คู่มือภาษีมูลค่าเพิ่ม

ต้องจด VAT ตอนไหน? รายได้เท่าไหร่ถึงต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

รายได้ใกล้แตะ 1.8 ล้านบาท ขายของออนไลน์โตเร็ว หรือเพิ่งเปิดกิจการแล้วไม่แน่ใจว่า “ต้องจด VAT หรือยัง” บทความนี้ตอบให้ครบ ตั้งแต่ใครต้องจด นับรายได้จากอะไร เส้นตายกี่วัน จดแบบสมัครใจคุ้มไหม จดแล้วต้องทำอะไรต่อ ไปจนถึงผลที่ตามมาหากถึงเกณฑ์แล้วไม่จด

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เป็นภาษีที่ผู้ประกอบการ “เก็บแทนรัฐ” จากผู้ซื้อแล้วนำส่งกรมสรรพากร ไม่ใช่ภาษีที่ตัวกิจการต้องแบกรับจากกำไรของตนเอง ด้วยเหตุนี้ หัวใจของเรื่องจึงไม่ได้อยู่ที่ “ต้องจ่ายเท่าไหร่” แต่อยู่ที่ “เรามีหน้าที่ต้องจดทะเบียนเข้าระบบแล้วหรือยัง” เพราะเมื่อถึงเกณฑ์ตามกฎหมายแล้ว หน้าที่จดทะเบียนเกิดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอให้กรมสรรพากรเรียก

คำถามนี้สำคัญต่อเจ้าของกิจการมาก เพราะการจดช้าเกินกำหนดไม่ใช่แค่เรื่องเอกสารล่าช้า แต่มีผลย้อนหลัง คือยังต้องรับผิดเสียภาษีที่ควรเก็บไว้ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งที่ในความเป็นจริงเรียกเก็บภาษีส่วนนั้นคืนจากลูกค้าไม่ได้แล้ว บทความนี้จึงเรียบเรียงเกณฑ์และกำหนดเวลาตามประมวลรัษฎากรให้เข้าใจง่าย เพื่อให้ท่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและตรงเวลา

หัวข้อในบทความ

  1. ใครต้องจด VAT — และใครยังไม่ต้อง
  2. “รายได้ 1.8 ล้าน” นับจากอะไร นับเมื่อไหร่
  3. ต้องจดภายในกี่วัน — เส้นตาย 30 วัน
  4. จดแบบสมัครใจ คุ้มหรือไม่คุ้ม
  5. จดแล้วต้องทำอะไรต่อทุกเดือน
  6. ถ้าถึงเกณฑ์แล้วไม่จด เจออะไรบ้าง
  7. ขายออนไลน์ ฟรีแลนซ์ และบริการต่างประเทศ ต้องจดไหม
I

ใครต้องจด VAT — และใครยังไม่ต้อง

โดยหลักแล้ว ผู้ที่ประกอบกิจการ ขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยที่มีฐานภาษี (รายรับ) ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ได้รับยกเว้นไม่ต้องจด ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยจำนวน 1.8 ล้านบาทนี้กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 25481

นอกจากเกณฑ์รายได้แล้ว ยังมีกิจการบางประเภทที่กฎหมาย ยกเว้น VAT ตามลักษณะของกิจการ ไม่ว่าจะมีรายได้มากน้อยเพียงใด เช่น การขายพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่แปรรูป การให้บริการการศึกษา การประกอบโรคศิลปะ และการขนส่งภายในประเทศบางประเภท2 กิจการกลุ่มนี้แม้รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทก็ไม่ต้องจด VAT (แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้าข่ายยกเว้นจริง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ผ่านการแปรรูปซึ่งสถานะอาจเปลี่ยนไป)

กรณีต้องจด VAT?ฐานกฎหมาย/หมายเหตุ
ขายสินค้า/บริการในบังคับ VAT รายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปีต้องจดม.85/1 — ภายใน 30 วัน
รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน/ปียังไม่ต้องจดยกเว้นตาม ม.81/1 (จดสมัครใจได้)
กิจการที่กฎหมายยกเว้นตามลักษณะ (เกษตรไม่แปรรูป การศึกษา ฯลฯ)ไม่ต้องจดยกเว้นตาม ม.81 แม้รายได้สูง
ผู้นำเข้าสินค้าอยู่ในบังคับ VATเสีย VAT ตอนนำเข้าทุกราย

กล่าวโดยสรุปในชั้นนี้ หากกิจการของท่านขายสินค้าหรือบริการทั่วไปและรายได้กำลังขยับเข้าใกล้หลัก 1.8 ล้านบาท นี่คือสัญญาณที่ต้องเริ่มเฝ้าดูตัวเลขอย่างใกล้ชิด เพราะหน้าที่จดทะเบียนจะเกิดขึ้นทันทีที่ยอดข้ามเส้น

II

“รายได้ 1.8 ล้าน” นับจากอะไร นับเมื่อไหร่

จุดที่ผู้ประกอบการเข้าใจคลาดเคลื่อนบ่อยที่สุดคือความหมายของ “1.8 ล้าน” ขอย้ำให้ชัดว่า ตัวเลขนี้คือ มูลค่าของฐานภาษี หรือรายรับ (ยอดขาย) ไม่ใช่กำไร ดังนั้นแม้กิจการจะมีกำไรบาง ๆ หรือกระทั่งขาดทุน หากยอดขายที่อยู่ในบังคับ VAT รวมกันเกิน 1.8 ล้านบาท ก็เข้าเกณฑ์ต้องจดแล้ว

นับเฉพาะรายรับที่อยู่ในบังคับ VAT หากกิจการมีทั้งส่วนที่ต้องเสีย VAT และส่วนที่ได้รับยกเว้น ให้นับเฉพาะรายรับของกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มมารวมเป็นฐาน 1.8 ล้านบาท ส่วนรายรับจากกิจการที่ได้รับยกเว้นไม่นำมารวม

ในทางปฏิบัติ การพิจารณาว่ายอดถึงเกณฑ์เมื่อใดเป็นการดู มูลค่าฐานภาษีที่เกิดขึ้นจริงสะสม เมื่อใดที่ยอดสะสมข้ามเส้น 1.8 ล้านบาท วันนั้นคือวันที่ “หน้าที่จดทะเบียน” เกิดขึ้น และเป็นวันเริ่มต้นนับกำหนดเวลา 30 วันที่จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป ผู้ประกอบการที่เติบโตเร็วจึงควรทำบัญชีรายรับแบบเรียลไทม์ไว้ เพื่อจะได้รู้ล่วงหน้าว่ากำลังจะถึงเกณฑ์เมื่อใด ไม่ใช่มารู้ตัวอีกทีตอนปิดปีว่ายอดทะลุไปนานแล้ว

เกณฑ์ 1.8 ล้าน คือ “ยอดขาย” ไม่ใช่ “กำไร” — กิจการที่ขายดีแต่กำไรน้อย ก็ถึงหน้าที่จดได้เร็วกว่าที่คิด
III

ต้องจดภายในกี่วัน — เส้นตาย 30 วัน

ประมวลรัษฎากรกำหนดกรอบเวลาการยื่นคำขอจดทะเบียน (แบบ ภ.พ.01) ไว้สองสถานการณ์หลัก

กรณีที่ 1 — ประกอบกิจการอยู่แล้วและรายรับเพิ่งเกินเกณฑ์ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษี (รายรับ) เกิน 1.8 ล้านบาท ตามมาตรา 85/13
กรณีที่ 2 — ผู้เริ่มประกอบกิจการที่ตั้งใจจะอยู่ในระบบ VAT เช่น รู้ตั้งแต่ต้นว่ารายได้จะเกินเกณฑ์ หรือประสงค์จะเข้าระบบ สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ ก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ ตามมาตรา 854

เส้นตาย 30 วันนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวแบ่งระหว่าง “จดตรงเวลา” กับ “จดล่าช้า” ซึ่งนำไปสู่ภาระเบี้ยปรับเงินเพิ่มที่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การเตรียมเอกสารและยื่นภายในกำหนดจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรผัดผ่อน หากท่านไม่แน่ใจว่ายอดข้ามเส้นไปเมื่อใดแน่ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนด “วันที่เกินเกณฑ์” ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การนับ 30 วันแม่นยำและปลอดภัย

IV

จดแบบสมัครใจ คุ้มหรือไม่คุ้ม

ผู้ประกอบการที่รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท กฎหมายเปิดทางให้ เลือกจดทะเบียนโดยสมัครใจ ได้ โดยมาตรา 81/3 ให้สิทธิกิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 (รวมถึงกิจการขายสินค้าบางประเภทตามมาตรา 81(1)(ก) ถึง (ฉ)) แจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณภาษีตามมาตรา 82/35 การตัดสินใจว่าควรจดก่อนถึงเกณฑ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนและฐานลูกค้าของกิจการเป็นสำคัญ ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกราย

เหตุผลที่การจดสมัครใจอาจเป็นผลดี

ภาระที่ต้องแลกมา

ข้อควรทราบก่อนตัดสินใจคือ เมื่อจดทะเบียนโดยสมัครใจตามมาตรา 85/1 (2) แล้ว จะเลิกเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเองโดยพลการไม่ได้ ต้องยื่นขอถอนทะเบียนตามมาตรา 85/10 (3) และให้อธิบดีสั่งถอนเสียก่อน การเข้าระบบโดยสมัครใจจึงเป็นข้อผูกพันที่ควรชั่งน้ำหนักให้รอบคอบ โดยหลักคิด หากลูกค้าของท่านเป็นองค์กรและกิจการมีต้นทุนที่มีภาษีซื้อมาก การจดสมัครใจมักให้ประโยชน์มากกว่าภาระ แต่หากขายปลีกให้ผู้บริโภคทั่วไปและต้นทุนภาษีซื้อน้อย การคงสถานะยกเว้นไว้จนกว่าจะถึงเกณฑ์ก็อาจเหมาะกว่า นี่คือจุดที่การวางแผนล่วงหน้ากับผู้เชี่ยวชาญช่วยให้ตัดสินใจได้ตรงกับลักษณะธุรกิจจริง

V

จดแล้วต้องทำอะไรต่อทุกเดือน

เมื่อเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ต่อเนื่องที่ต้องทำให้ครบและตรงเวลา ได้แก่

  1. ออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ ตามมาตรา 86 โดยใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4 เช่น คำว่า “ใบกำกับภาษี” เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายและผู้ซื้อ เลขที่ วันที่ รายการสินค้า มูลค่า และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม6 ใบกำกับที่ไม่ครบถ้วนจะใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้
  2. ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้ขยายเวลาออกไปอีกประมาณ 8 วัน) เพื่อแสดงภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ หากภาษีขายมากกว่าก็ชำระส่วนต่าง หากภาษีซื้อมากกว่าก็ขอคืนหรือยกเป็นเครดิตได้ ตามมาตรา 82/37
  3. ยื่นแบบ ภ.พ.36 เมื่อรับบริการจากต่างประเทศ ในกรณีจ่ายค่าบริการให้ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ใช้บริการในไทย ผู้จ่ายมีหน้าที่นำส่ง VAT แทน (reverse charge)
  4. จัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ และเก็บรักษาเอกสารให้พร้อมตรวจสอบ

หน้าที่เหล่านี้คือ “งานประจำเดือน” ที่มาพร้อมกับการเป็นผู้ประกอบการ VAT ความสม่ำเสมอและความถูกต้องของเอกสารตั้งแต่ต้น คือสิ่งที่ป้องกันปัญหาการถูกประเมินและทำให้การขอคืนภาษีในอนาคตราบรื่น ท่านที่ต้องการให้มีผู้ดูแลส่วนนี้แทน สามารถใช้บริการยื่นภาษีรายเดือนเพื่อลดความเสี่ยงและประหยัดเวลาได้

VI

ถ้าถึงเกณฑ์แล้วไม่จด เจออะไรบ้าง

ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการควรเข้าใจอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพื่อให้ตื่นตกใจ แต่เพื่อให้เห็นว่าทำไม “การจดให้ตรงเวลา” จึงคุ้มค่ากว่ามาก หากมีหน้าที่ต้องจดแต่ไม่ได้จด ผลที่ตามมาตามกฎหมายมีดังนี้

ผลที่ตามมาสาระสำคัญ
ภาษีที่ต้องชำระย้อนหลังยังคงต้องรับผิดเสีย VAT ที่ควรเรียกเก็บและนำส่ง แม้จะเรียกคืนจากลูกค้าย้อนหลังไม่ได้แล้ว — กลายเป็นต้นทุนที่กิจการต้องควักจ่ายเอง
เบี้ยปรับกรณีไม่จดทะเบียน เสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในแต่ละเดือนภาษีตลอดเวลาที่ยังไม่จด หรือ 1,000 บาทต่อเดือนภาษี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า (ม.89(1))8
เงินเพิ่มเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ นับแต่พ้นกำหนดเวลา
ความรับผิดทางอาญาไม่จดทะเบียนทั้งที่มีหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.90/2(2))

จะเห็นว่าภาระที่หนักที่สุดมักไม่ใช่ค่าปรับ แต่คือตัวภาษีย้อนหลังเอง เพราะในเชิงพาณิชย์ ผู้ประกอบการเก็บ VAT เพิ่ม 7% จากลูกค้าที่ซื้อไปแล้วในอดีตไม่ได้ ภาษีส่วนนั้นจึงกลายเป็นต้นทุนที่กินกำไรย้อนหลัง นี่คือเหตุผลที่การเฝ้าดูยอดและจดให้ทันกำหนดมีค่ามาก

อย่างไรก็ดี หากท่านเพิ่งรู้ตัวว่ายอดเกินเกณฑ์มาระยะหนึ่งแล้ว ขอให้เข้าใจว่า ยังมีทางจัดการได้เสมอ และยิ่งดำเนินการเร็วเท่าไรก็ยิ่งจำกัดเงินเพิ่มที่เดินไปทุกเดือนได้มากเท่านั้น ทั้งนี้ เบี้ยปรับตามมาตรา 89 ยังอาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด การเข้าจดทะเบียนและจัดระเบียบเอกสารย้อนหลังอย่างถูกวิธีโดยเร็ว ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จึงช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีที่สุดเท่าที่กฎหมายเปิดให้

VII

ขายออนไลน์ ฟรีแลนซ์ และบริการต่างประเทศ ต้องจดไหม

ขายของออนไลน์

ผู้ขายสินค้าออนไลน์ใช้เกณฑ์เดียวกับร้านค้าทั่วไปทุกประการ หากรายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็มีหน้าที่จดทะเบียนภายใน 30 วัน ไม่ว่าจะขายผ่านแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส โซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์ของตนเอง ยอดขายที่ระบบแพลตฟอร์มบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ผู้ขายออนไลน์ที่เติบโตเร็วจึงควรติดตามยอดสะสมของตนอย่างใกล้ชิด

ฟรีแลนซ์และผู้รับจ้างทำของ

งานบริการอิสระที่อยู่ในบังคับ VAT เช่น รับจ้างออกแบบ ที่ปรึกษา ผลิตสื่อ หรือรับเหมาบริการ หากรายรับรวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็เข้าเกณฑ์ต้องจดเช่นกัน แม้จะทำงานคนเดียวหรือไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทก็ตาม จุดนี้ฟรีแลนซ์รายได้สูงหลายท่านมักมองข้าม

บริการอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ

กรณีจ่ายค่าบริการให้ผู้ให้บริการต่างประเทศและนำบริการนั้นมาใช้ในไทย มาตรา 83/6 กำหนดให้ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ (reverse charge) ผ่านแบบ ภ.พ.369 โดยมีข้อแยกสำคัญคือ หากเป็น บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้จ่ายมีหน้าที่นำส่งเฉพาะเมื่อผู้ใช้เป็น ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT (ม.83/6(2)(ก)) แต่หากเป็น บริการอื่นที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ ผู้จ่ายมีหน้าที่นำส่งทุกราย (ม.83/6(2)(ข)) ส่วนแพลตฟอร์มต่างชาติที่ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียน ผู้ให้บริการต่างประเทศจะเป็นผู้จดทะเบียนและนำส่ง VAT เองในระบบแยกต่างหาก หากธุรกิจของท่านเกี่ยวข้องกับบริการข้ามพรมแดน ควรพิจารณาเป็นรายกรณี

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

รายได้เท่าไหร่ต้องจดทะเบียน VAT?

เมื่อรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายรับเกินเกณฑ์ (ม.85/1 ประกอบ ม.81/1 และ พ.ร.ฎ.ฉบับที่ 432 พ.ศ. 2548)

รายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้าน จด VAT ได้ไหม?

ได้ ตามมาตรา 81/3 กิจการขนาดย่อมเลือกจดทะเบียนแบบสมัครใจได้ เหมาะกับกิจการที่มีภาษีซื้อสูงหรือมีลูกค้าเป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป แต่ต้องรับภาระยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย และเมื่อจดแล้วจะเลิกเองไม่ได้ ต้องขอถอนทะเบียนก่อน

ขายของออนไลน์ต้องจด VAT ไหม?

ใช้เกณฑ์เดียวกับร้านทั่วไป หากรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ต้องจดภายใน 30 วัน ไม่ว่าจะขายผ่านแพลตฟอร์มหรือช่องทางของตนเอง

ไม่จด VAT ทั้งที่ถึงเกณฑ์ มีโทษอะไร?

ยังต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับ 2 เท่า (ม.89(1)) และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน รวมถึงโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.90/2) โดยภาระมักหนักเพราะเรียกเก็บภาษีจากลูกค้าย้อนหลังไม่ได้แล้ว

จด VAT แล้วต้องทำอะไรทุกเดือน?

ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ขาย และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ได้ถึงประมาณวันที่ 23) แสดงภาษีขายหักภาษีซื้อตาม ม.82/3 หากรับบริการจากต่างประเทศต้องยื่น ภ.พ.36 เพิ่ม

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

เข้าใจภาษีขาย–ภาษีซื้อ และการคำนวณ VATกลไกพื้นฐานที่ผู้จดทะเบียนต้องรู้ ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทำอย่างไรเมื่อภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย สินค้าเกษตรแบบไหนเสีย VAT แบบไหนได้ยกเว้นเส้นแบ่งที่มักเข้าใจผิด ขายของออนไลน์ เสียภาษีอย่างไรให้ถูกต้องภาษีเงินได้และ VAT ของผู้ขายออนไลน์ บริการจดทะเบียนและยื่นภาษีครบวงจรให้เราดูแลเอกสารและกำหนดเวลาแทนท่าน

ไม่แน่ใจว่ากิจการของท่านถึงเกณฑ์ต้องจด VAT แล้วหรือยัง?

ส่งข้อมูลยอดขายและลักษณะกิจการมาให้เราช่วยประเมินได้เลยนะครับบ เราจะช่วยดูว่าท่านถึงเกณฑ์ต้องจดเมื่อใด ควรจดสมัครใจหรือไม่ และวางขั้นตอนการจดทะเบียนกับการยื่นภาษีให้ครบถ้วนตรงเวลา ด้วยประสบการณ์ดูแลงานภาษีและคดีภาษีมากว่า 25 ปี ทุกการปรึกษาเป็นความลับ

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 ขอคำปรึกษา
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

  1. การยกเว้น VAT สำหรับผู้ประกอบการที่มีฐานภาษีไม่เกินที่กำหนด — ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 ประกอบ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 ซึ่งกำหนดจำนวน 1.8 ล้านบาท
  2. กิจการที่ได้รับยกเว้น VAT ตามลักษณะ (เกษตรไม่แปรรูป การศึกษา การประกอบโรคศิลปะ ฯลฯ) — มาตรา 81
  3. กำหนดเวลายื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันเมื่อฐานภาษีเกินเกณฑ์ — มาตรา 85/1
  4. การจดทะเบียนของผู้เริ่มประกอบกิจการ — มาตรา 85
  5. สิทธิเลือกเข้าสู่ระบบ VAT โดยสมัครใจของกิจการที่ได้รับยกเว้น (กิจการขนาดย่อมตาม ม.81/1 และกิจการขายสินค้าตาม ม.81(1)(ก)–(ฉ)) โดยคำนวณภาษีตาม ม.82/3 — มาตรา 81/3 · จดทะเบียนตาม มาตรา 85/1 (2) · ถอนทะเบียนตาม มาตรา 85/10 (3)
  6. หน้าที่ออกใบกำกับภาษี และรายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป — มาตรา 86 และ มาตรา 86/4
  7. การคำนวณภาษี = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ และสิทธิขอคืน/เครดิต — มาตรา 82/3 · อัตราภาษีร้อยละ 10 ซึ่งลดเหลือร้อยละ 7 โดยพระราชกฤษฎีกาที่ต่ออายุเป็นคราว ๆ — มาตรา 80
  8. เบี้ยปรับกรณีไม่จดทะเบียน — เสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตาม หรือ 1,000 บาทต่อเดือนภาษี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ตาม มาตรา 89 (1) และเบี้ยปรับนี้อาจงด/ลดได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด · เงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนตาม มาตรา 89/1 · โทษทางอาญากรณีไม่จดทะเบียนตาม มาตรา 90/2 (2) ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  9. หน้าที่ของผู้จ่ายเงินในการนำส่ง VAT แทนผู้ประกอบการต่างประเทศ (reverse charge) ผ่าน ภ.พ.36 — บริการอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะกรณีผู้ใช้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ส่วนบริการอื่นนำส่งทุกราย — มาตรา 83/6 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564)
คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย การพิจารณาหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของแต่ละกิจการต้องดูข้อเท็จจริง ลักษณะรายได้ และเอกสารเป็นรายกรณี ภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922