"คำพูดเพียงประโยคเดียว หรือเอกสารเพียงใบเดียวที่ส่งให้เจ้าหน้าที่ผิดจังหวะ อาจเปลี่ยนจากภาษีหลักหมื่น ให้กลายเป็นค่าปรับหลักล้านได้ทันที"
นักบัญชีช่วยคุณ "คำนวณ" แต่คำสั่งศาลต้องสู้ด้วย "ข้อกฎหมาย"
เมื่อได้รับหนังสือเชิญพบ คนส่วนใหญ่เลือกโทรหานักบัญชีทันที — ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่นักบัญชีถูกฝึกมาเพื่อ "จัดการตัวเลข" ไม่ใช่ "สู้คดีทางกฎหมาย"
ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกตัวบุคคลมาให้ถ้อยคำ และให้ส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการตรวจสอบได้ ซึ่งหมายความว่า ทุกคำที่คุณให้ไว้อยู่ในกรอบอำนาจทางกฎหมายที่สรรพากรสามารถนำไปใช้ได้ทั้งสิ้น
ในวันที่สรรพากรตีความข้อกฎหมายที่คลุมเครือ, ประเมินภาษีพลาด, หรือนำหลักฐานมาใช้อย่างไม่เป็นธรรม — พลังของตัวเลขจะหมดความหมายทันที
คือ "ยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางกฎหมาย" ที่สร้างขึ้นบนฐานของประมวลรัษฎากร, แนวคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง, และการตีความกฎหมายที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อคุณ — ไม่ใช่แค่ตัวเลขในงบการเงิน เพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณไม่ให้ถูกยึดหรืออายัด (มาตรา 12 ประมวลรัษฎากร)
ยิ่งกว่านั้น: หากกระบวนการนี้ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น โอกาสที่คุณจะอุทธรณ์ตามมาตรา 30 ประมวลรัษฎากรได้อย่างมีประสิทธิภาพในภายหลัง จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะคำให้การที่คุณพูดไปแล้ว เรียกคืนไม่ได้
ความเสี่ยง "คดีอาญา" ที่ไม่มีใครบอกคุณ
ในยุคดิจิทัลที่กรมสรรพากรเชื่อมข้อมูลกับธนาคาร, แพลตฟอร์มออนไลน์, และระบบ e-Tax Invoice — การตรวจสอบภาษีไม่ใช่แค่เรื่อง "จ่ายเงินเพิ่ม" อีกต่อไป
ตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ใดเจตนาหนีหรือพยายามหนีภาษีอากร มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท และหากการให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานเป็นเท็จหรือคลาดเคลื่อน อาจนำไปสู่ข้อหาตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (แจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน) ซึ่งเป็นเรื่องที่เงินเท่าไหร่ก็ซื้ออิสรภาพคืนมาไม่ได้
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ภาษีที่ต้องจ่าย — แต่คือการที่คุณ "ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในความเสี่ยงระดับใด" ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในห้องสัมภาษณ์นั้น
ความจริงที่ที่ปรึกษามือโปรรู้ดี: กรมสรรพากรมีข้อมูลของคุณมากกว่าที่คุณคิด ก่อนเชิญพบ เจ้าหน้าที่ได้ วิเคราะห์รูปแบบธุรกรรมและข้อมูลจากระบบ e-Tax Invoice / บัญชีธนาคาร ตามอำนาจในมาตรา 20 ประมวลรัษฎากร มาแล้วเป็นอย่างดี คำถามที่พวกเขาถามคุณ ส่วนใหญ่รู้คำตอบอยู่แล้ว — พวกเขากำลังวัดว่าคุณจะ "รับ" อะไรบ้างด้วยตัวเอง
⚠ ยังไม่แน่ใจว่าเคสของคุณเสี่ยงระดับไหน?
ส่งหนังสือเชิญพบมาให้วิเคราะห์เบื้องต้น ทาง LINE →ทำไมต้องที่ Eksiam Tax? เพราะความผิดพลาดคือสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้
Eksiam Tax & Legal Consultancy ไม่ได้ทำงานแบบ "รับจ้างทำบัญชี" ทั่วไป แต่เราดูแลคุณด้วยมาตรฐานของ ปริญญาโท กฎหมาย 4 หลักสูตร + MBA อีก 1 หลักสูตร ที่เข้าใจทั้ง "ตัวบทกฎหมาย" และ "ตัวเลขธุรกิจ" พร้อมกัน
คุณเอกสยาม ชัยศร — Founder & Managing Director ของ Eksiam Tax & Legal Consultancy มีคุณวุฒิที่ครอบคลุมทุกมิติของงานภาษีและกฎหมาย:
- ปริญญาโท กฎหมายการเงินและภาษีอากร — จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ปริญญาโท กฎหมายระหว่างประเทศ (กฎหมายการลงทุนระหว่างประเทศ) — จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ปริญญาโท กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ — มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาโท กฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา — สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
- ปริญญาโท บริหารธุรกิจ สาขาการตลาด — มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- สมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์
- นิติศาสตรบัณฑิต และ บัญชีบัณฑิต — มหาวิทยาลัยรามคำแหง