หน้าแรก · บทความ · ภาษีมูลค่าเพิ่ม
บทวิเคราะห์ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผลผลิตการเกษตรชนิดใด ยกเว้น VAT และชนิดใดต้องเสีย

พืชผล ผลไม้ สัตว์ ข้าว ปุ๋ย — มิใช่ทุกอย่างจากภาคเกษตรจะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเสมอไป บทความนี้สรุปขอบเขตการยกเว้นตามมาตรา 81 พร้อมเส้นแบ่งระหว่าง "สภาพสด" กับ "การแปรรูป" และความต่างระหว่างการขายในประเทศกับการส่งออก

ผู้ประกอบการในภาคเกษตรจำนวนมากเข้าใจว่า สินค้าทุกชนิดที่มาจากการเกษตรย่อมได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ในความเป็นจริง การยกเว้นมีขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน โดยมุ่งคุ้มครองผลผลิตในสภาพสดหรือที่เพียงรักษาสภาพไว้ มิใช่ผลผลิตที่ผ่านการแปรรูปในเชิงอุตสาหกรรม การเข้าใจเส้นแบ่งนี้จึงสำคัญต่อการกำหนดสถานะภาษีของกิจการอย่างถูกต้อง

บทความนี้สรุปประเภทสินค้าและบริการทางการเกษตรที่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 เส้นแบ่งของการแปรรูปตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.28/2535 พร้อมตัวอย่างที่พบบ่อย และความแตกต่างระหว่างการขายในประเทศกับการส่งออก

หัวข้อในบทความ

  1. หลักการยกเว้น: คุ้มครองเฉพาะ "สภาพสด" มิใช่การแปรรูป
  2. รายการที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81(1)
  3. เส้นแบ่ง "การแปรรูป" ที่ทำให้ต้องเสีย VAT
  4. ตัวอย่างที่พบบ่อย
  5. ขายในประเทศ กับ ส่งออก ต่างกันอย่างไร
  6. ทางเลือกจดทะเบียนโดยสมัครใจ
I

หลักการยกเว้น: คุ้มครองเฉพาะ "สภาพสด" มิใช่การแปรรูป

ประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ก) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่การขายพืชผลทางการเกษตร เหตุผลเบื้องหลังคือกฎหมายไม่ต้องการเก็บภาษีซ้ำเติมกับสินค้าเกษตรพื้นฐานที่ประชาชนใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน ผลผลิตจากไร่นาที่ยังคง "สภาพสด" หรือเพียงผ่านการเก็บรักษาให้คงสภาพไม่ให้เน่าเสีย จึงได้รับยกเว้น

คำว่า "สภาพสด หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสีย" พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ วิธีการที่เพียงช่วยถนอมผลผลิตให้อยู่ได้นานขึ้น โดยไม่ได้เปลี่ยนแก่นแท้ของความเป็นผลผลิตเกษตรชนิดเดิม เช่น การแช่เย็น แช่แข็ง ทำให้แห้ง บด หรือตัดแบ่งเป็นชิ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ทั่วไป เช่น ผักสดในตลาด ผลไม้แช่เย็นในห้าง เนื้อหมูแช่แข็ง พริกแห้ง หรือข้าวสารที่สีมาจากข้าวเปลือก สิ่งเหล่านี้แม้จะผ่านการแช่แข็งหรือทำให้แห้งแล้ว ก็ยังถือเป็นผลผลิตเกษตรในสภาพที่กฎหมายยกเว้น เพราะมันยังเป็นสินค้าชนิดเดิม เพียงแต่ถนอมไว้ให้ขายได้นานขึ้นเท่านั้น

ในทางตรงกันข้าม เมื่อผลผลิตถูก "แปรรูป" จนกลายเป็นสินค้าชนิดใหม่ หรือถูกผลิตในเชิงอุตสาหกรรม ก็จะพ้นจากการยกเว้น และกลายเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ เส้นแบ่งจึงอยู่ที่คำถามง่าย ๆ ว่า สินค้านั้น "ยังเป็นผลผลิตเกษตรในสภาพเดิม" อยู่หรือ "กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่" ไปแล้ว ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ มะม่วงสดได้รับยกเว้น แต่มะม่วงกวนหรือมะม่วงดองบรรจุกระป๋องต้องเสียภาษี ส้มทั้งผลไม่ต้องเสีย แต่น้ำส้มคั้นบรรจุกล่องในเชิงอุตสาหกรรมต้องเสีย ในทำนองเดียวกัน น้ำยางที่กรีดจากต้นยางหรือยางแผ่นยังได้รับยกเว้น แต่เมื่อโค่นต้นยางมาขายเป็นไม้ซุงหรือไม้ฟืน กลับต้องเสียภาษี เพราะถือเป็นคนละสินค้ากับผลผลิตเกษตร

ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงเขียนข้อยกเว้นไว้ท้ายมาตราอย่างชัดเจนว่า การยกเว้นนี้ ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟืน ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรม

มาตรา 81(1)(ก) — ยกเว้น VAT การขายพืชผลทางการเกษตร "...ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสีย... แต่ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟืน หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรม..."
เส้นแบ่งสำคัญอยู่ที่ "สภาพสด/รักษาสภาพ" (ยกเว้น) กับ "การแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม" (ต้องเสียภาษี)
II

รายการที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81(1)

นอกจากพืชผลทางการเกษตรแล้ว มาตรา 81(1) ยังยกเว้นการขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรอีกหลายประเภท (เฉพาะการขายที่มิใช่การส่งออก) ที่สำคัญได้แก่

นอกจากนี้ยังมีบริการที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับยกเว้น เช่น การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร (ณ) และการให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ต) เป็นต้น

III

เส้นแบ่ง "การแปรรูป" ที่ทำให้ต้องเสีย VAT

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.28/2535 วางแนวปฏิบัติว่า เมื่อผลผลิตเกษตรถูกแปรสภาพเกินกว่าการรักษาสภาพสด ย่อมพ้นจากการยกเว้นและกลายเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีที่ ไม่ได้รับยกเว้น ตามคำสั่งนี้ เช่น

ในทางกลับกัน คำสั่งเดียวกันยืนยันว่า การขายกากของพืช น้ำยางจากพืช และยางแผ่น ยังคงได้รับยกเว้น

IV

ตัวอย่างที่พบบ่อย

สินค้าสถานะ VAT
ผักสด ผลไม้สด (รวมแช่เย็น/แช่แข็งเพื่อรักษาสภาพ)ยกเว้น
ข้าวเปลือก ข้าวสารยกเว้น
น้ำยางสด ยางแผ่น ยางก้อนยกเว้น
เนื้อสัตว์สด ไข่ น้ำนมดิบยกเว้น
ปุ๋ย อาหารสัตว์ ยา/เคมีเกษตรยกเว้น
ทุเรียนกวน ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้บรรจุภาชนะอุตสาหกรรมต้องเสีย
ไม้ยางพารา ไม้ฟืน ไม้แปรรูปต้องเสีย
อาหารแปรรูปบรรจุกระป๋อง/หีบห่ออุตสาหกรรมต้องเสีย

หมายเหตุ: การพิจารณาสินค้าบางรายการที่อยู่ก้ำกึ่งต้องอาศัยข้อเท็จจริงของกระบวนการผลิตและลักษณะบรรจุภัณฑ์เป็นรายกรณี

V

ขายในประเทศ กับ ส่งออก ต่างกันอย่างไร

ข้อสังเกตสำคัญคือ การยกเว้นตามมาตรา 81(1) ใช้กับ "การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก" กล่าวคือเป็นการยกเว้นสำหรับการขายภายในประเทศ ตัวอย่างเช่น เจ้าของสวนที่ขายทุเรียนสดให้แก่ล้งหรือผู้รวบรวมในประเทศ ย่อมเป็นการขายผลผลิตในสภาพสดที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ส่วน การส่งออก มีกลไกต่างออกไป โดยการส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 (zero-rate) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกขอคืนภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ การส่งออกผลไม้ เช่น ทุเรียนแช่แข็งไปต่างประเทศ ยังเกี่ยวพันกับพิธีการศุลกากรและการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นเฉพาะที่ควรพิจารณาแยกต่างหาก (สำนักงานจะอธิบายไว้ในบทความเรื่องภาษีการส่งออกโดยเฉพาะ)

อนึ่ง รายได้ของเจ้าของสวนหรือผู้ประกอบการยังอยู่ในบังคับของภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

VI

ทางเลือกจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสมัครใจ

ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/3 เปิดทางให้ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าซึ่ง "ได้รับยกเว้นอยู่แล้ว" (เช่น พืชผลเกษตรตามมาตรา 81(1)(ก) ถึง (ฉ)) หรือกิจการขนาดย่อม สามารถ "เลือก" แจ้งขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเข้าสู่ระบบภาษีตามปกติได้ ทั้งที่ตามกฎหมายไม่มีหน้าที่ต้องจด

เหตุที่บางรายเลือกจดทั้งที่ได้รับยกเว้น เพราะการอยู่ในระบบ VAT มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เช่น ผู้ส่งออกที่ต้องการใช้สิทธิอัตราร้อยละ 0 และขอคืนภาษีซื้อที่จ่ายไปในการผลิต หรือกิจการที่ลูกค้าเป็นบริษัทซึ่งต้องการใบกำกับภาษีไปหักภาษีซื้อ การจดทะเบียนโดยสมัครใจในกรณีนี้จึงเป็นการตัดสินใจเชิงธุรกิจ มิใช่ภาระบังคับ

ข้อควรเข้าใจที่สำคัญ — การจดทะเบียนไม่ใช่ "การล้างอดีต": มาตรา 81/3 ใช้กับสินค้าที่ ได้รับยกเว้นอยู่แล้ว ซึ่งแต่เดิมไม่มีภาระภาษีให้ต้องเสีย จึงไม่มีประเด็นการประเมินย้อนหลัง เพราะไม่เคยมีหน้าที่ต้องเสียมาตั้งแต่ต้น

กรณีนี้ ต่างอย่างสิ้นเชิง กับกรณีที่กิจการขายสินค้าที่ ต้องเสียภาษี อยู่แล้ว (เช่น ไม้ฟืนหรือไม้แปรรูป) และมีรายรับเกินเกณฑ์จนมีหน้าที่ต้องจดทะเบียน แต่กลับไม่เคยจดและไม่เคยเสีย ในกรณีหลังนี้ การเพิ่งมาจดทะเบียนในภายหลัง ไม่ได้ลบล้างภาระภาษีในอดีต กรมสรรพากรยังมีอำนาจประเมินภาษีย้อนหลังสำหรับช่วงเวลาที่กิจการมีหน้าที่แต่ไม่ได้ปฏิบัติ ภายในกรอบอายุความ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม การจดทะเบียนจึงไม่ใช่เครื่องป้องกันการประเมิน

อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่รู้ตัวว่าที่ผ่านมายังปฏิบัติไม่ถูกต้อง การเข้าปรับปรุงและจดทะเบียนให้ถูกต้องด้วยตนเอง ก่อน ถูกตรวจสอบ (ที่เรียกว่า "การเปิดเผยโดยสมัครใจ") โดยทั่วไปช่วยลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้มากกว่าการรอให้ถูกประเมิน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการจดทะเบียนโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 และควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรเพื่อวางแนวทางเป็นรายกรณี

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

ขายผลไม้สดหรือผักสดต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่?

ไม่ต้อง การขายพืชผลในสภาพสดหรือที่รักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสีย (แช่เย็น แช่แข็ง ทำให้แห้ง) ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81(1)(ก)

ขายทุเรียนสดให้ล้งต้องเสีย VAT ไหม แล้วทุเรียนกวนล่ะ?

ทุเรียนสดและทุเรียนแช่แข็งเพื่อรักษาสภาพได้รับยกเว้น แต่ทุเรียนกวนหรือผลิตภัณฑ์ที่บรรจุกระป๋อง/หีบห่ออุตสาหกรรมต้องเสีย VAT ตาม ป.28/2535

ส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศเสีย VAT อย่างไร?

การส่งออกของผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 ต่างจากการขายในประเทศที่ได้รับยกเว้น และผู้ขายสินค้าเกษตรเลือกจดทะเบียนได้ตามมาตรา 81/3

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

รับซื้อ–ขายไม้ยางพารา–ไม้ฟืน ต้องเสีย VAT ไหมทั้งผู้ซื้อ–ผู้ขาย และวิธีหักภาษีขาย-ภาษีซื้อ ขายของออนไลน์–อาชีพอิสระ เมื่อไรต้องเสียภาษีและทำไมสรรพากรถึงรู้รายรับ การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ขั้นตอนและสิทธิ์ที่มี

ไม่แน่ใจว่าสินค้าเกษตรของท่านยกเว้นหรือต้องเสีย VAT?

เล่าลักษณะสินค้าและกระบวนการผลิตให้เราฟังก่อนได้เลยนะครับบ เราจะช่วยพิจารณาสถานะภาษีให้ถูกต้อง ทั้งกรณีขายในประเทศ การแปรรูป และการส่งออก เพื่อให้ท่านวางแผนได้อย่างมั่นใจ ด้วยประสบการณ์ดูแลคดีภาษีมากว่า 25 ปี

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 eksiam@eksiamlegal.com
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

อ้างอิงทางกฎหมาย

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1) ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายสินค้าและบริการ (ก) ถึง (น)
  2. คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.28/2535 เรื่อง การขายพืชผลทางการเกษตรตามมาตรา 81(1)(ก)
  3. ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/1 (กิจการขนาดย่อม) และมาตรา 81/3 (สิทธิเลือกจดทะเบียนโดยสมัครใจ)
  4. ประมวลรัษฎากร มาตรา 80/1 ว่าด้วยอัตราภาษีร้อยละ 0 สำหรับการส่งออก
คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย การจำแนกสถานะภาษีของสินค้าบางรายการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์เป็นรายกรณี ภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922