แยกประเภทเงินได้ ตรวจสิทธิเครดิต และเปรียบเทียบผลภาษีก่อนเลือกวิธียื่น
📋 ป.รัษฎากร มาตรา 40(4), 47 ทวิ| เงินได้ | การหักภาษีที่พบบ่อย | สิ่งที่ต้องตรวจเพิ่ม |
|---|---|---|
| เงินปันผลจากบริษัทไทยที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา | โดยทั่วไปหัก ณ ที่จ่าย 10% | แหล่งกำไร อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัท และสิทธิเครดิตตามมาตรา 47 ทวิ |
| ดอกเบี้ยเงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ | หลายกรณีหัก ณ ที่จ่าย 15% | ประเภทบัญชีหรือผลิตภัณฑ์ ข้อยกเว้น ผู้จ่าย และสถานะของผู้รับเงิน |
| เงินปันผลหรือดอกเบี้ยจากต่างประเทศ | อาจมีภาษีต่างประเทศหักไว้ | ถิ่นที่อยู่ทางภาษี ปีที่เกิดเงินได้ การนำเงินเข้าประเทศ อนุสัญญาภาษีซ้อน และหลักฐานเครดิตภาษีต่างประเทศ |
| ผลตอบแทนที่ชื่อทางการค้าไม่ใช่ “ดอกเบี้ย” | ขึ้นกับสาระของตราสารและคู่สัญญา | ต้องอ่านเงื่อนไขผลิตภัณฑ์ ไม่ตัดสินจากชื่อรายการในใบแจ้งยอดเพียงอย่างเดียว |
เงินปันผลจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยอาจมีสิทธิเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิสำหรับผู้มีเงินได้ที่มีภูมิลำเนาหรือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ต้องตรวจแหล่งกำไรและเงื่อนไขของเงินปันผลก่อน เพราะเงินปันผลบางประเภทอาจไม่มีสิทธิเครดิต
สูตรทั่วไปที่กรมสรรพากรเผยแพร่คือ เงินปันผล × อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ÷ (100 − อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล) เมื่อเลือกนำเงินปันผลมารวมคำนวณ ต้องนำเครดิตภาษีมารวมเป็นเงินได้ด้วย แล้วจึงใช้เครดิตหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ตอนสิ้นปี
การเลือกใช้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายหรือการนำเงินได้มารวมคำนวณ ต้องพิจารณาตามสิทธิของเงินได้แต่ละประเภทและเปรียบเทียบผลทั้งแบบ ไม่ควรสรุปว่าอัตราภาษีขั้นสูงของผู้มีเงินได้มากกว่า 10% หรือ 15% แล้วการไม่รวมจะดีกว่าเสมอ เพราะเครดิตภาษีเงินปันผล ค่าลดหย่อน และองค์ประกอบอื่นอาจเปลี่ยนผลลัพธ์
แหล่งข้อมูลทางราชการ: กรมสรรพากร — ประเภทเงินได้ที่ต้องเสียภาษี, เงินปันผลและเครดิตภาษี และ เอกสารอบรมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 27 มิถุนายน 2569 ผลภาษีจริงขึ้นอยู่กับสถานะผู้เสียภาษี แหล่งเงินได้ และกฎหมายของปีภาษีนั้น
ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสถานการณ์ของคุณโดยตรง ส่งข้อมูลเพื่อรับการประเมินเบื้องต้น ไม่มีข้อผูกมัด