หน้าแรก · หมวดภาษี · ภาษีมูลค่าเพิ่ม
คู่มือภาษีมูลค่าเพิ่ม

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เงื่อนไข ขั้นตอน และวิธีเร่งรัด

ผู้ประกอบการที่มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย โดยเฉพาะผู้ส่งออก มักมีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขอคืนได้ แต่หลายรายไม่ได้ขอคืนหรือถูกตรวจสอบจนล่าช้า บทความนี้อธิบายสิทธิ วิธีการขอคืนสองรูปแบบ เอกสารที่ต้องเตรียม ระยะเวลา และเหตุที่มักถูกปฏิเสธ

ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการจดทะเบียนนำส่งภาษีจากผลต่างของภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือน หากเดือนใดภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ผู้ประกอบการย่อมมีภาษีที่ชำระเกินซึ่งสามารถขอคืนหรือยกไปเป็นเครดิตได้ สถานการณ์นี้พบบ่อยในกิจการที่ลงทุนซื้อสินค้าหรือทรัพย์สินจำนวนมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจการส่งออกซึ่งเสียภาษีขายในอัตราร้อยละ 0 แต่ยังมีภาษีซื้อจากต้นทุน

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่ได้ใช้สิทธิขอคืน หรือขอคืนแล้วถูกตรวจสอบจนได้รับเงินคืนล่าช้า เนื่องจากไม่เข้าใจเงื่อนไข วิธีการ และเอกสารที่ถูกต้อง บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดตามประมวลรัษฎากร

หัวข้อในบทความ

  1. เมื่อใดจึงเกิดสิทธิขอคืน VAT
  2. สองวิธีในการขอคืน: ภ.พ.30 และ ค.10
  3. เอกสารที่ต้องเตรียม
  4. ระยะเวลา และการได้รับเงินคืนเร็วขึ้น
  5. เหตุที่มักถูกตรวจสอบหรือปฏิเสธ
  6. ความต่างจาก "VAT Refund สำหรับนักท่องเที่ยว"
I

เมื่อใดจึงเกิดสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/3 ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ชำระส่วนต่าง แต่หาก ภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ผลต่างนั้นถือเป็นเครดิตภาษีซึ่งผู้ประกอบการมีสิทธิ ขอคืนเป็นเงินสด หรือนำไปใช้เป็นเครดิตในเดือนถัดไปได้1

สถานการณ์ที่ทำให้เกิดภาษีซื้อสะสมเกินภาษีขาย เช่น ช่วงเริ่มต้นกิจการที่ลงทุนซื้อเครื่องจักรหรือสินค้าจำนวนมาก หรือกิจการที่ขายสินค้าราคาทุนสูงแต่ทยอยขาย และที่พบมากที่สุดคือ กิจการส่งออก ซึ่งการส่งออกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 02 ทำให้แทบไม่มีภาษีขาย แต่ยังมีภาษีซื้อจากต้นทุนการผลิต จึงมักมีภาษีที่ขอคืนได้ทุกเดือน

ภาษีซื้อที่มากกว่าภาษีขาย คือเงินของกิจการที่ "จองไว้กับรัฐ" — การขอคืนอย่างถูกต้องคือการนำสภาพคล่องนั้นกลับคืนมา
II

สองวิธีในการขอคืน: ภ.พ.30 และ ค.10

กฎหมายเปิดให้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระเกินได้สองวิธี3

วิธีที่ 1 — ลงนามขอคืนในแบบ ภ.พ.30 ในเดือนภาษีที่มีภาษีชำระเกินและไม่ประสงค์จะใช้เป็นเครดิตในเดือนถัดไป ให้ลงลายมือชื่อในช่อง "มีสิทธิขอคืน" ของแบบแสดงรายการ ภ.พ.30 ของเดือนนั้น
วิธีที่ 2 — ยื่นแบบ ค.10 ใช้ในกรณีที่มิได้ลงนามขอคืนในแบบ ภ.พ.30 และมิได้นำเครดิตไปใช้ในเดือนถัดไป หรือกรณีที่ยื่น ภ.พ.30 โดยแสดงจำนวนภาษีคลาดเคลื่อน โดยแบบ ค.10 สามารถยื่นได้ ภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบของเดือนภาษีนั้น4

การเลือกวิธีและจังหวะการขอคืนมีผลต่อสภาพคล่องและความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบ ผู้ประกอบการจึงควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะขอคืนเป็นเงินสดหรือยกเครดิต และเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น

III

เอกสารที่ต้องเตรียม

กรมสรรพากรจะตรวจสอบความถูกต้องและการมีอยู่จริงของธุรกรรมก่อนคืนภาษี เอกสารที่มักต้องใช้ ได้แก่

ความครบถ้วนและสอดคล้องของเอกสารเหล่านี้เป็นปัจจัยชี้ขาดว่าการขอคืนจะราบรื่นหรือถูกตรวจสอบเพิ่มเติม

IV

ระยะเวลา และการได้รับเงินคืนเร็วขึ้น

การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องผ่านการตรวจสอบของเจ้าพนักงาน ระยะเวลาจึงขึ้นอยู่กับความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและความซับซ้อนของธุรกรรม กรณีเอกสารพร้อมและไม่มีประเด็นสงสัยย่อมได้รับคืนเร็วกว่า ส่วนกรณีที่มีประเด็นต้องตรวจสอบ การคืนอาจใช้เวลานานขึ้น

ผู้ประกอบการที่มีประวัติการเสียภาษีที่ดีและมีระบบเอกสารที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการที่ดี มักได้รับการพิจารณาคืนภาษีในกระบวนการที่รวดเร็วกว่า การจัดทำเอกสารให้เป็นระบบและถูกต้องตั้งแต่ต้น จึงเป็นวิธีเร่งรัดการคืนที่ได้ผลที่สุด

V

เหตุที่มักถูกตรวจสอบหรือปฏิเสธ

เหตุที่พบบ่อยซึ่งทำให้การขอคืนล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ ได้แก่

การสอบทานใบกำกับภาษีและความสอดคล้องของเอกสารก่อนยื่นขอคืน จึงช่วยลดความเสี่ยงในการถูกประเมินหรือปฏิเสธได้อย่างมาก

VI

ความต่างจาก "VAT Refund สำหรับนักท่องเที่ยว"

ผู้ประกอบการมักสับสนระหว่างการขอคืนภาษีซื้อของกิจการ (ตามบทความนี้) กับโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (VAT Refund for Tourists) ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน โครงการสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นการคืน VAT ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและนำสินค้าออกนอกประเทศ โดยร้านค้าต้องได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ประกอบการในโครงการก่อน — ดูขั้นตอนทั้งหมดใน วิธีขออนุมัติเป็นร้านค้า VAT Refund for Tourists ส่วนการขอคืนตามบทความนี้เป็นสิทธิของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายตามระบบปกติ

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

ใครมีสิทธิขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม?

ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายในเดือนภาษี มีสิทธิขอคืนภาษีส่วนที่ชำระเกิน หรือเลือกใช้เป็นเครดิตในเดือนถัดไป (ม.82/3 และ 84)

ขอคืน VAT มีกี่วิธี และมีเวลาเท่าใด?

สองวิธี คือ ลงนามขอคืนในแบบ ภ.พ.30 หรือยื่นแบบ ค.10 ซึ่งยื่นได้ภายใน 3 ปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบของเดือนภาษีนั้น

ทำไมการขอคืน VAT จึงมักถูกตรวจสอบ?

เพราะกรมสรรพากรต้องตรวจความถูกต้องของใบกำกับภาษีและธุรกรรม โดยเฉพาะภาษีซื้อต้องห้ามหรือใบกำกับภาษีที่ไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 82/5 ซึ่งนำมาขอคืนไม่ได้

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

วิธีขออนุมัติเป็นร้านค้า VAT Refund for Touristsคุณสมบัติ แบบ คท.1 และหน้าที่ร้านค้าในระบบ VRT วิธีหักภาษีขาย–ภาษีซื้อ และการคำนวณ VATเข้าใจกลไกก่อนขอคืน บริการยื่นภาษีและขอคืน VATดูแลเอกสารและการขอคืนแทนท่าน ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง: ทางออกที่ดีที่สุดหากการขอคืนนำไปสู่การตรวจสอบ

ต้องการขอคืน VAT ให้ได้เร็วและปลอดภัย?

ส่งรายละเอียดกิจการและเอกสารให้เราช่วยสอบทานก่อนยื่นได้เลยนะครับบ เราจะช่วยตรวจความถูกต้องของใบกำกับภาษี จัดเตรียมเอกสาร และวางแนวทางการขอคืนให้ราบรื่น ลดความเสี่ยงการถูกตรวจสอบ ด้วยประสบการณ์ดูแลคดีภาษีมากว่า 25 ปี

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 ขอคำปรึกษา
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

  1. การคำนวณภาษีจากภาษีขายหักภาษีซื้อ และสิทธิได้รับคืน/เครดิต — ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/3
  2. อัตราภาษีร้อยละ 0 สำหรับการส่งออก — มาตรา 80/1
  3. สิทธิขอคืนภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน — มาตรา 84
  4. การขอคืนด้วยแบบ ค.10 ภายใน 3 ปี — มาตรา 84/1 ประกอบแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร
  5. ภาษีซื้อต้องห้าม (ไม่มีใบกำกับ/ใบกำกับไม่สมบูรณ์/ไม่เกี่ยวกับกิจการ) — มาตรา 82/5
คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย การขอคืนภาษีของแต่ละกิจการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารเป็นรายกรณี ภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922