ผู้ประกอบการในภาคเกษตรจำนวนมากเข้าใจว่า สินค้าทุกชนิดที่มาจากการเกษตรย่อมได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ในความเป็นจริง การยกเว้นมีขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน โดยมุ่งคุ้มครองผลผลิตในสภาพสดหรือที่เพียงรักษาสภาพไว้ มิใช่ผลผลิตที่ผ่านการแปรรูปในเชิงอุตสาหกรรม การเข้าใจเส้นแบ่งนี้จึงสำคัญต่อการกำหนดสถานะภาษีของกิจการอย่างถูกต้อง
บทความนี้สรุปประเภทสินค้าและบริการทางการเกษตรที่ได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 เส้นแบ่งของการแปรรูปตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.28/2535 พร้อมตัวอย่างที่พบบ่อย และความแตกต่างระหว่างการขายในประเทศกับการส่งออก
หัวข้อในบทความ
หลักการยกเว้น: คุ้มครองเฉพาะ "สภาพสด" มิใช่การแปรรูป
ประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ก) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่การขายพืชผลทางการเกษตร เหตุผลเบื้องหลังคือกฎหมายไม่ต้องการเก็บภาษีซ้ำเติมกับสินค้าเกษตรพื้นฐานที่ประชาชนใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน ผลผลิตจากไร่นาที่ยังคง "สภาพสด" หรือเพียงผ่านการเก็บรักษาให้คงสภาพไม่ให้เน่าเสีย จึงได้รับยกเว้น
คำว่า "สภาพสด หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสีย" พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ วิธีการที่เพียงช่วยถนอมผลผลิตให้อยู่ได้นานขึ้น โดยไม่ได้เปลี่ยนแก่นแท้ของความเป็นผลผลิตเกษตรชนิดเดิม เช่น การแช่เย็น แช่แข็ง ทำให้แห้ง บด หรือตัดแบ่งเป็นชิ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ทั่วไป เช่น ผักสดในตลาด ผลไม้แช่เย็นในห้าง เนื้อหมูแช่แข็ง พริกแห้ง หรือข้าวสารที่สีมาจากข้าวเปลือก สิ่งเหล่านี้แม้จะผ่านการแช่แข็งหรือทำให้แห้งแล้ว ก็ยังถือเป็นผลผลิตเกษตรในสภาพที่กฎหมายยกเว้น เพราะมันยังเป็นสินค้าชนิดเดิม เพียงแต่ถนอมไว้ให้ขายได้นานขึ้นเท่านั้น
ในทางตรงกันข้าม เมื่อผลผลิตถูก "แปรรูป" จนกลายเป็นสินค้าชนิดใหม่ หรือถูกผลิตในเชิงอุตสาหกรรม ก็จะพ้นจากการยกเว้น และกลายเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ เส้นแบ่งจึงอยู่ที่คำถามง่าย ๆ ว่า สินค้านั้น "ยังเป็นผลผลิตเกษตรในสภาพเดิม" อยู่หรือ "กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่" ไปแล้ว ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ มะม่วงสดได้รับยกเว้น แต่มะม่วงกวนหรือมะม่วงดองบรรจุกระป๋องต้องเสียภาษี ส้มทั้งผลไม่ต้องเสีย แต่น้ำส้มคั้นบรรจุกล่องในเชิงอุตสาหกรรมต้องเสีย ในทำนองเดียวกัน น้ำยางที่กรีดจากต้นยางหรือยางแผ่นยังได้รับยกเว้น แต่เมื่อโค่นต้นยางมาขายเป็นไม้ซุงหรือไม้ฟืน กลับต้องเสียภาษี เพราะถือเป็นคนละสินค้ากับผลผลิตเกษตร
ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงเขียนข้อยกเว้นไว้ท้ายมาตราอย่างชัดเจนว่า การยกเว้นนี้ ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟืน ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรม
รายการที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81(1)
นอกจากพืชผลทางการเกษตรแล้ว มาตรา 81(1) ยังยกเว้นการขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรอีกหลายประเภท (เฉพาะการขายที่มิใช่การส่งออก) ที่สำคัญได้แก่
- (ก) พืชผลทางการเกษตร ในสภาพสดหรือรักษาสภาพ รวมถึงข้าวสารและผลิตภัณฑ์จากการสีข้าว
- (ข) สัตว์ ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต รวมถึงเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ไข่ และน้ำนม ในสภาพสดหรือรักษาสภาพ (ไม่รวมอาหารบรรจุกระป๋อง/อุตสาหกรรม)
- (ค) ปุ๋ย
- (ง) ปลาป่นและอาหารสัตว์
- (จ) ยาหรือเคมีภัณฑ์ ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์ เพื่อบำรุงรักษา ป้องกัน ทำลาย หรือกำจัดศัตรูหรือโรค
นอกจากนี้ยังมีบริการที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับยกเว้น เช่น การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร (ณ) และการให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ต) เป็นต้น
เส้นแบ่ง "การแปรรูป" ที่ทำให้ต้องเสีย VAT
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.28/2535 วางแนวปฏิบัติว่า เมื่อผลผลิตเกษตรถูกแปรสภาพเกินกว่าการรักษาสภาพสด ย่อมพ้นจากการยกเว้นและกลายเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีที่ ไม่ได้รับยกเว้น ตามคำสั่งนี้ เช่น
- ผลิตภัณฑ์อาหารที่ปรุงแต่ง (ใส่สารปรุงรส/กันเสีย) และบรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ผนึกมั่นคง
- น้ำผลไม้ น้ำจากพืช หรือน้ำมันจากพืช ที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ผนึกมั่นคง
- พืชผลที่แปรรูปหรือแปรสภาพเป็นอาหารหรือสินค้าอื่น
- ฟืน ผลิตภัณฑ์จากการเลื่อยไม้ หรือไม้ซุง
ในทางกลับกัน คำสั่งเดียวกันยืนยันว่า การขายกากของพืช น้ำยางจากพืช และยางแผ่น ยังคงได้รับยกเว้น
ตัวอย่างที่พบบ่อย
| สินค้า | สถานะ VAT |
|---|---|
| ผักสด ผลไม้สด (รวมแช่เย็น/แช่แข็งเพื่อรักษาสภาพ) | ยกเว้น |
| ข้าวเปลือก ข้าวสาร | ยกเว้น |
| น้ำยางสด ยางแผ่น ยางก้อน | ยกเว้น |
| เนื้อสัตว์สด ไข่ น้ำนมดิบ | ยกเว้น |
| ปุ๋ย อาหารสัตว์ ยา/เคมีเกษตร | ยกเว้น |
| ทุเรียนกวน ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้บรรจุภาชนะอุตสาหกรรม | ต้องเสีย |
| ไม้ยางพารา ไม้ฟืน ไม้แปรรูป | ต้องเสีย |
| อาหารแปรรูปบรรจุกระป๋อง/หีบห่ออุตสาหกรรม | ต้องเสีย |
หมายเหตุ: การพิจารณาสินค้าบางรายการที่อยู่ก้ำกึ่งต้องอาศัยข้อเท็จจริงของกระบวนการผลิตและลักษณะบรรจุภัณฑ์เป็นรายกรณี
ขายในประเทศ กับ ส่งออก ต่างกันอย่างไร
ข้อสังเกตสำคัญคือ การยกเว้นตามมาตรา 81(1) ใช้กับ "การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก" กล่าวคือเป็นการยกเว้นสำหรับการขายภายในประเทศ ตัวอย่างเช่น เจ้าของสวนที่ขายทุเรียนสดให้แก่ล้งหรือผู้รวบรวมในประเทศ ย่อมเป็นการขายผลผลิตในสภาพสดที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ส่วน การส่งออก มีกลไกต่างออกไป โดยการส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 (zero-rate) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกขอคืนภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องได้ ทั้งนี้ การส่งออกผลไม้ เช่น ทุเรียนแช่แข็งไปต่างประเทศ ยังเกี่ยวพันกับพิธีการศุลกากรและการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นเฉพาะที่ควรพิจารณาแยกต่างหาก (สำนักงานจะอธิบายไว้ในบทความเรื่องภาษีการส่งออกโดยเฉพาะ)
อนึ่ง รายได้ของเจ้าของสวนหรือผู้ประกอบการยังอยู่ในบังคับของภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
ทางเลือกจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสมัครใจ
ประมวลรัษฎากร มาตรา 81/3 เปิดทางให้ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าซึ่ง "ได้รับยกเว้นอยู่แล้ว" (เช่น พืชผลเกษตรตามมาตรา 81(1)(ก) ถึง (ฉ)) หรือกิจการขนาดย่อม สามารถ "เลือก" แจ้งขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเข้าสู่ระบบภาษีตามปกติได้ ทั้งที่ตามกฎหมายไม่มีหน้าที่ต้องจด
เหตุที่บางรายเลือกจดทั้งที่ได้รับยกเว้น เพราะการอยู่ในระบบ VAT มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เช่น ผู้ส่งออกที่ต้องการใช้สิทธิอัตราร้อยละ 0 และขอคืนภาษีซื้อที่จ่ายไปในการผลิต หรือกิจการที่ลูกค้าเป็นบริษัทซึ่งต้องการใบกำกับภาษีไปหักภาษีซื้อ การจดทะเบียนโดยสมัครใจในกรณีนี้จึงเป็นการตัดสินใจเชิงธุรกิจ มิใช่ภาระบังคับ
กรณีนี้ ต่างอย่างสิ้นเชิง กับกรณีที่กิจการขายสินค้าที่ ต้องเสียภาษี อยู่แล้ว (เช่น ไม้ฟืนหรือไม้แปรรูป) และมีรายรับเกินเกณฑ์จนมีหน้าที่ต้องจดทะเบียน แต่กลับไม่เคยจดและไม่เคยเสีย ในกรณีหลังนี้ การเพิ่งมาจดทะเบียนในภายหลัง ไม่ได้ลบล้างภาระภาษีในอดีต กรมสรรพากรยังมีอำนาจประเมินภาษีย้อนหลังสำหรับช่วงเวลาที่กิจการมีหน้าที่แต่ไม่ได้ปฏิบัติ ภายในกรอบอายุความ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม การจดทะเบียนจึงไม่ใช่เครื่องป้องกันการประเมิน
อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่รู้ตัวว่าที่ผ่านมายังปฏิบัติไม่ถูกต้อง การเข้าปรับปรุงและจดทะเบียนให้ถูกต้องด้วยตนเอง ก่อน ถูกตรวจสอบ (ที่เรียกว่า "การเปิดเผยโดยสมัครใจ") โดยทั่วไปช่วยลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มได้มากกว่าการรอให้ถูกประเมิน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการจดทะเบียนโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 และควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรเพื่อวางแนวทางเป็นรายกรณี
สรุปสาระสำคัญ
- การยกเว้น VAT คุ้มครองผลผลิตเกษตรในสภาพสดหรือรักษาสภาพ มิใช่ผลผลิตแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม (ม.81(1); ป.28/2535)
- พืชผล สัตว์ ปุ๋ย อาหารสัตว์ ยา/เคมีเกษตร อยู่ในกลุ่มที่ได้รับยกเว้น
- ทุเรียนสด/แช่แข็งยกเว้น แต่ทุเรียนกวนหรือบรรจุอุตสาหกรรมต้องเสีย VAT
- การยกเว้นใช้กับการขายในประเทศ ส่วนการส่งออกเสียภาษีอัตราร้อยละ 0
- ผู้ขายสินค้าเกษตรเลือกจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจได้ตามมาตรา 81/3
คำถามที่พบบ่อย
ขายผลไม้สดหรือผักสดต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่?
ไม่ต้อง การขายพืชผลในสภาพสดหรือที่รักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสีย (แช่เย็น แช่แข็ง ทำให้แห้ง) ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81(1)(ก)
ขายทุเรียนสดให้ล้งต้องเสีย VAT ไหม แล้วทุเรียนกวนล่ะ?
ทุเรียนสดและทุเรียนแช่แข็งเพื่อรักษาสภาพได้รับยกเว้น แต่ทุเรียนกวนหรือผลิตภัณฑ์ที่บรรจุกระป๋อง/หีบห่ออุตสาหกรรมต้องเสีย VAT ตาม ป.28/2535
ส่งออกผลไม้ไปต่างประเทศเสีย VAT อย่างไร?
การส่งออกของผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 ต่างจากการขายในประเทศที่ได้รับยกเว้น และผู้ขายสินค้าเกษตรเลือกจดทะเบียนได้ตามมาตรา 81/3