บทนำ: GMT ออกแบบมาเพื่อใคร?

การที่ไทยออก พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 เป็นผลมาจากแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรปที่ต้องการให้ประเทศคู่ค้าเข้าร่วมกรอบ GloBE ของ OECD แม้ว่ามาตรการนี้จะไม่มีสภาพบังคับเหมือนสนธิสัญญา แต่ประเทศที่ไม่เข้าร่วมอาจเผชิญกับการถูกเรียกเก็บภาษีโดยประเทศอื่นผ่าน UTPR แทน

คำถามสำคัญที่ ผศ. ธนภูมิ จันทร์สว่าง นักวิชาการด้านกฎหมายภาษีอากรระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งไว้คือ: "ประเทศไทยเข้าร่วมแล้ว แต่ได้ประโยชน์จริงแค่ไหน และต้องแก้ปัญหาอะไรบ้าง?"1

การประมาณการกระจายรายได้จาก GMT ทั่วโลก1

89%
สหรัฐฯ + สหภาพยุโรป
10%
กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่
(จีน บราซิล แอฟริกาใต้)
1%
ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ
(รวมถึงไทย)

ที่มา: ธนภูมิ จันทร์สว่าง, "ร่างพระราชบัญญัติภาษีส่วนเพิ่ม," TU Law E-Newsletter ฉบับพิเศษ (พฤษภาคม 2567)

ทั้ง 6 ความท้าทาย

1
ตัวเลขชี้ว่าไทยอาจได้ประโยชน์น้อยมาก

จากการประมาณการ ประเทศพัฒนาแล้วกลุ่ม G7 โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจะได้ส่วนแบ่งรายได้จาก GMT ถึงประมาณ 89% ของรายได้ GMT ทั้งหมด เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ UPE (บริษัทแม่ลำดับสูงสุด) ของ MNE ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ในโลก

สำหรับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เหลือรวมกันได้ประมาณ 1% — และไทยเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มนั้น ดังนั้นจึงน่าตั้งคำถามว่าภาระต้นทุนในการปรับตัว ทั้งในแง่กฎหมาย บุคลากร และความซับซ้อนของระบบบัญชี คุ้มค่ากับรายได้ที่ไทยจะได้รับจริงหรือไม่

2
ผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจต่อวิสาหกิจอื่นในไทย

แม้ GMT มุ่งบังคับกับ MNE ขนาดใหญ่ที่รายได้เกิน 750 ล้านยูโร แต่การประกาศใช้กฎหมายนี้อาจส่งผลทางอ้อมต่อบริษัทไทยทั่วไป เนื่องจากรัฐอาจต้องปรับแก้ประมวลรัษฎากรหรือยกเลิกมาตรการบางอย่างที่ขัดกับ GloBE rules

ตัวอย่างที่ ผศ. ธนภูมิ ยกมาคือ มาตรการหักรายจ่ายเท่าที่ 2 (ที่รัฐเคยให้เพื่อจูงใจด้านต่างๆ เช่น การลงทุน R&D หรือการจ้างพนักงานพิการ) — ถ้ารัฐต้องยกเลิกหรือจำกัดมาตรการเหล่านี้เพื่อลด ETR ของ MNE ก็จะกระทบบริษัทไทยทั่วไปที่ใช้สิทธิ์นั้นโดยชอบด้วย

3
มาตรการหักรายจ่ายเท่าที่ 2 กับผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด

สำหรับ MNE ที่มี UPE ตั้งอยู่ในไทย มีปัญหาเฉพาะที่น่าสนใจ — การคำนวณ ETR ตาม GloBE ใช้กำไรสุทธิตาม งบการเงิน (ไม่ใช่กำไรเพื่อภาษี) ดังนั้นรายจ่ายหักเพิ่มในทางภาษี (เช่น หักได้ 150% หรือ 200%) ที่ไม่ปรากฏในงบการเงินจะ "บวกกลับ" เมื่อคำนวณ ETR ตาม GloBE

ผลคือ บริษัทที่ใช้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่ม อาจพบว่า ETR ตาม GloBE ต่ำกว่า 15% แม้ว่าจะเสียภาษีตามประมวลรัษฎากรในอัตราปกติก็ตาม ซึ่งทำให้สิทธิประโยชน์ที่รัฐตั้งใจให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์

4
GMT เปลี่ยนต้นทุน แต่ไม่ได้ลดต้นทุน

ผศ. ธนภูมิ ชี้ประเด็นที่น่าคิดว่า GMT ไม่ได้ทำให้ต้นทุนรวมของประเทศกำลังพัฒนาลดลง แต่เพียง "เปลี่ยนต้นทุนจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง"

เดิมทีไทยให้ tax holiday เพื่อดึงดูดนักลงทุน (ต้นทุนคือรายได้ภาษีที่หายไป) ภายใต้ GMT ไทยอาจต้องเปลี่ยนมาให้ Non-Tax Incentives เช่น เงินอุดหนุน โครงสร้างพื้นฐาน หรือ QRTC แทน ซึ่งก็มีต้นทุนงบประมาณเช่นกัน — เพียงแต่ตอนนี้ประเทศพัฒนาแล้วไม่ต้องแข่งขันด้วยการลดภาษีอีกต่อไป เพราะ "กำหนดกติกา" ไว้แล้วว่าต้องเสียอย่างน้อย 15%

5
ปัญหาจาก Stabilization Clause ในสนธิสัญญาการลงทุน

ประเทศไทยมีสนธิสัญญาส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนทวิภาคี (BIT) กับหลายประเทศ บางฉบับมีข้อสัญญาเพื่อความมั่นคง (Stabilization Clause) ที่รับประกันสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่นักลงทุนได้รับ ณ เวลาที่ทำสัญญา

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือ: ถ้าบริษัทต่างชาติเคยได้รับการรับประกันอัตราภาษีใน BIT แล้ว GMT มาเปลี่ยนแปลงภาระภาษีนั้น — บริษัทจะฟ้องร้องว่าไทยละเมิดสัญญาได้หรือไม่? แม้ GMT จะเป็นคำมั่นทางการเมืองต่อ OECD แต่คำมั่นนั้นอาจน้ำหนักน้อยกว่าพันธกรณีตามสนธิสัญญาที่ทำไว้กับนักลงทุนโดยตรง1

ประเด็นนี้ต้องตรวจสอบ BIT แต่ละฉบับอย่างละเอียดก่อนทำการตัดสินใจลงทุน

6
ถ้อยคำในกฎหมายที่ยังไม่สอดคล้องกับระบบภาษีระหว่างประเทศ

นี่เป็นประเด็นทางเทคนิคแต่มีผลกระทบจริง — ถ้อยคำที่ใช้ใน พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 บางส่วนยังไม่สอดคล้องกับถ้อยคำในระบบภาษีอากรระหว่างประเทศตาม GloBE rules ของ OECD

ตัวอย่างที่ ผศ. ธนภูมิ ยกมาคือ การใช้คำว่า "นิติบุคคล" แทนที่จะใช้ "หน่วยภาษี" (Constituent Entity) หรือ "วิสาหกิจ" ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในระบบระหว่างประเทศ ความไม่สอดคล้องกันนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาในการตีความ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสาขา (Branch) หรือกิจการร่วมค้าที่ไม่ได้เป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก1

แนวทาง 3 ระยะที่ผศ. ธนภูมิ เสนอ

ระยะสั้น
บรรเทาผลกระทบที่เห็นได้ชัดทันที

แก้ไขกฎหมายเฉพาะจุดที่กระทบกิจการที่ได้รับ BOI อย่างเร่งด่วน และศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวิสาหกิจอื่นในไทย

ระยะกลาง
ปฏิรูปประมวลรัษฎากรเพื่อลดการพึ่งพา CIT incentives

พิจารณาผลกระทบรอบด้านต่อทั้งระบบภาษีไทย โดยเน้น Non-Tax Incentives และ QRTC แทนมาตรการยกเว้นภาษีแบบเดิม

ระยะยาว
สร้างให้ไทยเป็น "ประเทศแม่" ของ MNE ไทย

ประเทศที่ได้ประโยชน์จาก GMT สูงสุดคือประเทศที่มี UPE ของ MNE ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ดังนั้นการพัฒนาบริษัทไทยให้เติบโตเป็น MNE ระดับโลกจะทำให้ไทยสามารถเก็บ IIR ได้เองในอนาคต

ธุรกิจของคุณอยู่ในสถานการณ์ใดใน 6 ความท้าทายนี้? ต้องการวิเคราะห์ความเสี่ยงภาษีระหว่างประเทศสำหรับองค์กร?

ปรึกษาด้านภาษีระหว่างประเทศ →

อ้างอิง

  1. ธนภูมิ จันทร์สว่าง. "ร่างพระราชบัญญัติภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ….. ความท้าทายบางประการและโอกาสของประเทศไทยในการพัฒนากฎหมายภาษีเงินได้นิติบุคคล." TU Law E-Newsletter ฉบับพิเศษ (พฤษภาคม 2567). คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. สรุปเผยแพร่ที่ https://law.tu.ac.th/tulawinfographic83/
  2. พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 ธันวาคม 2567. กรมสรรพากร. https://www.rd.go.th/66274.html
  3. OECD/G20. Tax Challenges Arising from the Digitalisation of the Economy — Global Anti-Base Erosion Model Rules (Pillar Two). Paris: OECD Publishing, 2021.
แชร์บทความ: