หน้าแรก · หมวดภาษี · ภาษีมูลค่าเพิ่ม
คู่มือภาษีมูลค่าเพิ่ม · ร้านค้าปลีก

วิธีขออนุมัติเป็นร้านค้า VAT Refund for Tourists ให้นักท่องเที่ยวขอคืนภาษีได้

ป้าย "VAT REFUND FOR TOURISTS" คือเครื่องหมาย Tax Free ของประเทศไทยที่ดึงลูกค้านักท่องเที่ยวเข้าร้าน แต่ร้านค้าจะออกคำร้อง ภ.พ.10 ให้นักท่องเที่ยวได้ ต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรก่อน บทความนี้สรุปคุณสมบัติ ขั้นตอนการยื่นแบบ คท.1 สิ่งที่ได้รับ และหน้าที่ทั้งหมดหลังเข้าระบบ

คำตอบแบบสั้นที่สุด: ร้านของคุณต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วยื่นแบบ คท.1 ต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ (หรือ ภญ. หรือออนไลน์ที่ rd.go.th/vrt) เมื่อได้รับอนุมัติจะได้ป้าย VAT REFUND FOR TOURISTS มาติดหน้าร้าน และมีสิทธิออกคำร้อง ภ.พ.10 ให้นักท่องเที่ยวนำไปขอคืนภาษีที่สนามบิน — รายละเอียดทุกขั้นอยู่ในบทความนี้ เหตุที่เรื่องนี้สำคัญ: นักท่องเที่ยวต่างชาติมีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักร แต่สิทธินั้นเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อซื้อจาก ร้านค้าที่ได้รับอนุมัติให้อยู่ในระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (VRT) เท่านั้น ร้านค้าที่อยู่นอกระบบ ต่อให้ออกใบกำกับภาษีถูกต้องทุกฉบับ นักท่องเที่ยวก็นำไปขอคืนภาษีไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเดินเข้าเฉพาะร้านที่มีป้าย VAT REFUND FOR TOURISTS

สำหรับร้านค้า การเข้าระบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องภาษีอย่างเดียว แต่เป็น เครื่องมือการขาย โดยตรง — และกรมสรรพากรไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม สิ่งที่ต้องแลกคือคุณสมบัติที่ครบและวินัยด้านเอกสารหลังได้รับอนุมัติ

หัวข้อในบทความ

  1. ระบบ VRT คืออะไร และร้านค้าได้อะไร
  2. คุณสมบัติของร้านค้าที่ขอเข้าระบบได้
  3. ขั้นตอนการยื่นขออนุมัติ (แบบ คท.1)
  4. หน้าที่ของร้านค้าหลังได้รับอนุมัติ
  5. ข้อควรระวัง และการถูกเพิกถอนสิทธิ
  6. ฝั่งนักท่องเที่ยวต้องซื้อเท่าไรจึงขอคืนได้
  7. เทียบต่างประเทศ และหลักกฎหมายเบื้องหลังระบบ Tax Refund
I

ระบบ VRT คืออะไร และร้านค้าได้อะไร

ระบบคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (VAT Refund for Tourists System) เป็นมาตรการภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 84/41 ที่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บจากการซื้อสินค้าได้ โดยร้านค้าในระบบเป็นผู้จัดทำ คำร้องขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว (แบบ ภ.พ.10) มอบให้นักท่องเที่ยวพร้อมใบกำกับภาษี

สิทธิประโยชน์ที่ร้านค้าได้รับตามคู่มือผู้ประกอบการของกรมสรรพากร2 ได้แก่

ป้ายเดียวกันนี้คือเหตุผลที่นักท่องเที่ยวเลือกร้านของคุณแทนร้านข้างๆ — และรัฐเป็นฝ่ายออกค่าโฆษณาให้
II

คุณสมบัติของร้านค้าที่ขอเข้าระบบได้

หลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรกำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวไว้ ดังนี้3

ในทางปฏิบัติ ร้านที่ยอดขายส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยว เช่น ร้านในย่านท่องเที่ยว ร้านสินค้าที่ระลึก อัญมณี เสื้อผ้า เครื่องหนัง หรือร้านในห้างที่มีลูกค้าต่างชาติ ควรประเมินความคุ้มค่าจากข้อเท็จจริงที่ว่า นักท่องเที่ยวจะขอคืนภาษีได้เมื่อซื้อตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อร้านต่อวัน — หากสินค้าของร้านมีราคาเฉลี่ยระดับนี้ การเข้าระบบมักคุ้มทันที

III

ขั้นตอนการยื่นขออนุมัติ (แบบ คท.1)

การขออนุมัติใช้ แบบคำขออนุมัติเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว (คท.1) และแบบกรอกรายละเอียดสาขาเพิ่มเติม (คท.1.1) กรณีขอสิทธิให้สาขาด้วย โดยยื่นได้ 3 ช่องทาง4

ช่องทางที่ 1 — สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ที่สถานประกอบการซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ (กรณีมีหลายสาขา ให้สำนักงานใหญ่เป็นผู้ยื่น และระบุเฉพาะสาขาที่ประสงค์ขอรับสิทธิ)
ช่องทางที่ 2 — สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ (ภญ.) สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ภญ.
ช่องทางที่ 3 — ออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th/vrt) โดยต้องสมัครเป็นสมาชิกระบบ VRT ทาง Internet ก่อน

ผลการอนุมัติ: ร้านค้าจะได้รับหนังสือแจ้งการเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว (คท.4) พร้อมข้อควรปฏิบัติ (คท.4.1) และกรมสรรพากรจะจัดส่ง บัตร VRT Card ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเบิกแบบ ภ.พ.10 ครั้งต่อๆ ไป4

จุดที่ร้านค้ามักสะดุดไม่ใช่ตัวแบบ คท.1 แต่คือความพร้อมของกิจการก่อนยื่น — สถานะ VAT ประวัติการยื่นแบบย้อนหลัง และการเตรียมระบบเอกสารหน้าร้านให้พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขทันทีที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งเป็นส่วนที่ควรตรวจก่อนยื่นจริง

IV

หน้าที่ของร้านค้าหลังได้รับอนุมัติ

เมื่อเข้าระบบแล้ว ร้านค้ามีหน้าที่หลักตามที่กรมสรรพากรกำหนด5 ดังนี้

หน้าที่รายละเอียดสำคัญ
แสดงป้ายสัญลักษณ์ติดป้าย VAT REFUND FOR TOURISTS ในที่เปิดเผยเห็นชัดเจน เป็นรายสถานประกอบการ
ใบกำกับภาษีระบุเลขที่หนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวในใบกำกับภาษีทุกฉบับ (เต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ระบุชื่อ-ที่อยู่ด้วย / อย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 90)) ห้ามขีดฆ่าแก้ไข — หากผิดให้ยกเลิกและออกฉบับใหม่
จัดทำแบบ ภ.พ.10เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อสินค้ารวมภาษี (หลังหักส่วนลด) ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อร้านต่อวัน รวมใบกำกับภาษีหลายฉบับในวันเดียวกันได้ ส่งมอบต้นฉบับ (สีเหลือง) พร้อมใบกำกับภาษีให้นักท่องเที่ยวในวันที่ขาย
รายงาน คท.9บันทึกการออกแบบ ภ.พ.10 ลงรายงาน คท.9 ภายใน 3 วัน นับแต่วันจัดทำ และเก็บรักษา ณ สถานประกอบการไม่น้อยกว่า 2 ปี
ภาษีขายเรียกเก็บ VAT จากนักท่องเที่ยวตามปกติ และยื่นแบบนำส่งภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (นักท่องเที่ยวไปขอคืนเองที่สนามบิน ไม่ใช่ร้านลดราคาให้)
แจ้งเปลี่ยนแปลงเพิ่ม/ลด/ย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนชื่อ หรือออกจากระบบ ต้องแจ้งภายใน 7 วันด้วยแบบ คท.1

งานเหล่านี้ไม่ยาก แต่ต้องทำถูกและสม่ำเสมอ เพราะความบกพร่องซ้ำๆ เป็นเหตุเพิกถอนสิทธิได้ การอบรมพนักงานหน้าร้านให้กรอกแบบ ภ.พ.10 เป็นและตรวจหนังสือเดินทางเป็น จึงสำคัญเท่ากับการได้รับอนุมัติ

V

ข้อควรระวัง และการถูกเพิกถอนสิทธิ

กรมสรรพากรเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวได้ในกรณีต่อไปนี้6

ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ ห้ามยื่นขออนุมัติใหม่ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน6 และต้องปลดป้าย งดออกแบบ ภ.พ.10 พร้อมส่งคืนแบบที่เหลือและบัตร VRT Card ทันที ความเสียหายจริงจึงไม่ใช่แค่เอกสาร แต่คือการเสียเครื่องมือดึงลูกค้านักท่องเที่ยวไปครึ่งปีเป็นอย่างน้อย

VI

ฝั่งนักท่องเที่ยวต้องซื้อเท่าไรจึงขอคืนได้

เพื่อให้พนักงานหน้าร้านตอบลูกค้าได้ถูกต้อง: นักท่องเที่ยวจะขอคืน VAT ได้เมื่อซื้อสินค้าจากร้านในระบบ VRT มูลค่ารวมภาษีตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อร้านต่อวัน (เป็นเกณฑ์ที่ร้านออกแบบ ภ.พ.10 ให้) และเมื่อรวมมูลค่าที่ขอคืนทั้งหมดตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรแล้ว นำสินค้า แบบ ภ.พ.10 และใบกำกับภาษีไปแสดงต่อศุลกากรและยื่นขอคืนที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศในวันเดินทางออก7 สินค้าต้องนำออกนอกราชอาณาจักรภายใน 60 วันนับแต่วันที่ซื้อ ทั้งนี้เงื่อนไขฝั่งนักท่องเที่ยวเป็นรายละเอียดที่กรมสรรพากรปรับปรุงได้ ร้านค้าควรยึดข้อมูลปัจจุบันจากเว็บไซต์ vrtweb.rd.go.th

หมายเหตุ: เรื่องนี้คนละประเด็นกับการขอคืนภาษีซื้อของกิจการ (ภ.พ.30 / ค.10) ซึ่งเป็นสิทธิของตัวผู้ประกอบการเอง

VII

เทียบต่างประเทศ และหลักกฎหมายเบื้องหลังระบบ Tax Refund

หลักทฤษฎี: ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีการบริโภค (consumption tax) ซึ่งระบบสากลจัดเก็บตามหลักปลายทาง (destination principle) — สินค้าถูกบริโภคที่ประเทศใด ภาษีควรตกแก่ประเทศนั้น ตามแนวทาง OECD International VAT/GST Guidelines สินค้าที่นักท่องเที่ยวซื้อแล้วหิ้วออกนอกประเทศจึงมีสถานะทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกับการส่งออก ซึ่งกฎหมายไทยกำหนดให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากรอยู่แล้ว การคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวตามมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร จึงเป็นกลไกที่ทำให้หลักปลายทางและหลักความเป็นกลางทางภาษี (tax neutrality) สมบูรณ์ — ผู้บริโภคปลายทางในต่างประเทศไม่ควรแบกรับ VAT ของไทย8

ญี่ปุ่น: เดิมใช้ระบบ "ยกเว้น ณ จุดขาย" (ร้าน tax-free ขายโดยไม่เก็บ consumption tax 10% ทันที) แต่ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 (ค.ศ. 2026) ญี่ปุ่นเปลี่ยนมาใช้ระบบ "จ่ายก่อน–คืนทีหลัง" (refund-based) แบบเดียวกับไทย คือนักท่องเที่ยวจ่ายราคารวมภาษีที่ร้าน แล้วไปทำเรื่องรับคืนก่อนออกนอกประเทศ โดยยกเลิกเงื่อนไขบรรจุภัณฑ์ปิดผนึกและเพดานซื้อรายวัน เกณฑ์ขั้นต่ำ ¥5,000 ต่อร้านต่อวัน และต้องนำสินค้าออกภายใน 90 วัน9 การที่ประเทศซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียหันมาใช้โมเดลเดียวกับไทย สะท้อนว่าระบบคืนภายหลังควบคุมการทุจริตได้ดีกว่าการยกเว้นหน้าร้าน

สหภาพยุโรป: ใช้ retail export scheme ภายใต้ VAT Directive (Council Directive 2006/112/EC) — นักท่องเที่ยวนอก EU ขอคืนได้เมื่อนำสินค้าออกภายในสิ้นเดือนที่สามนับแต่เดือนที่ซื้อ ผ่านการประทับตราศุลกากร จุดต่างสำคัญคือหลายประเทศให้เอกชน (เช่น Global Blue) เป็นผู้ดำเนินการคืนและหักค่าธรรมเนียม ขณะที่ของไทยกรมสรรพากรคืนเองที่ท่าอากาศยาน นักท่องเที่ยวจึงได้เงินคืนเต็มกว่าเมื่อเทียบสัดส่วน10 ส่วนเกาหลีใต้ไปไกลกว่าด้วยระบบ immediate refund หักภาษีทันทีที่จุดขายสำหรับยอดซื้อไม่เกินเกณฑ์ และสิงคโปร์ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ eTRS ทั้งประเทศ

สำหรับร้านค้าไทย บทเรียนจากการเปรียบเทียบคือ ระบบของไทยเป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว และเมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนมาใช้โมเดลเดียวกัน นักท่องเที่ยวเอเชียจะยิ่งคุ้นเคยกับขั้นตอน ภ.พ.10 ของไทยมากขึ้น — ร้านที่เข้าระบบก่อนย่อมเก็บเกี่ยวความคุ้นเคยนี้ได้ก่อน

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

ร้านค้าแบบไหนขอเข้าระบบ VAT Refund for Tourists ได้?

ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีความมั่นคง ไม่มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี — ร้านบุคคลธรรมดาต้องจัดตั้งนิติบุคคลก่อน

ยื่นขออนุมัติที่ไหน ใช้แบบอะไร?

ยื่นแบบ คท.1 (และ คท.1.1 กรณีมีสาขา) ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ของสำนักงานใหญ่ หรือ ภญ. หรือออนไลน์ที่ rd.go.th/vrt (ต้องสมัครสมาชิกระบบก่อน)

หลังได้รับอนุมัติต้องทำอะไรบ้าง?

ติดป้ายสัญลักษณ์ ระบุเลขหนังสือเดินทางในใบกำกับภาษีทุกฉบับ ออกแบบ ภ.พ.10 เมื่อลูกค้าต่างชาติซื้อครบ 2,000 บาทต่อวัน ทำรายงาน คท.9 ใน 3 วันและเก็บ 2 ปี

มีค่าใช้จ่ายกับกรมสรรพากรไหม?

ไม่มี — ป้าย แบบ ภ.พ.10 คู่มือ และการอบรมพนักงาน กรมสรรพากรสนับสนุนโดยไม่คิดมูลค่า ภาระที่แท้จริงคือวินัยเอกสารหลังเข้าระบบ

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของกิจการ: ภ.พ.30 / ค.10สิทธิขอคืนภาษีซื้อของตัวผู้ประกอบการเอง บริการยื่นภาษีและงานทะเบียนสรรพากรให้เราดูแลแบบ คท.1 และระบบเอกสารหน้าร้าน ภาษีร้านค้าและผู้ขายสินค้าประเด็นภาษีที่ร้านค้าปลีกควรรู้

อยากติดป้าย VAT REFUND FOR TOURISTS ให้ร้านของคุณ?

ส่งข้อมูลกิจการมาให้เราตรวจคุณสมบัติก่อนได้เลยนะครับบ — เราช่วยดูสถานะนิติบุคคลและ VAT เตรียมและยื่นแบบ คท.1 วางระบบ ภ.พ.10 / คท.9 หน้าร้าน พร้อมแนะนำการอบรมพนักงาน ให้ร้านของคุณรับลูกค้านักท่องเที่ยวได้เต็มรูปแบบโดยไม่สะดุดเรื่องเอกสาร ด้วยประสบการณ์งานภาษีมากว่า 25 ปี

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 ขอคำปรึกษา
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

อ้างอิง

  1. ฐานกฎหมายการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร — ประมวลรัษฎากร มาตรา 84/4 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้อง
  2. สิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการในระบบ — คู่มือผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว, กรมสรรพากร (rd.go.th)
  3. คุณสมบัติผู้ประกอบการ — คู่มือผู้ประกอบการขายสินค้าให้นักท่องเที่ยว, กรมสรรพากร
  4. การยื่นแบบ คท.1 สถานที่ยื่น และการแจ้งผล (คท.4 / VRT Card ภายใน 30 วัน) — คู่มือผู้ประกอบการฯ ข้อ 2
  5. หน้าที่ผู้ประกอบการ (ป้าย, ภ.พ.10 ≥2,000 บาท, คท.9 ภายใน 3 วัน เก็บ 2 ปี, แจ้งเปลี่ยนแปลง 7 วัน) — rd.go.th/63081.html และคู่มือผู้ประกอบการฯ ทั้งนี้ใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 และ 86/6 ประกอบประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 90)
  6. เหตุเพิกถอนสิทธิ และข้อห้ามยื่นใหม่ภายใน 6 เดือน — คู่มือผู้ประกอบการฯ ข้อ 7
  7. เงื่อนไขฝั่งนักท่องเที่ยว — vrtweb.rd.go.th, กรมสรรพากร
  8. หลักปลายทางและความเป็นกลางทางภาษี — OECD International VAT/GST Guidelines (2017) ประกอบมาตรา 80/1 และมาตรา 84/4 แห่งประมวลรัษฎากร
  9. การเปลี่ยนระบบ tax-free ของญี่ปุ่นเป็น refund-based มีผล 1 พ.ย. 2026 — ประกาศการปฏิรูปภาษีของญี่ปุ่น (สรุปโดย japan-guide.com / Japan National Tourism Organization)
  10. Retail export scheme ของสหภาพยุโรป — Council Directive 2006/112/EC (EU VAT Directive), Article 147
คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย การขอคืนภาษีของแต่ละกิจการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารเป็นรายกรณี ภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922