Transfer Pricing หรือการกำหนดราคาโอน คือการตั้งราคาในธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้กำไรถูกโอนไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า กรมสรรพากรไทยบังคับใช้กฎ Transfer Pricing อย่างเป็นทางการตามมาตรา 71 ทวิ และมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันและมีรายได้เกินเกณฑ์ต้องจัดทำและยื่นรายงานข้อมูลต่อกรมสรรพากรทุกปี ส่วนรายการเอกสารที่ต้องเตรียมไว้ส่งเมื่อได้รับหนังสือแจ้งความ ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2564
02
ใครคือ "บริษัทในเครือ" ตามกฎหมายไทย
มาตรา 71 ทวิ วรรคสอง กำหนดความหมายของ "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน" (Related Parties) ไว้ 3 ลักษณะ ได้แก่
- นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด
- ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนรายเดียวกัน ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนทั้งในนิติบุคคล A และนิติบุคคล B ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด
- นิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านทุน การจัดการ หรือการควบคุม ในลักษณะที่นิติบุคคลหนึ่งไม่อาจดำเนินการโดยอิสระจากอีกนิติบุคคลหนึ่ง ตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
สิ่งสำคัญที่หลายบริษัทมองข้าม คือกฎหมายไทยนับทั้งความสัมพันธ์ ทางตรงและทางอ้อม ดังนั้น บริษัทหลานที่อยู่ในเครือเดียวกันแต่ไม่ได้ถือหุ้นกันโดยตรง ก็อาจถูกนับเป็น Related Parties ได้
03
เกณฑ์ที่ต้องจัดทำเอกสาร TP
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้องยื่นรายงานข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Disclosure Form หรือแบบ TP) ต่อกรมสรรพากรพร้อมการยื่น ภ.ง.ด.50 ตามมาตรา 71 ตรี วรรคหนึ่ง คือกิจการที่เข้าลักษณะทั้ง 2 ข้อ ดังนี้
- ข้อที่ 1: มีความสัมพันธ์กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะมีอยู่ตลอดรอบระยะเวลาบัญชี หรือมีธุรกรรมระหว่างกันในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นหรือไม่
- ข้อที่ 2: มีรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นเกิน 200 ล้านบาท (กิจการที่มีรายได้ไม่เกิน 200 ล้านบาทได้รับยกเว้นตามมาตรา 71 ตรี วรรคสาม ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 370 (พ.ศ. 2563) ข้อ 1)
แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดเกณฑ์รายได้ไว้ที่ 200 ล้านบาท แต่ในทางปฏิบัติ กรมสรรพากรมีอำนาจตรวจสอบราคาโอนของบริษัทขนาดเล็กกว่านี้ได้เช่นกัน หากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยจากการตรวจสอบภาษีปกติ บริษัทที่มีธุรกรรมกับบริษัทในเครือจึงควรมีเอกสารสนับสนุนราคาโอนไว้เสมอ ไม่ว่าจะถึงเกณฑ์หรือไม่
04
วิธีการกำหนดราคาโอนที่กฎหมายไทยยอมรับ
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ฉบับที่ 400 กำหนดให้ใช้วิธีการกำหนดราคาโอนตามแนวทาง OECD Transfer Pricing Guidelines โดยมี 5 วิธีการหลัก ดังนี้
- Comparable Uncontrolled Price (CUP): เปรียบเทียบราคากับธุรกรรมที่คล้ายกันในตลาด เหมาะสำหรับสินค้าที่มีราคาตลาดชัดเจน เช่น สินค้าโภคภัณฑ์
- Resale Price Method (RPM): คำนวณจากราคาขายต่อลบด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่เหมาะสม เหมาะสำหรับผู้จัดจำหน่ายที่ไม่เพิ่มมูลค่าให้สินค้ามากนัก
- Cost Plus Method (CPM): คำนวณจากต้นทุนบวกด้วยอัตรากำไรที่เหมาะสม เหมาะสำหรับบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ
- Transactional Net Margin Method (TNMM): เปรียบเทียบอัตรากำไรสุทธิจากธุรกรรมในเครือกับบริษัทที่เปรียบเทียบได้ในตลาด วิธีนี้นิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทย
- Profit Split Method (PSM): แบ่งกำไรรวมของกลุ่มบริษัทตามสัดส่วนการมีส่วนร่วม เหมาะสำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อนและทั้งสองฝ่ายมีส่วนสร้างมูลค่าเพิ่มร่วมกัน
05
เอกสาร TP ที่ต้องจัดทำ (3-Tier Approach)
กรมสรรพากรไทยรับแนวทางเอกสาร 3 ระดับตาม OECD BEPS Action 13 มาใช้บางส่วน โดยเอกสารตามกฎหมายไทยแบ่งได้เป็น
- ข้อมูลระดับกลุ่ม (ที่วงการเรียกว่า Master File): ข้อมูลภาพรวมของกลุ่มบริษัท โครงสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่ม นโยบาย TP ระดับกลุ่ม และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangibles) ที่มีนัยสำคัญ กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดเกณฑ์รายได้ของกลุ่มสำหรับข้อมูลส่วนนี้ แต่รวมอยู่ในรายการเอกสารตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 407) ข้อ 2 ซึ่งต้องยื่นเมื่อได้รับหนังสือแจ้งความตามมาตรา 71 ตรี วรรคสอง ส่วนเกณฑ์รายได้รวมของกลุ่ม (Consolidated Group Revenue) ไม่น้อยกว่า 28,000 ล้านบาท เป็นเกณฑ์ของรายงานข้อมูลรายประเทศ (Country-by-Country Report) ตามประกาศฯ (ฉบับที่ 408) ข้อ 5 ไม่ใช่เกณฑ์ของข้อมูลระดับกลุ่ม
- Local File: ข้อมูลธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือเฉพาะในประเทศไทย ครอบคลุมการวิเคราะห์ Functional Analysis, การเลือกวิธีการกำหนดราคาโอน และการพิสูจน์ Arm's Length ของแต่ละธุรกรรม
- Disclosure Form (แบบ TP): แบบเปิดเผยข้อมูลสรุปที่ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรพร้อม ภ.ง.ด.50 ทุกปี ภายในกำหนดเวลาการยื่นแบบตามมาตรา 69 (150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และเมื่อยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตขยายออกไปอีก 8 วันตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ฉบับที่ 7) ซึ่งใช้กับแบบที่ต้องยื่นถึงวันที่ 31 มกราคม 2570) ดูรายการข้อมูลที่ต้องกรอกและฐานอำนาจตามตัวบทได้ที่ รายงานข้อมูลผู้มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ตรี
06
บทลงโทษหากไม่จัดทำหรือไม่ยื่นเอกสาร TP
ประมวลรัษฎากรกำหนดโทษไว้ชัดเจนสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 71 ตรี หรือยื่นรายงาน เอกสาร หรือหลักฐานโดยแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 35 ตรี) ดังนี้
- ไม่ยื่น Disclosure Form: โทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ยื่นข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องโดยไม่มีเหตุอันสมควร: โทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ไม่ส่งมอบเอกสาร TP เมื่อได้รับหนังสือแจ้งความ: โทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ภาษีเพิ่มเติมจากการปรับราคาโอน: เบี้ยปรับหนึ่งเท่าหรือสองเท่าของภาษีที่ขาด (มาตรา 22 และมาตรา 26) บวกเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน โดยเงินเพิ่มไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ (มาตรา 27)
ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดไม่ใช่โทษปรับจากการไม่ยื่นเอกสาร แต่คือการถูกสรรพากร ปรับราคาโอนและประเมินภาษีเพิ่มเติม ซึ่งในกรณีที่บริษัทมีธุรกรรมขนาดใหญ่ ภาษีที่ต้องชำระเพิ่มอาจสูงหลายสิบหรือหลายร้อยล้านบาทได้
07
ธุรกรรมที่บริษัทไทยมักถูกตรวจสอบ
ธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือที่มักเป็นประเด็นในการตรวจสอบของกรมสรรพากร ได้แก่
- ค่าบริการบริหารจัดการ (Management Service Fees): บริษัทแม่ในต่างประเทศเรียกเก็บค่า Management Fee จากบริษัทลูกในไทยโดยไม่มีหลักฐานยืนยันบริการจริงที่ได้รับ
- ค่าสิทธิ (Royalty Fees): การชำระค่าลิขสิทธิ์หรือ Know-how ให้บริษัทในเครือในอัตราที่สูงกว่าตลาด
- ดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบริษัทในเครือ: อัตราดอกเบี้ยที่สูงหรือต่ำกว่าอัตราตลาดมากผิดปกติ
- การซื้อขายสินค้าระหว่างกัน: ราคาสินค้าที่ขายให้บริษัทในเครือต่างจากราคาที่ขายลูกค้าภายนอกอย่างมีนัยสำคัญ
- การให้บริการร่วม (Shared Services): ฐานการคิดค่าบริการที่ไม่สอดคล้องกับประโยชน์ที่แต่ละบริษัทได้รับจริง
08
วิธีเตรียมความพร้อมก่อนสรรพากรตรวจสอบ
การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุดใน Transfer Pricing ตามหลัก Preventive Law สิ่งที่บริษัทควรดำเนินการทันที คือ
- จัดทำนโยบาย Transfer Pricing ระดับกลุ่ม (Group TP Policy) โดยกำหนดวิธีการกำหนดราคาและเกณฑ์ที่ใช้สำหรับแต่ละประเภทธุรกรรมล่วงหน้า
- เก็บรักษาหลักฐานการให้บริการจริง เช่น รายงาน, email, invoice พร้อม description ที่ชัดเจนสำหรับค่าบริการบริหารและค่าสิทธิทุกรายการ
- ทำ Benchmarking Study ประจำปี เปรียบเทียบราคาโอนกับธุรกรรมที่เปรียบเทียบได้ในตลาด โดยใช้ฐานข้อมูลเช่น Bureau van Dijk หรือ ORBIS
- ยื่น Advance Pricing Agreement (APA) กับกรมสรรพากรสำหรับธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือซับซ้อน เพื่อล็อกวิธีการกำหนดราคาล่วงหน้า ลดความเสี่ยงการถูกประเมินภาษีเพิ่มในอนาคต เงื่อนไขที่ควรพิจารณา APA หรือ MAP (การขอให้เจ้าหน้าที่ภาษีของสองประเทศหารือกันตามอนุสัญญา) และเอกสารที่ใช้ประเมินเรื่อง อธิบายไว้ที่ หน้าบริการสนับสนุน APA และ MAP
- ทำความเข้าใจฐานอำนาจที่เจ้าพนักงานประเมินใช้ อ่าน อำนาจปรับปรุงราคาโอนของเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 71 ทวิ ซึ่งอธิบายองค์ประกอบตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 369 (พ.ศ. 2563) และสิทธิขอคืนภาษีเมื่อถูกปรับปรุง
- ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้าน TP ก่อนเข้าทำธุรกรรมใหม่กับบริษัทในเครือทุกครั้ง โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินไม่มีตัวตนหรือการปรับโครงสร้างธุรกิจ
09
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Transfer Pricing
Transfer Pricing ในประเทศไทยมีฐานอยู่ที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 71 ทวิ (อำนาจปรับปรุงราคาโอน) มาตรา 71 ตรี (หน้าที่ยื่นรายงานและเอกสาร) และมาตรา 35 ตรี (โทษปรับ) ซึ่งใช้บังคับกับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2562 คำถามด้านล่างสรุปความหมายของราคาโอน ความสัมพันธ์ที่กฎหมายนับ ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบรายงาน และผลของการไม่ปฏิบัติตาม
- Transfer Pricing คืออะไร?
- Transfer Pricing หรือการกำหนดราคาโอน คือการกำหนดราคาและเงื่อนไขของธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ราคาขายสินค้า ค่าบริการ ดอกเบี้ย และค่าสิทธิ ประมวลรัษฎากร มาตรา 71 ทวิ ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินปรับปรุงรายได้และรายจ่ายให้เป็นจำนวนที่คู่สัญญาซึ่งดำเนินการโดยอิสระจะกำหนดกัน (หลักราคาตลาด หรือ arm's length) เมื่อเชื่อได้ว่ามีการถ่ายโอนกำไร
- บริษัทใดถือว่ามีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ?
- มาตรา 71 ทวิ วรรคสอง กำหนดไว้ 3 ลักษณะ คือ (1) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด (2) ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นในนิติบุคคลหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบ ถือหุ้นในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบด้วย และ (3) นิติบุคคลที่สัมพันธ์กันด้านทุน การจัดการ หรือการควบคุม จนนิติบุคคลหนึ่งไม่อาจดำเนินการโดยอิสระจากอีกนิติบุคคลหนึ่งตามที่กฎกระทรวงกำหนด
- ใครต้องยื่นแบบรายงานธุรกรรมระหว่างกัน (Disclosure Form)?
- มาตรา 71 ตรี ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ วรรคสอง จัดทำรายงานข้อมูลผู้ที่มีความสัมพันธ์กันและมูลค่ารวมของธุรกรรมระหว่างกัน แล้วยื่นพร้อมกับการยื่นรายการภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 69 แต่ไม่ใช้บังคับกับกิจการที่มีรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 200 ล้านบาทตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 370 (พ.ศ. 2563)
- ไม่ยื่นแบบรายงานหรือเอกสาร Transfer Pricing มีโทษอย่างไร?
- มาตรา 35 ตรี กำหนดโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทแก่ผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 71 ตรี หรือยื่นรายงาน เอกสาร หรือหลักฐานโดยแสดงข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าคือการถูกปรับปรุงราคาโอนตามมาตรา 71 ทวิ แล้วถูกประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม