เรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่โฆษณา

เมื่อ OECD ประกาศ Global Minimum Tax ในปี 2564 ข้อความที่ออกไปสู่สาธารณะชนฟังดูเรียบง่ายและเป็นธรรม: "บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ต้องเสียภาษีอย่างน้อย 15% ทุกที่ในโลก ไม่มีการหลบเลี่ยงอีกต่อไป"

แต่เมื่อนักวิชาการด้านกฎหมายภาษีระหว่างประเทศลงลึกวิเคราะห์กลไกจริงๆ ภาพที่ได้กลับซับซ้อนและน่ากังวลกว่านั้นมาก โดยเฉพาะเมื่อตั้งคำถามว่า "ประเทศไหนที่ได้ประโยชน์จริง?"

ข้อโต้แย้งจากวงวิชาการระดับโลก

WC

Prof. Wei Cui — Peter A. Allard School of Law, University of British Columbia

ผู้เขียน "Strategic Incentives for Adopting the Global Minimum Tax" ตีพิมพ์ใน Journal of Legal Analysis (Oxford Academic) เล่มที่ 16 ฉบับที่ 1 ปี 2024 หน้า 211–234 บทความนี้ดาวน์โหลดฟรีจาก SSRN และได้รับการอ้างอิงอย่างกว้างขวางในวงวิชาการด้านภาษีระหว่างประเทศ

ข้อโต้แย้งหลักของ Prof. Wei Cui คือ GMT มีปัญหาพื้นฐานที่เรียกว่า "Incentive Incompatibility" — นั่นคือระบบนี้ไม่ได้สร้างแรงจูงใจที่ถูกต้องให้ทุกประเทศอยากเข้าร่วมจริงๆ

"Contrary to both popular and scholarly claims, the global minimum tax is incentive incompatible: countries from which multinationals originate will likely suffer deep losses."

— Wei Cui, Journal of Legal Analysis, Vol. 16(1), 2024, หน้า 2111

กล่าวง่ายๆ คือ ประเทศที่เป็น "บ้านเกิด" ของ MNE ขนาดใหญ่ — ซึ่งส่วนใหญ่คือสหรัฐฯ และยุโรป — จะเป็นผู้เก็บภาษีส่วนต่างผ่าน IIR ดังนั้นพวกเขาจึงมีแรงจูงใจสูงที่จะเข้าร่วม แต่ประเทศที่เป็น "เจ้าบ้าน" รับนักลงทุน (host countries) เช่น ไทย อาจไม่ได้ประโยชน์มากนัก

ข้อโต้แย้งที่ 1: UTPR ไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างที่อ้าง

หนึ่งในข้อโต้แย้งที่สำคัญที่สุดของ Cui คือเรื่อง UTPR (Under-Taxed Profits Rule) ซึ่งถูกโปรโมตว่าเป็น "กลไกบังคับ" ที่ทำให้ประเทศที่ไม่เข้าร่วม GMT ต้องเสียเปรียบ

แต่ Cui วิเคราะห์ว่า แม้จะอ่าน UTPR แบบ aggressive ที่สุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต UTPR ก็ยังไม่มีฟันเฟืองเพียงพอที่จะบังคับให้ประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯ ต้องเข้าร่วม GMT หากไม่ต้องการ1 ซึ่งหมายความว่าการที่ประเทศเล็กกว่าอย่างไทยเข้าร่วมอาจเป็นแค่การทำตาม "แรงกดดันทางการเมือง" มากกว่า "ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ"

ข้อโต้แย้งที่ 2: GMT อาจ "Unravel" ได้แม้เริ่มบังคับใช้แล้ว

ข้อโต้แย้งที่ Cui ยกขึ้นและอาจสร้างความประหลาดใจที่สุดคือ GMT อาจล้มเหลวในระยะยาว แม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มออกกฎหมายรองรับแล้ว

เหตุใด GMT อาจล้มเหลวในระยะยาว?

ถ้าสหรัฐฯ — ซึ่งเป็นประเทศที่มี UPE ของ MNE ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก — ตัดสินใจไม่เข้าร่วม GMT อย่างสมบูรณ์ ประเทศอื่นที่เข้าร่วมแล้วก็อาจเริ่มถอนตัวออกเพราะแรงจูงใจลดลง

Cui ชี้ว่าแรงจูงใจของ "home country" (ประเทศที่ UPE ตั้งอยู่) ในการเข้าร่วมนั้นขึ้นอยู่กับว่าประเทศอื่นเข้าร่วมด้วยหรือไม่ ถ้าระบบไม่ครบวงจร ประโยชน์ก็จะลดลงมากจนอาจทำให้ระบบทั้งหมดพังได้

นักวิทยาศาสตร์สังคมจึงควรระมัดระวังไม่สรุปว่า GMT จะ "ตั้งพารามิเตอร์ใหม่ให้กับระบบภาษีระหว่างประเทศตลอดกาล"1

ตัวเลขยืนยัน: ใครได้อะไรจริงๆ?

ข้อโต้แย้งในเชิงวิชาการของ Cui สอดคล้องกับตัวเลขที่ ผศ. ธนภูมิ จันทร์สว่าง จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยกมา2:

ประเทศที่ได้ประโยชน์มาก

  • สหรัฐอเมริกา + สหภาพยุโรป — ประมาณ 89% ของรายได้ GMT ทั่วโลก เพราะเป็นที่ตั้งของ UPE ของ MNE ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ในโลก
  • จีน บราซิล แอฟริกาใต้ — ประมาณ 10% เพราะเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีบริษัท MNE ของตัวเองบ้างแล้ว

ประเทศที่ได้ประโยชน์น้อย

  • กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เหลือ รวมถึงไทย — รวมกันได้ประมาณ 1% เพราะแทบไม่มี UPE ของ MNE ขนาดใหญ่ตั้งอยู่
  • ประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็น "host country" ที่รับนักลงทุนต่างชาติ จึงได้ QDMTT เพียงเล็กน้อย

แล้วไทยควรมองเรื่องนี้อย่างไร?

บทความนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายบอกว่าไทย "ผิดพลาด" ที่ออก พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม เพราะความเป็นจริงคือไทยมีทางเลือกน้อยมากในเชิงการเมืองระหว่างประเทศ — หากไม่เข้าร่วม ภาษีส่วนต่างก็จะถูกเก็บโดยประเทศอื่นอยู่ดี

แต่สิ่งที่นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายควรตระหนักคือ:

ประการแรก — ประโยชน์รายได้ภาษีที่ไทยจะได้จาก GMT มีจำกัด และอาจไม่คุ้มกับต้นทุนในการปรับตัว ดังนั้นรัฐควรลงทุนในการพัฒนาระบบ Non-Tax Incentives ที่ดีกว่าเดิมเพื่อยังคงดึงดูดการลงทุน

ประการที่สอง — การที่ GMT "อาจ Unravel" ในระยะยาวตามที่ Cui วิเคราะห์นั้น หมายความว่าไทยไม่ควรรื้อระบบส่งเสริมการลงทุนเดิมอย่างถาวรเกินไป การเปลี่ยนแปลงควรเป็นแบบยืดหยุ่นและพลิกกลับได้

ประการที่สาม — สำหรับธุรกิจที่ดำเนินการในไทยและอยู่ภายใต้เกณฑ์ GMT ต้องเข้าใจว่า GMT เป็นความเป็นจริงในปัจจุบัน ไม่ว่านักวิชาการจะมีข้อโต้แย้งอย่างไร ETR ขั้นต่ำ 15% คือสิ่งที่ต้องวางแผนรับมือตอนนี้

บทความนี้นำเสนอข้อถกเถียงทางวิชาการจากแหล่งอ้างอิงที่ระบุไว้ ไม่ถือเป็นคำแนะนำว่าประเทศไทยควรหรือไม่ควรปฏิบัติตาม GMT แต่อย่างใด การตัดสินใจเชิงนโยบายเป็นเรื่องของรัฐบาลและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง

ต้องการวิเคราะห์ว่า GMT ส่งผลต่อโครงสร้างภาษีและการลงทุนของบริษัทคุณอย่างไร?

ปรึกษาด้านภาษีระหว่างประเทศ →

อ้างอิง

  1. Cui, Wei. "Strategic Incentives for Adopting the Global Minimum Tax." Journal of Legal Analysis 16, no. 1 (2024): 211–234. Peter A. Allard School of Law, University of British Columbia. DOI: https://doi.org/10.2139/ssrn.4161375. (ดาวน์โหลดฟรีจาก SSRN: https://papers.ssrn.com/abstract=4161375)
  2. ธนภูมิ จันทร์สว่าง. "ร่างพระราชบัญญัติภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ….. ความท้าทายบางประการและโอกาสของประเทศไทยในการพัฒนากฎหมายภาษีเงินได้นิติบุคคล." TU Law E-Newsletter ฉบับพิเศษ (พฤษภาคม 2567). คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. https://law.tu.ac.th/tulawinfographic83/
  3. พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 ธันวาคม 2567.
แชร์บทความ: