30 วันที่สำคัญที่สุด: จากหนังสือแจ้งประเมินถึงคณะกรรมการอุทธรณ์
📋 ป.รัษฎากร มาตรา 30, 33, 87 ทวิกระบวนการอุทธรณ์ภาษีเริ่มต้นจริงตั้งแต่ขั้นตอน การตรวจสอบ (Audit) ซึ่งมักเริ่มด้วยหนังสือเรียกตรวจสอบเอกสาร (หนังสือ สห.2 หรือหนังสือขอความร่วมมือ) เพื่อขอเอกสารบัญชีและภาษีย้อนหลัง 5 ปี
ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพราะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการ ชี้แจงข้อเท็จจริง และ นำเสนอหลักฐาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะออกหนังสือแจ้งประเมิน หากเอกสารชี้แจงมีน้ำหนักเพียงพอ อาจหลีกเลี่ยงการออกใบประเมินได้ทั้งหมด การมีทนายความภาษีเข้าร่วมกระบวนการตั้งแต่ขั้นนี้จึงให้ผลดีที่สุดในทางปฏิบัติ
เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน (ใบแจ้งการประเมิน) ควรตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้ทันที
ตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินต้องยื่นอุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่รับผิดชอบ ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ โดยในคำอุทธรณ์ต้องระบุ
ข้อควรระวัง: หากยื่นอุทธรณ์เกินกำหนด 30 วัน แม้เพียง 1 วัน คณะกรรมการมีสิทธิ์ไม่รับอุทธรณ์ และสิทธิ์ทางกฎหมายทั้งหมดจะสิ้นสุดลง ในทางปฏิบัติมีข้อยกเว้นน้อยมากสำหรับกรณีที่พลาดกำหนดนี้
ระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นคณะกรรมการอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์สามารถ ขอผ่อนชำระภาษี หรือขอ ทุเลาการบังคับ (ขอให้ชะลอการชำระภาษีที่ถูกประเมินออกไปก่อน) ได้ โดยยื่นคำขอต่ออธิบดีกรมสรรพากร
อย่างไรก็ตาม เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (ไม่เกินเงินภาษีที่ต้องชำระ) จะยังคงสะสมต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ชำระ ดังนั้นหากประเมินสถานการณ์แล้วมีโอกาสแพ้ การชำระภาษีบางส่วนเพื่อลดเงินเพิ่มอาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าการรอผลอุทธรณ์
คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภาษีอากร ประกอบด้วยผู้แทนกรมสรรพากรและผู้แทนฝ่ายผู้เสียภาษี โดยกระบวนการพิจารณาจะ
ระยะเวลาพิจารณาของคณะกรรมการโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1–3 ปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและปริมาณคดีที่อยู่ในระบบ
หากผลการอุทธรณ์ในชั้นคณะกรรมการไม่เป็นที่พอใจ ผู้อุทธรณ์มีสิทธิ์ ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย โดยมีทางเลือก 2 กรณี
ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาคดีโดยผู้พิพากษาที่เชี่ยวชาญด้านภาษีอากร ซึ่งทำให้การนำเสนอข้อกฎหมายภาษีมีความสำคัญมาก การมีทนายความที่เชี่ยวชาญด้านการดำเนินคดีภาษีโดยเฉพาะจึงส่งผลต่อผลคดีอย่างมีนัยสำคัญ
หากผลคดีในศาลภาษีอากรกลางยังไม่เป็นที่พอใจ คู่ความมีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (แผนกคดีภาษีอากร) และหากยังไม่พอใจอีก สามารถฎีกาต่อ ศาลฎีกา (แผนกคดีภาษีอากร) ได้ในประเด็นข้อกฎหมายสำคัญ
คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีภาษีอากรมีคุณค่าสูงในแง่ บรรทัดฐาน (Precedent) แม้ว่าระบบกฎหมายไทยจะไม่ใช่ระบบ Common Law ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติ คำพิพากษาฎีกาด้านภาษีมักถูกอ้างอิงโดยทั้งกรมสรรพากรและทนายความในคดีที่มีข้อเท็จจริงคล้ายกัน
จากประสบการณ์การดำเนินคดีภาษีมากกว่า 25 ปี ข้อผิดพลาดที่ทำให้แพ้คดีหรือเสียสิทธิ์มากที่สุด ได้แก่
ทนายความผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและประเมินสถานการณ์ของคุณโดยตรง ส่งข้อมูลเพื่อรับการประเมินเบื้องต้น ไม่มีข้อผูกมัด
นัดหมายประเมินรูปคดี →