โดยหลักการภาษีระหว่างประเทศ ประเทศหนึ่งจะมีสิทธิเก็บภาษีจากกำไรธุรกิจของวิสาหกิจต่างชาติได้ ก็ต่อเมื่อวิสาหกิจนั้นมีความเกี่ยวพันกับประเทศนั้นในระดับที่มากพอ เกณฑ์ที่ใช้วัดระดับความเกี่ยวพันนี้เองคือ "สถานประกอบการถาวร" หรือ Permanent Establishment ซึ่งมักเรียกย่อว่า PE
แนวคิดเรื่อง PE เป็นหัวใจของอนุสัญญาภาษีซ้อน และเป็นประเด็นที่ธุรกิจข้ามชาติมักมองข้ามจนเกิดภาระภาษีโดยไม่คาดคิด บทความนี้อธิบายว่า PE คืออะไร มีกี่ประเภท และเหตุใดจึงสำคัญต่อภาระภาษีในประเทศไทย
สารบัญ
สถานประกอบการถาวรคืออะไร
สถานประกอบการถาวร (PE) คือเกณฑ์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน1 ที่ใช้ชี้ว่าวิสาหกิจต่างชาติมีความเกี่ยวพันกับประเทศหนึ่งมากพอที่ประเทศนั้นจะมีสิทธิเก็บภาษีจากกำไรธุรกิจของวิสาหกิจดังกล่าว โดยทั่วไปหมายถึง "สถานที่ประกอบการประจำ" ที่วิสาหกิจใช้ดำเนินธุรกิจทั้งหมดหรือบางส่วน
หลักการสำคัญคือ ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ประเทศแหล่งเงินได้จะเก็บภาษีจากกำไรธุรกิจของวิสาหกิจต่างชาติได้ ก็ต่อเมื่อวิสาหกิจนั้นมี PE ในประเทศนั้น หากไม่มี PE กำไรธุรกิจนั้นจะเสียภาษีเฉพาะในประเทศถิ่นที่อยู่ของวิสาหกิจเท่านั้น แนวคิด PE จึงเป็น "เส้นแบ่ง" ที่ชี้ว่าเมื่อใดประเทศไทยมีสิทธิเก็บภาษีจากธุรกิจต่างชาติ
4 ประเภทของสถานประกอบการถาวร
แม้รายละเอียดจะต่างกันในแต่ละอนุสัญญา แต่โดยทั่วไป PE แบ่งได้เป็นสี่ลักษณะ
| ประเภท | ลักษณะโดยสรุป |
|---|---|
| สถานประกอบการประจำ (Fixed Place PE) | มีสถานที่ประจำที่ใช้ดำเนินธุรกิจ เช่น สำนักงาน สาขา โรงงาน คลังสินค้า หรือสถานที่บริหารงาน |
| สถานที่ก่อสร้าง (Construction PE) | โครงการก่อสร้าง ติดตั้ง หรือประกอบ ที่ดำเนินการในประเทศนั้นเกินกว่าระยะเวลาที่อนุสัญญากำหนด |
| การให้บริการ (Service PE) | การให้บริการในประเทศนั้นโดยพนักงานหรือบุคลากร เกินกว่าจำนวนวันที่อนุสัญญากำหนดภายในช่วงเวลาหนึ่ง |
| ตัวแทน (Agency PE) | การมีตัวแทนที่ไม่เป็นอิสระซึ่งมีอำนาจทำสัญญาในนามของวิสาหกิจ และใช้อำนาจนั้นเป็นปกติในประเทศนั้น |
ระยะเวลาและเงื่อนไขเฉพาะ เช่น จำนวนเดือนของโครงการก่อสร้าง หรือจำนวนวันของการให้บริการ เป็นไปตามอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้อง จึงต้องพิจารณาอนุสัญญาระหว่างไทยกับประเทศของวิสาหกิจนั้นโดยเฉพาะ ตัวอย่างเกณฑ์วันของการให้บริการในอนุสัญญาไทย–สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮ่องกง อยู่ในบทความ Service PE: เกณฑ์วันให้บริการตามอนุสัญญาภาษีซ้อน
ผลทางภาษีเมื่อมี PE ในประเทศไทย
เมื่อวิสาหกิจต่างชาติถือว่ามีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย กำไรเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ PE นั้นจะตกอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ในทางกฎหมายภายใน ประมวลรัษฎากรกำหนดว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งกระทำกิจการในประเทศไทย มีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิที่เกิดจากกิจการในไทย2
ผลที่ตามมาคือวิสาหกิจต่างชาติต้องจดทะเบียน ยื่นแบบ และเสียภาษีในส่วนของกิจการในไทย รวมถึงต้องจัดทำบัญชีและเอกสารเพื่อแสดงการปันส่วนกำไรที่เกี่ยวข้องกับ PE อย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งอนุสัญญาและกฎหมายภายใน
ตัวอย่างที่มักเกิด PE โดยไม่ตั้งใจ
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจต่างชาติจำนวนมากเกิด PE ในประเทศไทยโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น
- การส่งพนักงานเข้ามาให้บริการหรือดูแลโครงการในไทยเป็นระยะเวลานานเกินเกณฑ์ที่อนุสัญญากำหนด
- การมีพนักงานหรือตัวแทนในไทยที่เจรจาและทำสัญญาในนามของบริษัทแม่เป็นปกติ
- การมีสำนักงานหรือสถานที่ในไทยที่ทำหน้าที่เกินกว่ากิจกรรมเตรียมการหรือสนับสนุน
- โครงการก่อสร้างหรือติดตั้งที่ใช้เวลาดำเนินการในไทยเกินระยะเวลาที่กำหนด
กรณีเหล่านี้อาจนำไปสู่การถูกประเมินภาษีย้อนหลังจากกำไรที่เกี่ยวข้อง พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม การประเมินความเสี่ยง PE ตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินกิจกรรมในไทยจึงสำคัญมาก
การบริหารความเสี่ยงด้าน PE
การบริหารความเสี่ยงด้านสถานประกอบการถาวรเริ่มจากการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงของกิจกรรมที่จะดำเนินในประเทศไทย เทียบกับเกณฑ์ของอนุสัญญาฉบับที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินว่ากิจกรรมนั้นจะก่อให้เกิด PE หรือไม่ และหากเกิด ควรวางโครงสร้างการดำเนินงาน การทำสัญญา และการจัดสรรหน้าที่อย่างไรให้สอดคล้องกับกฎหมายและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น การวิเคราะห์นี้เป็นงานเฉพาะทางที่ควรดำเนินการภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศ
สรุปสาระสำคัญ
- สถานประกอบการถาวร (PE) คือเกณฑ์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ชี้ว่าเมื่อใดประเทศแหล่งเงินได้มีสิทธิเก็บภาษีจากกำไรธุรกิจต่างชาติ
- โดยทั่วไปแบ่งเป็น 4 ประเภท: สถานประกอบการประจำ ก่อสร้าง การให้บริการ และตัวแทน
- เมื่อมี PE ในไทย กำไรส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทย
- ธุรกิจต่างชาติมักเกิด PE โดยไม่ตั้งใจจากการส่งพนักงานหรือมีตัวแทนทำสัญญาในไทย
- การประเมินความเสี่ยง PE ล่วงหน้าช่วยป้องกันการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Permanent Establishment (PE) คืออะไร?
Permanent Establishment (PE) หรือสถานประกอบการถาวร คือเกณฑ์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ใช้ชี้ว่าวิสาหกิจต่างชาติมีความเกี่ยวพันกับประเทศหนึ่งมากพอที่ประเทศนั้นจะมีสิทธิเก็บภาษีจากกำไรธุรกิจของวิสาหกิจนั้น โดยทั่วไปหมายถึงสถานที่ประกอบการประจำที่วิสาหกิจใช้ดำเนินธุรกิจทั้งหมดหรือบางส่วน หากไม่มี PE กำไรธุรกิจนั้นเสียภาษีเฉพาะในประเทศถิ่นที่อยู่ของวิสาหกิจ
PE มีกี่ประเภท?
โดยทั่วไปแบ่งได้ 4 ลักษณะ คือ สถานประกอบการประจำ (fixed place PE) สถานที่ก่อสร้าง (construction PE) การให้บริการ (service PE) และตัวแทนที่ไม่เป็นอิสระซึ่งทำสัญญาในนามวิสาหกิจเป็นปกติ (agency PE) ระยะเวลาและเงื่อนไขของแต่ละลักษณะเป็นไปตามอนุสัญญาภาษีซ้อนฉบับที่ไทยทำกับประเทศของวิสาหกิจนั้น
ถ้าธุรกิจต่างชาติมี PE ในไทยจะเกิดอะไรขึ้น?
กำไรเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ PE ในไทยต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยตามอนุสัญญาภาษีซ้อนและประมวลรัษฎากร มาตรา 66 วรรคสอง วิสาหกิจต้องยื่นรายการ เสียภาษี และจัดทำบัญชีแสดงกำไรของกิจการในไทย ถ้าไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิได้ ให้นำวิธีประเมินตามมาตรา 71 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
บริษัทต่างชาติต้องเสียภาษีในไทยเมื่อใด?
ประมวลรัษฎากร มาตรา 66 ให้บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในประเทศไทยเสียภาษีจากกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทย และมาตรา 76 ทวิ ให้ถือว่าบริษัทต่างประเทศที่มีลูกจ้าง ผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อในไทยซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในไทย เป็นผู้ประกอบกิจการในประเทศไทย ถ้าประเทศของบริษัทมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทย ไทยเก็บภาษีจากกำไรธุรกิจได้เฉพาะเมื่อบริษัทมีสถานประกอบการถาวรในไทย เมื่อสาขาส่งกำไรหลังภาษีกลับไปสำนักงานใหญ่ ยังมีภาษีจำหน่ายเงินกำไรร้อยละ 10 ตามมาตรา 70 ทวิ ซึ่งอธิบายไว้ในบทความ มาตรา 70 ทวิ คืออะไร