มาตรา 40(2) คือเงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ซึ่งหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ร้อยละ 50 แต่เมื่อรวมกับเงินได้ตามมาตรา 40(1) แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 42 ทวิ) ขณะที่มาตรา 40(6) คือเงินได้จากวิชาชีพอิสระ ได้แก่ วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และประณีตศิลปกรรม ซึ่งหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ร้อยละ 60 สำหรับการประกอบโรคศิลปและประณีตศิลปกรรม และร้อยละ 30 สำหรับวิชาชีพอิสระอื่น โดยไม่มีเพดานเป็นจำนวนเงิน หรือหักตามความจำเป็นและสมควรเมื่อพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น (พระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 11 มาตรา 6 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 803 ใช้บังคับตั้งแต่เงินได้ปีภาษี 2568)
เมื่อรายได้ฟรีแลนซ์เกินปีละ 1.8 ล้านบาท การจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดมักให้ภาระภาษีรวมต่ำกว่า เพราะอัตราภาษีนิติบุคคลสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 20 ขณะที่อัตราสูงสุดของบุคคลธรรมดาอยู่ที่ร้อยละ 35 แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนการดำเนินงานของนิติบุคคลด้วย
ฟรีแลนซ์ที่เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงต้องมีเอกสารรายจ่ายที่ชัดเจน เช่น ใบเสร็จค่าซอฟต์แวร์ ค่าอุปกรณ์ทำงาน ค่าเช่าพื้นที่ทำงาน และค่าบริการที่เกี่ยวกับอาชีพ โดยรายจ่ายส่วนตัวไม่สามารถนำมาหักได้แม้จะเกี่ยวข้องกับงานโดยอ้อม
แจ้งประเด็นที่ต้องการให้พิจารณา พร้อมหนังสือจากหน่วยงานหรือกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) สำนักงานจะแจ้งว่าต้องใช้ข้อมูลใดเพิ่ม และแจ้งขอบเขตงานกับค่าบริการก่อนเริ่มงาน