หน้าแรก · หมวดภาษี · ภาษีระหว่างประเทศ
คู่มือภาษีระหว่างประเทศ

อนุสัญญาภาษีซ้อนของไทย คืออะไร และใช้ประโยชน์อย่างไร

เมื่อบุคคลหรือธุรกิจมีเงินได้ข้ามพรมแดน เงินได้รายการเดียวอาจถูกเก็บภาษีทั้งในประเทศแหล่งเงินได้และประเทศถิ่นที่อยู่ อนุสัญญาภาษีซ้อนคือกลไกที่แบ่งสิทธิการจัดเก็บและขจัดภาระซ้ำซ้อนนี้ บทความนี้อธิบายหลักการสำคัญและการใช้สิทธิอย่างถูกต้อง

ในโลกที่การค้า การลงทุน และการทำงานข้ามพรมแดนเป็นเรื่องปกติ เงินได้รายการเดียวอาจตกอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีถึงสองประเทศ คือประเทศที่เป็นแหล่งเงินได้ และประเทศที่ผู้รับเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ ภาระภาษีซ้ำซ้อนเช่นนี้เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน หรือที่เรียกกันว่า "อนุสัญญาภาษีซ้อน" (Double Taxation Agreement: DTA) จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้

ปัจจุบันประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนที่มีผลใช้บังคับกับ กว่า 60 ประเทศ ครอบคลุมคู่ค้าและประเทศปลายทางการลงทุนสำคัญ บทความนี้อธิบายว่าอนุสัญญาภาษีซ้อนทำงานอย่างไร แบ่งสิทธิการจัดเก็บภาษีอย่างไร และผู้เสียภาษีจะใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างถูกต้องอย่างไร

หัวข้อในบทความ

  1. อนุสัญญาภาษีซ้อนคืออะไร และมีผลในไทยอย่างไร
  2. หลักถิ่นที่อยู่ แหล่งเงินได้ และ Tie-breaker Rules
  3. การแบ่งสิทธิจัดเก็บภาษีเงินได้แต่ละประเภท
  4. วิธีขจัดภาษีซ้อน: เครดิตและยกเว้น
  5. การใช้สิทธิ: หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่
  6. ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ
I

อนุสัญญาภาษีซ้อนคืออะไร และมีผลในไทยอย่างไร

อนุสัญญาภาษีซ้อนเป็นความตกลงระหว่างรัฐบาลสองประเทศ มีวัตถุประสงค์หลักสองประการ คือ การขจัดการเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากเงินได้รายการเดียวกัน และการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรระหว่างประเทศ อนุสัญญาจะกำหนดว่าเงินได้แต่ละประเภทประเทศใดมีสิทธิจัดเก็บ และจัดเก็บได้ในอัตราเท่าใด

ในประเทศไทย อนุสัญญาภาษีซ้อนที่ลงนามและให้สัตยาบันแล้วจะมีผลใช้บังคับโดย พระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา 3 แห่งประมวลรัษฎากร1 ซึ่งให้อำนาจยกเว้นหรือลดภาษีตามพันธกรณีในอนุสัญญา ดังนั้นเมื่อมีข้อความใดในอนุสัญญาที่ให้สิทธิประโยชน์ ผู้เสียภาษีย่อมอ้างสิทธิตามอนุสัญญานั้นได้

อนุสัญญาภาษีซ้อนมิได้สร้างภาษีใหม่ แต่ "แบ่งสิทธิ" การจัดเก็บระหว่างสองประเทศ เพื่อมิให้เงินได้เดียวถูกเก็บภาษีซ้ำ
II

หลักถิ่นที่อยู่ แหล่งเงินได้ และ Tie-breaker Rules

การจัดเก็บภาษีเงินได้ตั้งอยู่บนหลักสองประการ คือ หลักแหล่งเงินได้ (ประเทศที่เงินได้เกิดขึ้นมีสิทธิเก็บ) และ หลักถิ่นที่อยู่ (ประเทศที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่มีสิทธิเก็บจากเงินได้ทั่วโลก) สำหรับประเทศไทย บุคคลที่อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษีถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่2

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อบุคคลหนึ่งอาจถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ของทั้งสองประเทศพร้อมกัน อนุสัญญาจึงกำหนด กฎการตัดสินถิ่นที่อยู่ (Tie-breaker Rules) เพื่อชี้ขาดว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ของประเทศใดเพียงประเทศเดียวเพื่อประโยชน์ตามอนุสัญญา โดยพิจารณาตามลำดับ เช่น ที่อยู่ถาวร ศูนย์กลางผลประโยชน์ในชีวิต ที่อยู่ประจำ และสัญชาติ

III

การแบ่งสิทธิจัดเก็บภาษีเงินได้แต่ละประเภท

อนุสัญญาภาษีซ้อนแบ่งสิทธิการจัดเก็บตามประเภทเงินได้ ตัวอย่างหลักการที่พบในอนุสัญญาส่วนใหญ่ ได้แก่

เนื่องจากสิทธิและอัตราในแต่ละประเภทเงินได้แตกต่างกันในแต่ละอนุสัญญา การวางแผนธุรกรรมข้ามประเทศจึงต้องพิจารณาอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ

IV

วิธีขจัดภาษีซ้อน: เครดิตและยกเว้น

เมื่อทั้งสองประเทศมีสิทธิจัดเก็บ อนุสัญญาจะกำหนดวิธีขจัดภาษีซ้อนในประเทศถิ่นที่อยู่ โดยทั่วไปมีสองวิธี คือ วิธีเครดิตภาษี (Credit Method) ซึ่งให้นำภาษีที่ชำระในต่างประเทศมาหักจากภาษีที่ต้องเสียในประเทศถิ่นที่อยู่ และ วิธียกเว้น (Exemption Method) ซึ่งยกเว้นไม่นำเงินได้นั้นมาเก็บภาษีอีก

ประเทศไทยโดยหลักใช้ วิธีเครดิตภาษี3 กล่าวคือ ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยที่ถูกเก็บภาษีจากเงินได้ในต่างประเทศแล้ว สามารถนำภาษีที่ชำระในต่างประเทศมาเครดิตหักจากภาษีไทยได้ แต่ไม่เกินจำนวนภาษีไทยที่คำนวณจากเงินได้นั้น ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขของอนุสัญญาแต่ละฉบับ

V

การใช้สิทธิ: หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่

การจะใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญา ผู้เสียภาษีโดยทั่วไปต้องพิสูจน์ว่าตนเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของประเทศใดประเทศหนึ่ง เอกสารสำคัญคือ หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence หรือ RO Certificate)4 ซึ่งออกโดยหน่วยงานภาษีของประเทศถิ่นที่อยู่ เพื่อแสดงต่อประเทศแหล่งเงินได้ในการขอลดหรือยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญา

สำหรับผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยที่ต้องการใช้สิทธิในต่างประเทศ สามารถขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่จากกรมสรรพากรได้ การเตรียมเอกสารและการยื่นคำขออย่างถูกต้องช่วยให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่น

VI

ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ

แม้อนุสัญญาภาษีซ้อนจะให้สิทธิประโยชน์ แต่การใช้สิทธิต้องอาศัยความรอบคอบ เนื่องจาก อนุสัญญาแต่ละฉบับมีรายละเอียดและอัตราที่แตกต่างกัน การพิจารณาต้องดูอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ มิใช่อ้างหลักการทั่วไป นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ เช่น การมีสถานประกอบการถาวร เงื่อนไขความเป็นเจ้าของผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Owner) และการตีความถ้อยคำในอนุสัญญา การวางแผนและการใช้สิทธิจึงควรดำเนินการภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศ

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

อนุสัญญาภาษีซ้อนคืออะไร?

ความตกลงระหว่างสองประเทศเพื่อขจัดการเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากเงินได้รายการเดียวกันและป้องกันการเลี่ยงภาษี โดยแบ่งสิทธิการจัดเก็บระหว่างประเทศแหล่งเงินได้กับประเทศถิ่นที่อยู่ ปัจจุบันไทยมีกับกว่า 60 ประเทศ

จะใช้สิทธิตามอนุสัญญาต้องทำอย่างไร?

โดยทั่วไปต้องพิสูจน์ถิ่นที่อยู่ทางภาษีด้วยหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ และพิจารณาเงื่อนไขของอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี เพราะแต่ละฉบับมีรายละเอียดและอัตราต่างกัน

เคยเสียภาษีในต่างประเทศแล้วใช้เครดิตในไทยได้ไหม?

ได้ตามเงื่อนไขของอนุสัญญา โดยทั่วไปไทยใช้วิธีเครดิตภาษี คือนำภาษีที่ชำระในต่างประเทศมาหักจากภาษีไทยได้ไม่เกินจำนวนภาษีไทยที่คำนวณจากเงินได้นั้น

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

มีรายได้จากต่างประเทศแล้วนำเข้าไทย ต้องเสียภาษีไหมกฎใหม่ ป.161/162 และการใช้เครดิต DTA สถานประกอบการถาวร (PE) คืออะไรเกณฑ์ที่ทำให้ธุรกิจต่างชาติเสียภาษีในไทย บริการภาษีระหว่างประเทศDTA · Transfer Pricing · PE · RO Certificate

มีธุรกรรมข้ามประเทศและต้องการใช้สิทธิตามอนุสัญญา?

เล่าลักษณะเงินได้และประเทศที่เกี่ยวข้องให้เราฟังก่อนได้เลยนะครับบ เราจะช่วยวิเคราะห์อนุสัญญาฉบับที่ใช้ การลดภาษีหัก ณ ที่จ่าย การใช้เครดิตภาษี และการขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศและประสบการณ์กว่า 25 ปี

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 ขอคำปรึกษา
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

บทบัญญัติและที่มาที่เกี่ยวข้อง

  1. อนุสัญญาภาษีซ้อนมีผลใช้บังคับในไทยโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความใน มาตรา 3 แห่งประมวลรัษฎากร
  2. หลักถิ่นที่อยู่ของผู้มีเงินได้ (อยู่ในไทยถึง 180 วันในปีภาษี) — ประมวลรัษฎากร มาตรา 41
  3. การขจัดภาษีซ้อนด้วยวิธีเครดิตภาษี ตามที่อนุสัญญาและพระราชกฤษฎีกา/ประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด
  4. หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence) ออกตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรเพื่อใช้สิทธิตามอนุสัญญา
คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย การใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนต้องพิจารณาอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้องและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922