หน้าแรก · บทความ · ภาษีเงินได้
บทเรียนจากคำพิพากษาฎีกา

รายได้แบบไหนต้องเสียภาษี? 4 กรณีที่คนเข้าใจผิดบ่อย

รายได้บางอย่างที่ผู้คนเชื่อว่าไม่ต้องเสียภาษี ศาลฎีกากลับวินิจฉัยว่าต้องเสีย ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเหล่านี้คือสาเหตุที่หลายคนถูกประเมินภาษีย้อนหลัง บทความนี้รวบรวมประเด็นที่พบบ่อยพร้อมคำพิพากษาฎีกาที่วางบรรทัดฐานไว้

หนึ่งในสาเหตุที่ผู้เสียภาษีจำนวนมากถูกประเมินภาษีย้อนหลัง คือความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ารายได้บางประเภทไม่ต้องนำมาเสียภาษี ทั้งที่ในทางกฎหมายและตามแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา รายได้เหล่านั้นอยู่ในข่ายต้องเสียภาษี บทความนี้รวบรวมประเด็นที่พบบ่อยซึ่งศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานไว้ เพื่อให้ผู้เสียภาษีเข้าใจสถานะของตนอย่างถูกต้อง

หัวข้อในบทความ

  1. รายได้จากสิ่งผิดกฎหมายก็ต้องเสียภาษี
  2. ทำงานในไทยแต่รับเงินที่ต่างประเทศ ก็เสียภาษีไทย
  3. จัดประเภทเงินได้ผิด อาจหักค่าใช้จ่ายผิดและถูกประเมิน
  4. ลดทุนคืนเงินผู้ถือหุ้น อาจถือเป็นเงินปันผล
I

"รายได้จากสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ต้องเสียภาษีหรอก" — จริงหรือ?

ความเชื่อที่ว่ารายได้จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายไม่ต้องเสียภาษีนั้นไม่ถูกต้อง ในทางภาษี การที่เงินได้มาจากแหล่งที่ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เกณฑ์ที่ทำให้พ้นจากหน้าที่เสียภาษี ตราบใดที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน

คำพิพากษาฎีกาที่ 10701/25551 — เงินได้จากการเล่นพนันสลากกินรวบ (หวยใต้ดิน) แม้จะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็เข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) จึงต้องเสียภาษี และเมื่อไม่มีบทบัญญัติให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา หากผู้มีเงินได้พิสูจน์ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรไม่ได้ ก็ไม่อาจหักค่าใช้จ่ายได้

บทเรียนสำคัญคือ เงินได้ต้องเสียภาษีตามลักษณะของเงินได้ มิใช่ตามความชอบด้วยกฎหมายของแหล่งที่มา และการพิสูจน์ค่าใช้จ่ายที่แท้จริงเป็นภาระของผู้มีเงินได้

II

"ทำงานในไทยแต่ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีต่างประเทศ ไม่ต้องเสียภาษีไทย" — จริงหรือ?

ผู้มีเงินได้จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานให้ลูกค้าต่างชาติ เข้าใจว่าหากรับเงินไว้ในบัญชีต่างประเทศก็ไม่ต้องเสียภาษีไทย ความเข้าใจนี้คลาดเคลื่อน เพราะหลักการสำคัญอยู่ที่ "สถานที่ที่ทำงาน" มิใช่ "สถานที่รับเงิน"

คำพิพากษาฎีกาที่ 201/25592 — โจทก์เข้ามากำกับภาพยนตร์ในประเทศไทยตามที่บริษัทว่าจ้าง ถือว่าเข้ามารับทำงานในประเทศไทย ค่าจ้างที่ได้รับจึงเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) อันเกิดจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ไม่ว่าจะได้รับชำระค่าจ้างในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ ก็ต้องถือว่ามีแหล่งเงินได้ในประเทศไทย และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ประเทศไทย

เมื่องานถูกทำในประเทศไทย แหล่งเงินได้ย่อมอยู่ในไทยและต้องเสียภาษีไทย โดยไม่คำนึงว่าเงินจะถูกโอนเข้าที่ใด ประเด็นนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้รับงานข้ามชาติและผู้ให้บริการระดับสากล

III

"เงินได้ก็คือเงินได้ จะจัดประเภทไหนก็เหมือนกัน" — ไม่จริง และมีผลต่อภาษีมาก

ผู้มีวิชาชีพและผู้รับจ้างทำงานอิสระมักเข้าใจว่าการจัดประเภทเงินได้ไม่สำคัญ ความจริงคือประเภทของเงินได้มีผลโดยตรงต่อสิทธิการหักค่าใช้จ่าย และการจัดประเภทผิดเป็นเหตุให้ถูกประเมินภาษีเพิ่มได้ โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างเงินได้จากการรับทำงานให้ (มาตรา 40(2)) กับเงินได้จากวิชาชีพอิสระ (มาตรา 40(6))

คำพิพากษาฎีกาที่ 502/2526 (ประชุมใหญ่)3 — เงินที่แพทย์ได้รับเป็นรายเดือนจากการปฏิบัติหน้าที่ประจำในการรักษาพนักงานและลูกจ้าง ณ สถานพยาบาลของผู้ว่าจ้าง เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ มิใช่เงินได้จากวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) ส่วนเงินได้จากการเปิดคลินิกของแพทย์เองเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6)
คำพิพากษาฎีกาที่ 2636/25604 — เงินได้ตามมาตรา 40(2) เป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ส่วนมาตรา 40(6) เป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ ซึ่งกฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายไม่เหมือนกัน การพิจารณาว่าเงินได้เป็นประเภทใดต้องพิจารณาถึงลักษณะของงานเป็นสำคัญ

การจัดประเภทเงินได้ให้ถูกต้องตามลักษณะงานจริง จึงเป็นเรื่องที่มีผลต่อภาระภาษีอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นประเด็นที่กรมสรรพากรตรวจสอบอยู่เสมอ

IV

"บริษัทลดทุนคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น เป็นการคืนทุน ไม่ใช่รายได้" — อาจไม่ใช่ทั้งหมด

เมื่อบริษัทลดทุนและจ่ายเงินคืนให้ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นมักเข้าใจว่าเป็นเพียงการคืนเงินลงทุนที่ไม่ต้องเสียภาษี แต่ในความเป็นจริง ส่วนที่จ่ายคืนซึ่งมีที่มาจากกำไรสะสมของบริษัทอาจถูกถือว่าเป็นเงินปันผลที่ต้องเสียภาษี

คำพิพากษาฎีกาที่ 5563/25595 — กรณีบริษัทจดทะเบียนลดทุนและจ่ายเงินลดทุนหรือเงินลงทุนคืนแก่ผู้ถือหุ้น โดยบริษัทมีกำไรสะสมอยู่ เงินที่จ่ายคืนในส่วนที่ไม่เกินกว่ากำไรสะสมย่อมมีลักษณะเป็นการจ่ายกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้น จึงถือเป็นเงินปันผลอันเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี

บทเรียนคือ การลดทุนหรือการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นต้องพิจารณาที่มาของเงินและสถานะกำไรสะสมของบริษัท การวางแผนโครงสร้างทุนและการจ่ายคืนจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อมิให้เกิดภาระภาษีที่ไม่คาดคิด

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

รายได้จากสิ่งผิดกฎหมายต้องเสียภาษีไหม?

ต้องเสีย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงินได้จากการพนันสลากกินรวบแม้ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เข้าลักษณะเงินได้ตามมาตรา 40(8) จึงต้องเสียภาษี (ฎ.10701/2555)

ทำงานในไทยแต่รับเงินที่ต่างประเทศ ต้องเสียภาษีไทยไหม?

ต้องเสีย หากเป็นการทำงานในประเทศไทย ย่อมมีแหล่งเงินได้ในไทย ไม่ว่าจะรับเงินในหรือนอกประเทศ (ฎ.201/2559)

การลดทุนคืนเงินผู้ถือหุ้นต้องเสียภาษีไหม?

เงินที่จ่ายคืนในส่วนที่ไม่เกินกำไรสะสมอาจถือเป็นเงินปันผลซึ่งต้องเสียภาษี (ฎ.5563/2559)

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

ขายของออนไลน์–อาชีพอิสระ เมื่อไรต้องเสียภาษีรวมการจัดประเภทเงินได้และ VAT มีรายได้จากต่างประเทศแล้วนำเข้าไทย ต้องเสียภาษีไหมหลักแหล่งเงินได้และถิ่นที่อยู่ ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง: ทางออกที่ดีที่สุดหากความเข้าใจผิดนำไปสู่การประเมิน

ไม่แน่ใจว่ารายได้ของท่านต้องเสียภาษีอย่างไร?

เล่าลักษณะรายได้และการทำงานของท่านให้เราฟังก่อนได้เลยนะครับบ เราจะช่วยพิจารณาประเภทเงินได้ การหักค่าใช้จ่าย และภาระภาษีที่ถูกต้อง โดยอ้างอิงทั้งบทบัญญัติและแนวคำพิพากษา ด้วยประสบการณ์ดูแลคดีภาษีมากว่า 25 ปี

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 ขอคำปรึกษา
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

คำพิพากษาฎีกาและบทบัญญัติที่อ้างอิง

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10701/2555 — เงินได้จากการพนันสลากกินรวบเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ต้องเสียภาษี และต้องพิสูจน์ค่าใช้จ่ายที่แท้จริง
  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2559 — งานที่ทำในประเทศไทยมีแหล่งเงินได้ในไทย เงินได้ตามมาตรา 40(2) ต้องเสียภาษีไทยไม่ว่ารับเงินที่ใด
  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2526 (ประชุมใหญ่) — เงินเดือนแพทย์ประจำเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) หักค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ ส่วนคลินิกที่เปิดเองเป็นมาตรา 40(6)
  4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2636/2560 — การจัดประเภทเงินได้ระหว่างมาตรา 40(2) และ 40(6) ต้องพิจารณาลักษณะของงานเป็นสำคัญ ซึ่งมีผลต่อการหักค่าใช้จ่าย
  5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5563/2559 — เงินที่จ่ายคืนผู้ถือหุ้นจากการลดทุนในส่วนที่ไม่เกินกำไรสะสม ถือเป็นเงินปันผลที่ต้องเสียภาษี

หมายเหตุ: คำพิพากษาข้างต้นสรุปจากเอกสารวิชาการเพื่อความเข้าใจ การปรับใช้กับกรณีเฉพาะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและคำพิพากษาฉบับเต็มประกอบ

คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป มิใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย การพิจารณาภาระภาษีต้องอาศัยข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร 081-654-5922