| รายการ | หน้าที่ของยอด | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| ภาษีต้น | ภาษีที่ควรเสียหรือนำส่งแต่ยังขาด | ฐานภาษี อัตรา รายจ่าย เครดิต และภาษีที่ชำระไว้แล้ว |
| เบี้ยปรับ | บทลงโทษทางภาษี คำนวณเป็นเท่าหรือเป็นสัดส่วนของภาษี | มาตราที่ประเมิน พฤติการณ์ และหลักเกณฑ์งดหรือลด |
| เงินเพิ่ม | ยอดเพิ่มตามระยะเวลาที่ชำระหรือนำส่งล่าช้า | วันครบกำหนด วันชำระ จำนวนเดือน และเพดานตามกฎหมาย |
| ค่าปรับอาญา | โทษกรณีไม่ยื่นแบบหรือฝ่าฝืนหน้าที่บางประการ | องค์ประกอบความผิด ผู้รับผิด และขั้นตอนเปรียบเทียบปรับ |
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.369/2569 (ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569) กำหนดหลักเกณฑ์งดหรือลดเบี้ยปรับ โดยเจ้าพนักงานประเมินจะงดหรือลดให้ได้เฉพาะกรณีที่เห็นว่าผู้เสียภาษีไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบไต่สวนด้วยดี คำร้องโดยหลักต้องทำเป็นหนังสือและยื่นก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งการประเมิน ผลการพิจารณายังขึ้นอยู่กับว่าผู้เสียภาษียื่นและชำระเองเมื่อใด ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนเป็นหนังสือแล้วหรือไม่ และความผิดเป็นการไม่ยื่นหรือยื่นขาด การลดจึงไม่ใช่อัตราเดียวและไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ
คำขอที่ดีควรชี้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงขอความเห็นใจ เอกสารที่มีน้ำหนักได้แก่ลำดับเหตุการณ์ สาเหตุของความผิด การตรวจพบภายใน การแก้ระบบ ผู้รับผิดชอบใหม่ และหลักฐานความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน หากเป็นข้อกฎหมายที่ตีความได้หลายทางควรแนบตัวบท ข้อหารือ หรือคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูลทางราชการ: ประมวลรัษฎากร มาตรา 14–27, ตัวอย่างคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม VAT, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมโดย ท.ป.369/2569 และ คำสั่ง ป.163/2567 เรื่องการนับระยะเวลาเพื่อคำนวณเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม (ยกเลิกคำสั่ง ป.117/2545) ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 16 ตุลาคม 2569
แจ้งประเด็นที่ต้องการให้พิจารณา พร้อมหนังสือจากหน่วยงานหรือกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) สำนักงานจะแจ้งว่าต้องใช้ข้อมูลใดเพิ่ม และแจ้งขอบเขตงานกับค่าบริการก่อนเริ่มงาน