ไทย | English | 中文
หมวดภาษี → อุทธรณ์และคดีภาษี → เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากร: คำนวณและลดได้อย่างไร
📉 อุทธรณ์และคดีภาษี

เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากร: คำนวณและลดได้อย่างไร

แยกยอดให้ถูกก่อนคำนวณ และแก้ไขเร็วพร้อมหลักฐานเพื่อรักษาสิทธิที่กฎหมายเปิดไว้

📋 ป.รัษฎากร มาตรา 22, 26, 27, 89
แชร์หน้านี้ LINE Facebook
ยอดที่กรมสรรพากรเรียกเก็บอาจประกอบด้วยภาษีต้น เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และค่าปรับอาญา ซึ่งมีฐานกฎหมายและวิธีโต้แย้งต่างกัน การเรียกรวมทุกอย่างว่า “ค่าปรับ” ทำให้คำนวณผิดและขอสิทธิผิดประเภท ก่อนชำระหรืออุทธรณ์จึงต้องแยกยอดตามแบบ ช่วงเวลา และมาตราที่ใช้ประเมิน
01
สารบัญ
  1. ยอดเรียกเก็บ 4 ประเภทไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
  2. อัตราหลักที่มักสับสน
  3. การแก้ไขเองก่อนถูกตรวจมักสำคัญกว่าคำอธิบายภายหลัง
  4. คำขอลดเบี้ยปรับควรพิสูจน์อะไร
  5. เช็กลิสต์ก่อนยอมรับยอดประเมิน

ยอดเรียกเก็บ 4 ประเภทไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

รายการหน้าที่ของยอดสิ่งที่ต้องตรวจ
ภาษีต้นภาษีที่ควรเสียหรือนำส่งแต่ยังขาดฐานภาษี อัตรา รายจ่าย เครดิต และภาษีที่ชำระไว้แล้ว
เบี้ยปรับบทลงโทษทางภาษี คำนวณเป็นเท่าหรือเป็นสัดส่วนของภาษีมาตราที่ประเมิน พฤติการณ์ และหลักเกณฑ์งดหรือลด
เงินเพิ่มยอดเพิ่มตามระยะเวลาที่ชำระหรือนำส่งล่าช้าวันครบกำหนด วันชำระ จำนวนเดือน และเพดานตามกฎหมาย
ค่าปรับอาญาโทษกรณีไม่ยื่นแบบหรือฝ่าฝืนหน้าที่บางประการองค์ประกอบความผิด ผู้รับผิด และขั้นตอนเปรียบเทียบปรับ
02

อัตราหลักที่มักสับสน

ข้อควรระวัง: เบี้ยปรับตามมาตรา 22 คือ 1 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ ไม่ใช่ 1.5 เท่า ส่วนอัตรา 1.5% ต่อเดือนเป็นเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ซึ่งเป็นคนละรายการกัน การแยกสองรายการนี้ให้ถูกต้องมีผลต่อยอดที่ต้องชำระและคำขอลดเบี้ยปรับโดยตรง
03

การแก้ไขเองก่อนถูกตรวจมักสำคัญกว่าคำอธิบายภายหลัง

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.369/2569 (ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569) กำหนดหลักเกณฑ์งดหรือลดเบี้ยปรับ โดยเจ้าพนักงานประเมินจะงดหรือลดให้ได้เฉพาะกรณีที่เห็นว่าผู้เสียภาษีไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบไต่สวนด้วยดี คำร้องโดยหลักต้องทำเป็นหนังสือและยื่นก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งการประเมิน ผลการพิจารณายังขึ้นอยู่กับว่าผู้เสียภาษียื่นและชำระเองเมื่อใด ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนเป็นหนังสือแล้วหรือไม่ และความผิดเป็นการไม่ยื่นหรือยื่นขาด การลดจึงไม่ใช่อัตราเดียวและไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ

  1. หยุดความผิดที่ยังเกิดซ้ำและรวบรวมแบบทุกเดือนหรือทุกรอบที่เกี่ยวข้อง
  2. คำนวณภาษีต้นใหม่จากเอกสารจริง พร้อมกระทบยอดภาษีที่เคยชำระ
  3. ตรวจว่าควรยื่นแบบฉบับปกติ ฉบับเพิ่มเติม หรือคำร้องประเภทใด
  4. คำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแยกตามเดือน ไม่รวมยอดแล้วใช้อัตราเดียว
  5. ชำระและยื่นโดยเร็วเมื่อข้อมูลครบ พร้อมเก็บใบรับและหลักฐานการยื่น
04

คำขอลดเบี้ยปรับควรพิสูจน์อะไร

คำขอที่ดีควรชี้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงขอความเห็นใจ เอกสารที่มีน้ำหนักได้แก่ลำดับเหตุการณ์ สาเหตุของความผิด การตรวจพบภายใน การแก้ระบบ ผู้รับผิดชอบใหม่ และหลักฐานความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน หากเป็นข้อกฎหมายที่ตีความได้หลายทางควรแนบตัวบท ข้อหารือ หรือคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

05

เช็กลิสต์ก่อนยอมรับยอดประเมิน

แหล่งข้อมูลทางราชการ: ประมวลรัษฎากร มาตรา 14–27, ตัวอย่างคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม VAT, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมโดย ท.ป.369/2569 และ คำสั่ง ป.163/2567 เรื่องการนับระยะเวลาเพื่อคำนวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม (ยกเลิกคำสั่ง ป.117/2545) ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 16 ตุลาคม 2569

มีคำถามหรือต้องการคำปรึกษาเฉพาะเรื่อง?

แจ้งประเด็นที่ต้องการให้พิจารณา พร้อมหนังสือจากหน่วยงานหรือกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) สำนักงานจะแจ้งว่าต้องใช้ข้อมูลใดเพิ่ม และแจ้งขอบเขตงานกับค่าบริการก่อนเริ่มงาน

โทรปรึกษา 081 654 5922 (+66 81 654 5922) ปรึกษาผ่านฟอร์ม →
แชร์หน้านี้ LINE Facebook