คู่มือภาษีเงินได้นิติบุคคล

บริษัทเสียภาษีเท่าไหร่? ภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดอย่างไร

เปิดบริษัทแล้วต้องเสียภาษีเท่าไหร่ คิดจากยอดขายหรือจากกำไร บริษัทขาดทุนต้องเสียไหม และทำไมต้องยื่นภาษีปีละสองครั้ง บทความนี้อธิบายหลักการภาษีเงินได้นิติบุคคลให้เจ้าของกิจการเข้าใจได้จริง ตั้งแต่ฐานภาษี อัตรา SME รายจ่ายที่หักไม่ได้ ไปจนถึงกำหนดการยื่น

ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีที่บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องเสียจาก “กำไรสุทธิ” ของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี จุดที่เจ้าของกิจการเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุดคือ ภาษีชนิดนี้ไม่ได้คิดจากยอดขายหรือรายได้ แต่คิดจากกำไรที่เหลือหลังหักรายจ่ายที่กฎหมายยอมให้หักแล้ว การเข้าใจตรงนี้เปลี่ยนวิธีวางแผนภาษีของทั้งบริษัทได้เลย

เพราะฐานภาษีคือกำไรสุทธิ “ทางภาษี” ซึ่งอาจไม่เท่ากับกำไรทางบัญชี ความถูกต้องของการบันทึกรายได้–รายจ่าย และการรู้ว่ารายการใดหักได้หรือหักไม่ได้ จึงเป็นหัวใจที่กำหนดว่าบริษัทจะเสียภาษีมากหรือน้อย บทความนี้เรียบเรียงหลักการตามประมวลรัษฎากรให้เข้าใจง่าย พร้อมอัตราภาษีที่ใช้จริงในปัจจุบัน

หัวข้อในบทความ

  1. ใครต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
  2. ฐานภาษีคือ “กำไรสุทธิ” ไม่ใช่รายได้
  3. อัตราภาษี 20% และอัตราพิเศษ SME
  4. รายจ่ายที่หักไม่ได้ (รายจ่ายต้องห้าม)
  5. บริษัทขาดทุน ต้องเสียภาษีไหม
  6. ยื่นภาษีปีละกี่ครั้ง — ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50
  7. ประมาณการครึ่งปีต่ำไป ระวังเงินเพิ่ม
I

ใครต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยหลักคือ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล นอกจากนี้ยังรวมถึงนิติบุคคลต่างประเทศที่เข้ามาประกอบกิจการในไทย หรือมีเงินได้จากแหล่งในประเทศไทย ตามมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร1

สาระสำคัญคือ เมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว กิจการมีสถานะเป็นผู้เสียภาษีแยกต่างหากจากตัวเจ้าของ กำไรของบริษัทจึงถูกคำนวณภาษีในระดับบริษัทก่อน และเมื่อจ่ายกำไรออกมาเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ก็จะมีภาษีในระดับบุคคลอีกชั้นหนึ่ง การวางโครงสร้างให้เหมาะสมจึงมีผลต่อภาระภาษีโดยรวม

II

ฐานภาษีคือ “กำไรสุทธิ” ไม่ใช่รายได้

ภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวณจาก กำไรสุทธิ ซึ่งได้จากรายได้ของกิจการหักด้วยรายจ่ายที่กฎหมายยอมให้หัก โดยต้องคำนวณตาม เกณฑ์สิทธิ คือรับรู้รายได้และรายจ่ายเมื่อสิทธิหรือหน้าที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เมื่อได้รับหรือจ่ายเงินจริง ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 65 และเงื่อนไขการคำนวณในมาตรา 65 ทวิ2

กำไรสุทธิ “ทางภาษี” อาจไม่เท่ากับกำไร “ทางบัญชี” เพราะกฎหมายภาษีมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา การรับรู้รายได้ และรายจ่ายบางประเภทที่บัญชีลงได้แต่ภาษีไม่ยอมให้หัก จึงต้องมีการ “ปรับปรุงกำไรทางบัญชีให้เป็นกำไรทางภาษี” ก่อนคำนวณภาษี

ด้วยเหตุนี้ บริษัทที่มียอดขายสูงแต่มีต้นทุนและรายจ่ายที่หักได้มาก อาจมีกำไรสุทธิและภาษีไม่มาก ในทางกลับกัน บริษัทที่มีรายจ่ายจำนวนมากแต่เป็น “รายจ่ายต้องห้าม” ที่หักไม่ได้ ก็อาจต้องเสียภาษีสูงกว่าที่คาด การจัดทำเอกสารและการจำแนกรายจ่ายให้ถูกต้องจึงสำคัญมาก

ภาษีนิติบุคคลคิดจาก “กำไร” ไม่ใช่ “ยอดขาย” — และกำไรทางภาษีก็ไม่เท่ากับกำไรทางบัญชีเสมอไป
III

อัตราภาษี 20% และอัตราพิเศษ SME

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยทั่วไปอยู่ที่ ร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ อย่างไรก็ดี บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าเงื่อนไขเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จะได้รับ อัตราภาษีแบบขั้นบันได ที่เบากว่า3

เงื่อนไขการเป็น SME เพื่อสิทธิอัตราภาษี

เมื่อเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อ อัตราภาษีที่ใช้จะเป็นแบบขั้นบันไดตามช่วงกำไรสุทธิ ดังนี้

กำไรสุทธิต่อรอบบัญชีอัตราภาษี (SME)อัตราภาษี (บริษัททั่วไป)
0 – 300,000 บาทยกเว้น (0%)20%
300,001 – 3,000,000 บาท15%20%
เกิน 3,000,000 บาท20%20%

จะเห็นว่าการเป็น SME ตามเงื่อนไขข้างต้นช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกิจการที่กำไรยังไม่สูง การรักษาคุณสมบัติให้อยู่ในเกณฑ์ SME และการวางแผนกำไรสุทธิให้เหมาะสม จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นรอบบัญชี ไม่ใช่มาคิดตอนสิ้นปี

IV

รายจ่ายที่หักไม่ได้ (รายจ่ายต้องห้าม)

แม้จะเป็นรายจ่ายที่บริษัทจ่ายจริง แต่กฎหมายกำหนดรายจ่ายบางประเภทที่ ห้ามนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ ไว้ในมาตรา 65 ตรี4 การเข้าใจรายการเหล่านี้ช่วยให้บริษัทไม่ถูกประเมินภาษีเพิ่มภายหลัง ตัวอย่างรายจ่ายต้องห้ามที่พบบ่อย ได้แก่

ในทางปฏิบัติ ข้อพิพาทภาษีจำนวนมากเกิดจากการที่กิจการนำรายจ่ายต้องห้ามมาหัก หรือมีเอกสารประกอบไม่เพียงพอ การจัดระบบเอกสารและจำแนกรายจ่ายให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด รายละเอียดว่ารายจ่ายใดหักได้เต็มจำนวนหรือหักได้เพิ่มเป็นพิเศษ สามารถศึกษาต่อได้ในคู่มือค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้

V

บริษัทขาดทุน ต้องเสียภาษีไหม

คำถามยอดนิยมของเจ้าของกิจการคือ หากบริษัทขาดทุนจะต้องเสียภาษีหรือไม่ คำตอบคือ หากรอบบัญชีนั้น ไม่มีกำไรสุทธิ ก็ไม่มีภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระ แต่บริษัทยังคง มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน ตามกำหนดเวลาอยู่ดี การขาดทุนไม่ได้ยกเว้นหน้าที่ยื่นแบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ผลขาดทุนไม่ได้สูญเปล่า เพราะกฎหมายให้ นำผลขาดทุนสุทธิยกไปหักกำไรของรอบบัญชีถัดไปได้ไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชี5 ดังนั้นบริษัทที่ขาดทุนในช่วงเริ่มต้นแล้วมีกำไรในปีต่อ ๆ มา จึงสามารถใช้ผลขาดทุนสะสมนั้นลดกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีในอนาคตได้ การจัดทำบัญชีให้ถูกต้องและยื่นแบบทุกปีจึงสำคัญ เพราะเป็นการรักษาสิทธิใช้ผลขาดทุนนี้ไว้

VI

ยื่นภาษีปีละกี่ครั้ง — ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50

บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ปีละสองครั้ง ต่อหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี

แบบคืออะไรกำหนดยื่น
ภ.ง.ด.51ภาษีครึ่งรอบบัญชี คำนวณจากประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี (โดยทั่วไปเสียภาษีครึ่งหนึ่งของประมาณการ)ภายใน 2 เดือนนับแต่วันครบกึ่งรอบระยะเวลาบัญชี
ภ.ง.ด.50ภาษีเต็มรอบบัญชี คำนวณจากกำไรสุทธิจริง พร้อมงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

การยื่น ภ.ง.ด.51 เป็นไปตามมาตรา 67 ทวิ ส่วน ภ.ง.ด.50 เป็นไปตามมาตรา 68 และมาตรา 696 สำหรับรอบบัญชีปกติที่เริ่ม 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 จะตกราวสิ้นเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป ภาษีที่ชำระตอนครึ่งปีจาก ภ.ง.ด.51 สามารถนำมาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีเต็มปีได้ จึงไม่ใช่การเสียภาษีซ้ำซ้อน

VII

ประมาณการครึ่งปีต่ำไป ระวังเงินเพิ่ม

จุดที่หลายบริษัทพลาดคือการประมาณการกำไรสุทธิสำหรับ ภ.ง.ด.51 ต่ำเกินจริง เพราะกฎหมายกำหนดว่า หากประมาณการกำไรสุทธิ ขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทต้องเสีย เงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาดในส่วนครึ่งรอบบัญชี ตามมาตรา 67 ตรี7

ในทางปฏิบัติ การประมาณการจึงควรอิงกับผลประกอบการจริงและแนวโน้มของกิจการอย่างรอบคอบ ไม่ควรตั้งตัวเลขต่ำเพื่อเลื่อนการชำระ เพราะเงินเพิ่มที่ตามมาอาจมากกว่าประโยชน์ที่ได้ หากไม่แน่ใจว่าควรประมาณการเท่าใด การหารือกับผู้เชี่ยวชาญก่อนถึงกำหนดครึ่งปีจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก

โดยรวมแล้ว ภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเข้าใจหลักการและจัดระบบเอกสารไว้ดี การวางแผนตั้งแต่ต้นรอบบัญชี ทั้งเรื่องอัตรา SME การจำแนกรายจ่าย และการประมาณการครึ่งปี คือกุญแจที่ทำให้บริษัทเสียภาษีอย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุดเท่าที่กฎหมายเปิดให้

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลเท่าไหร่?

อัตราปกติร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ ส่วน SME (ทุนชำระแล้ว ≤ 5 ล้าน และรายได้ ≤ 30 ล้าน/รอบบัญชี) ได้อัตราพิเศษ คือ กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้น, 300,001–3,000,000 บาทเสีย 15%, ส่วนเกิน 3,000,000 บาทเสีย 20%

ภาษีนิติบุคคลคิดจากรายได้หรือกำไร?

คิดจากกำไรสุทธิ ไม่ใช่รายได้ โดยกำไรสุทธิ = รายได้ − รายจ่ายที่กฎหมายยอมให้หัก ตาม ม.65, 65 ทวิ และรายจ่ายต้องห้าม ม.65 ตรี

บริษัทขาดทุนต้องเสียภาษีนิติบุคคลไหม?

รอบบัญชีที่ไม่มีกำไรสุทธิก็ไม่มีภาษีที่ต้องชำระ แต่ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงิน และผลขาดทุนยกไปหักกำไรรอบถัดไปได้ไม่เกิน 5 รอบบัญชี

บริษัทต้องยื่นภาษีปีละกี่ครั้ง?

ปีละสองครั้ง คือ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งรอบบัญชี ยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่ครบกึ่งรอบบัญชี) และ ภ.ง.ด.50 (เต็มรอบบัญชี ยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบบัญชี พร้อมงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรอง)

ประมาณการกำไร ภ.ง.ด.51 ต่ำไปมีปัญหาไหม?

หากประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกิน 25% ของกำไรจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาดในส่วนครึ่งรอบบัญชี จึงควรประมาณการอย่างรอบคอบ

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

ค่าใช้จ่ายที่หักภาษีได้ของบริษัทเจาะรายจ่ายที่หักได้และหักได้เพิ่มเป็นพิเศษ ประมาณการภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 อย่างไรไม่ให้โดนเงินเพิ่มวิธีตั้งประมาณการให้ปลอดภัย สิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับ SMEรักษาคุณสมบัติเพื่ออัตราภาษีที่เบากว่า ต้องจด VAT ตอนไหน รายได้เท่าไหร่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการที่โต บริการจดทะเบียนและยื่นภาษีครบวงจรดูแลบัญชี ภ.ง.ด.51/50 และงบการเงินแทนท่าน

อยากรู้ว่าบริษัทของท่านวางแผนภาษีให้เบาลงได้แค่ไหน?

ส่งข้อมูลผลประกอบการและโครงสร้างกิจการมาให้เราช่วยดูได้เลยนะครับบ เราจะช่วยประเมินอัตราภาษีที่เหมาะสม ตรวจการจำแนกรายจ่าย วางแผนอัตรา SME และดูแลการยื่น ภ.ง.ด.51/50 ให้ครบถ้วนตรงเวลา ด้วยประสบการณ์ดูแลงานภาษีและคดีภาษีมากว่า 25 ปี ทุกการปรึกษาเป็นความลับ

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 ขอคำปรึกษา
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

  1. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมถึงนิติบุคคลต่างประเทศ — ประมวลรัษฎากร มาตรา 66 (ประกอบนิยาม “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล” ในมาตรา 39)
  2. ฐานภาษีกำไรสุทธิตามเกณฑ์สิทธิ และเงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ — มาตรา 65 และ มาตรา 65 ทวิ
  3. อัตราภาษีร้อยละ 20 และอัตราพิเศษสำหรับ SME (ยกเว้น 300,000 บาทแรก / 15% / 20%) — บัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 ประกอบพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
  4. รายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ — มาตรา 65 ตรี
  5. ผลขาดทุนสุทธิยกไปหักได้ไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชี — มาตรา 65 ตรี (12)
  6. การยื่นภาษีครึ่งรอบบัญชี (ภ.ง.ด.51) — มาตรา 67 ทวิ · การยื่นภาษีเต็มรอบบัญชี (ภ.ง.ด.50) พร้อมงบการเงินภายใน 150 วัน — มาตรา 68 และ มาตรา 69
  7. เงินเพิ่มกรณีประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินร้อยละ 25 โดยไม่มีเหตุอันสมควร (เงินเพิ่มร้อยละ 20 ของภาษีที่ชำระขาด) — มาตรา 67 ตรี
คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล อัตราที่ใช้ และสิทธิประโยชน์ของแต่ละกิจการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารเป็นรายกรณี ภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922