Eksiam Corporate Law
03

แผนที่ภาษีที่ต้องทำรายสินทรัพย์

การวิเคราะห์เฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่พอ ควรทำตารางสำหรับทรัพย์สินและสิทธิแต่ละกลุ่ม โดยระบุผู้โอน ผู้รับโอน ราคาหรือฐานภาษี และภาษีที่อาจเกิดขึ้น

จุดที่มักพลาด: “โอนกิจการ” กับ “ขายทรัพย์สินหลายรายการพร้อมกัน” อาจมีผลภาษีต่างกันมาก ต้องพิสูจน์รูปแบบจากข้อเท็จจริง การดำเนินการ และเอกสาร ไม่ใช่เพียงข้อความในสัญญา
04

เอกสารและลำดับงานก่อนวันโอน

  1. กำหนดวัตถุประสงค์: แยกธุรกิจ ลดหนี้ รับผู้ลงทุน หรือรวมการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้โครงสร้างภาษีขัดกับเหตุผลทางธุรกิจ
  2. ทำ due diligence: ตรวจแบบภาษี หนี้ภาษี การประเมินค้าง ขาดทุนสะสมทางภาษี ภาษีซื้อคงเหลือ และสิทธิส่งเสริมการลงทุน
  3. จัดทำ transaction map: ระบุทุกขั้นตอน วันที่ คู่สัญญา กระแสเงินสด การออกหุ้น และเอกสารที่ต้องลงนาม
  4. ประเมินมูลค่า: มีเหตุผลรองรับราคาทรัพย์สิน หุ้น และรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฐานภาษีที่จะส่งต่อ
  5. ทำ closing checklist: มติผู้ถือหุ้น หนังสือยินยอมเจ้าหนี้ การโอนสัญญา แบบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แบบกรมสรรพากร และการจดทะเบียนทรัพย์สิน
  6. ติดตามหลังโอน: กระทบยอดบัญชี เปิดหรือยกเลิกทะเบียนภาษี ออกเอกสารภาษี และเก็บหลักฐานว่าปฏิบัติครบเงื่อนไขการยกเว้น
05

สัญญาณเตือนว่าต้องทบทวนโครงสร้างใหม่

แหล่งข้อมูลทางราชการ: ข้อหารือกรมสรรพากร กค 0702/7157 เรื่องการโอนกิจการทั้งหมด, ข้อหารือ กค 0702/1131 และ ประกาศเกี่ยวกับหน้าที่ VAT เมื่อโอนกิจการทั้งหมด ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 27 มิถุนายน 2569 ธุรกรรมจริงควรตรวจบทกฎหมายและประกาศที่ใช้บังคับ ณ วันดำเนินการอีกครั้ง

มีคำถามหรือต้องการคำปรึกษาเฉพาะเรื่อง?

ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสถานการณ์ของคุณโดยตรง ส่งข้อมูลเพื่อรับการประเมินเบื้องต้น ไม่มีข้อผูกมัด

โทรปรึกษา 081 654 5922 (+66 81 654 5922) ปรึกษาผ่านฟอร์ม →
แชร์หน้านี้ LINE Facebook
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922