สารบัญ
- เรื่องนี้เริ่มต้นจากปัญหาระดับโลก
- ใครบ้างที่เข้าข่าย?
- ทำความเข้าใจ 3 ตัวย่อที่ต้องรู้จัก
- กลไกทำงานอย่างไร? อธิบายทีละขั้น
- 3 กลไกสำคัญใน Pillar Two
- พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 — ไทยดำเนินการอย่างไร?
- แล้วส่งผลอะไรต่อนักธุรกิจและ CFO ในทางปฏิบัติ?
- สรุป: 5 สิ่งที่ต้องจำจากบทความนี้
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Global Minimum Tax
เรื่องนี้เริ่มต้นจากปัญหาระดับโลก
กลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่มีกิจการอยู่ในหลายสิบประเทศ และสามารถจัดโครงสร้างให้กำไรไปปรากฏในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำหรือไม่เก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ขณะที่ประเทศที่เป็นแหล่งของรายได้จริงได้รับภาษีเพียงเล็กน้อย
ผลลัพธ์คือการแข่งขันลดภาษีระหว่างประเทศ (Race to the Bottom หรือ Tax War) — ทุกประเทศต้องแข่งกันลดภาษีนิติบุคคลเพื่อดึงดูดการลงทุน จนฐานภาษีของหลายประเทศลดลงอย่างมาก
กรอบความร่วมมือ OECD/G20 ภายใต้โครงการ BEPS (Base Erosion and Profit Shifting) จึงออกแบบ "กติกาใหม่" ที่เรียกว่า Pillar Two — หรือที่รู้จักกันในชื่อ Global Minimum Tax (GMT) — เพื่อหยุดเกมนี้ โดยกำหนดว่า บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ต้องเสียภาษีในอัตราที่แท้จริงไม่ต่ำกว่า 15% ไม่ว่าจะไปตั้งอยู่ที่ไหนในโลก1
GMT คือ "ภาษีขั้นต่ำ 15%" ที่บังคับกับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ — ถ้าบริษัทเสียภาษีน้อยกว่า 15% ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ประเทศที่เกี่ยวข้องมีสิทธิเก็บส่วนต่างนั้นตามลำดับที่หลักเกณฑ์กำหนด
ใครบ้างที่เข้าข่าย?
ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะได้รับผลกระทบ GMT ออกแบบมาสำหรับ บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ (Multinational Enterprises: MNE) เท่านั้น โดยมีเกณฑ์ที่ชัดเจน
รายได้รวมในงบการเงินรวมของบริษัทแม่ลำดับสูงสุด (Ultimate Parent Entity: UPE) ไม่น้อยกว่าจำนวนเงินบาทเทียบเท่า 750 ล้านยูโร ในอย่างน้อย 2 ใน 4 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้า (มาตรา 26)
กรมสรรพากรประมาณการว่ามีบริษัทที่เข้าข่ายในประเทศไทยประมาณ 1,200 บริษัท2 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทลูกของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จากต่างประเทศที่มาตั้งโรงงานหรือสำนักงานในไทย
บริษัท A เป็นบริษัทแม่ในประเทศเยอรมนี มีรายได้ตามงบการเงินรวมของกลุ่มราว 900 ล้านยูโรต่อปีติดต่อกันมาหลายปี มีบริษัทลูกในไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม — กลุ่มบริษัท A เข้าข่าย เพราะรายได้รวมไม่น้อยกว่า 750 ล้านยูโรในอย่างน้อย 2 ใน 4 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้า บริษัทลูกในไทยจึงอยู่ภายใต้พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่มด้วย
บริษัท B เป็น SME ไทยที่มีรายได้ 500 ล้านบาทต่อปี ไม่มีบริษัทในต่างประเทศ — บริษัท B ไม่เข้าข่าย
ทำความเข้าใจ 3 ตัวย่อที่ต้องรู้จัก
ก่อนอ่านต่อ ขอแนะนำ 3 ตัวย่อสำคัญที่จะปรากฏบ่อยมาก:
| คำย่อ | ความหมาย | คำอธิบายโดยสรุป |
|---|---|---|
| ETR | Effective Tax Rate | อัตราภาษีที่แท้จริงที่บริษัทเสียจริงในแต่ละประเทศ (ไม่ใช่อัตราตามกฎหมายบนกระดาษ) |
| GloBE | Global Anti-Base Erosion | ชื่อทางการของกฎเกณฑ์ OECD Pillar Two ที่เป็นต้นแบบของ พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่มของไทย |
| QDMTT | Qualified Domestic Minimum Top-Up Tax | ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศ — คือการที่ไทยเก็บภาษีส่วนต่างนี้เองก่อน แทนที่จะปล่อยให้ประเทศอื่นเก็บ |
กลไกทำงานอย่างไร? อธิบายทีละขั้น
หลักคิดของ GMT คือ "เติมให้ถึงขั้นต่ำ" — หากภาษีที่กลุ่มเสียจริงในประเทศใดต่ำกว่าร้อยละ 15 ส่วนที่ขาดจะถูกจัดเก็บเพิ่มให้ถึงร้อยละ 15 โดยรัฐของประเทศที่เกี่ยวข้องตามลำดับสิทธิที่กำหนดไว้
-
1คำนวณ ETR ในแต่ละประเทศ ทุกสิ้นปีบัญชี กลุ่มบริษัทต้องคำนวณว่าในแต่ละประเทศที่ตนมีกิจการอยู่ บริษัทเสียภาษีที่แท้จริง (ETR) เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของกำไร GloBE
-
2ระบุประเทศที่ ETR ต่ำกว่า 15% ประเทศใดก็ตามที่ ETR ต่ำกว่า 15% จะมี "ส่วนต่าง" (Top-up Amount) ที่ต้องชำระเพิ่ม เช่น ถ้า ETR ในไทยคือ 10% ส่วนต่างคือ 5%
-
3ใครเก็บภาษีส่วนต่างนี้? มีลำดับความสำคัญดังนี้: ประเทศที่บริษัทตั้งอยู่เก็บก่อน (QDMTT) → ถ้าไม่เก็บ ประเทศที่บริษัทแม่ตั้งอยู่เก็บผ่าน IIR → ถ้ายังไม่เก็บ ประเทศอื่นเก็บผ่าน UTPR
-
4ไทยเลือกเก็บ QDMTT เอง พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 กำหนดภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทยไว้ ทำให้ไทยมีสิทธิเก็บภาษีส่วนต่างของนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในไทยก่อน แทนที่จะให้ต่างประเทศเป็นผู้เก็บ — นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ไทยออกกฎหมายนี้ให้มีผลตั้งแต่ปี 2568
เพราะถ้าไทยไม่เก็บ QDMTT เอง ภาษีส่วนต่างที่บริษัทลูกในไทยต้องจ่ายก็จะไหลไปเป็นรายได้ของประเทศอื่นแทน เช่น ประเทศที่บริษัทแม่ตั้งอยู่ ซึ่งหมายความว่าไทยเสียรายได้ภาษีโดยเปล่าประโยชน์
3 กลไกสำคัญใน Pillar Two
IIR — Income Inclusion Rule
กฎเกณฑ์ที่ให้ประเทศแม่ (ที่ UPE ตั้งอยู่) เก็บภาษีส่วนต่างจากบริษัทลูกที่เสียภาษีต่ำกว่า 15% ในต่างประเทศ นี่คือกลไกหลัก
UTPR — Under-Taxed Profits Rule
กลไกสำรองสำหรับกรณีที่ IIR ไม่ครอบคลุม หรือประเทศของบริษัทแม่ยังไม่ได้ใช้หลักเกณฑ์ GMT — ให้ประเทศอื่นที่กลุ่มมีนิติบุคคลในเครือตั้งอยู่เก็บส่วนต่างได้
QDMTT — Qualified Domestic Minimum Top-Up Tax
การที่ประเทศเจ้าบ้าน (เช่น ไทย) เลือกเก็บภาษีส่วนต่างเองก่อน เพื่อรักษาสิทธิ์ในรายได้ภาษีไว้ที่ประเทศตัวเอง
พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 — ไทยดำเนินการอย่างไร?
ประเทศไทยประกาศ พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันนั้น3
พระราชกำหนดนี้นำกลไกทั้งสามมาใช้ในไทย ได้แก่ ภาษีส่วนเพิ่มต่างประเทศตามกฎการรวมเงินได้ (IIR) ภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือ (UTPR) และภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทย (QDMTT)3 สำหรับบริษัทลูกในไทย ส่วนที่สำคัญที่สุดคือภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทย — กล่าวคือ ถ้ากลุ่มที่เข้าข่ายมีอัตราภาษีที่แท้จริงในไทยต่ำกว่าร้อยละ 15 กรมสรรพากรมีสิทธิเก็บส่วนต่างนั้นก่อนประเทศอื่น
บริษัท C เป็นบริษัทลูกในไทยของกลุ่ม MNE เยอรมัน มีกำไร GloBE ในไทย 100 ล้านบาท (สมมติเพื่อให้เห็นภาพว่าไม่มีส่วนยกเว้นตามเกณฑ์ SBIE — Substance-based Income Exclusion)
บริษัท C ได้รับยกเว้นภาษีจาก BOI ทำให้เสียภาษีจริงเพียง 5 ล้านบาท คิดเป็น ETR = 5%
ส่วนต่างจาก 15% คือ 10% × 100 ล้านบาท = 10 ล้านบาท — คือจำนวนที่กรมสรรพากรไทยสามารถเรียกเก็บได้ในฐานะ QDMTT
ถ้าไทยไม่มี QDMTT ภาษี 10 ล้านบาทนี้จะไหลไปเป็นรายได้ภาษีของเยอรมนีแทนผ่าน IIR
แล้วส่งผลอะไรต่อนักธุรกิจและ CFO ในทางปฏิบัติ?
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของกิจการ:
ถ้าบริษัทของท่านไม่เข้าข่าย (รายได้รวมของกลุ่มไม่ถึงเกณฑ์ 750 ล้านยูโร) — GMT ไม่มีผลต่อท่านโดยตรง แต่ควรเข้าใจไว้เพราะอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการลงทุนของไทยในระยะยาว
ถ้าบริษัทของท่านเป็นบริษัทลูกของ MNE ที่เข้าข่าย — ต้องเข้าใจว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับจาก BOI หรือมาตรการอื่น อาจไม่ได้ "ประหยัด" ภาษีอีกต่อไปในแง่รวม เพราะส่วนต่างจะถูกเก็บผ่าน GMT แทน รายละเอียดเรื่องนี้ดูได้ในบทความถัดไป
ถ้าบริษัทของท่านเป็น UPE ที่ตั้งในไทย — ต้องยื่น GloBE Information Return รายงานข้อมูล ETR ของนิติบุคคลในเครือทุกประเทศต่อกรมสรรพากร ซึ่งต้องอาศัยระบบบัญชีและข้อมูลที่ละเอียดมาก
ยังไม่แน่ใจว่าบริษัทของท่านเข้าข่าย GMT หรือไม่ หรือต้องการทราบว่า ETR ปัจจุบันของกลุ่มในไทยอยู่ที่ระดับใด
ขอบเขตงาน ขั้นตอน และเอกสารที่ใช้ในการประเมินผลกระทบ อยู่ที่หน้า บริการประเมินผลกระทบภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ตามหลักเกณฑ์ Pillar 2
ปรึกษาเบื้องต้นกับที่ปรึกษากฎหมาย →สรุป: 5 สิ่งที่ต้องจำจากบทความนี้
หนึ่ง — GMT คือภาษีขั้นต่ำ 15% สำหรับกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้รวมไม่น้อยกว่า 750 ล้านยูโรในอย่างน้อย 2 ใน 4 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้า
สอง — ไทยออก พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ซึ่งรวมภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศไทย ทำให้ไทยเก็บภาษีส่วนต่างของกิจการในไทยได้ก่อนประเทศอื่น
สาม — ถ้าบริษัทเสียภาษีต่ำกว่า 15% ในประเทศใด อาจมีภาษีส่วนเพิ่มเรียกเก็บ (หลังหักส่วนที่ยอมให้หักตามเกณฑ์ SBIE) — ไม่ว่าจะเป็นโดยประเทศนั้น หรือประเทศอื่นผ่าน IIR/UTPR
สี่ — กรมสรรพากรไทยประมาณการว่ามีบริษัทในข่ายประมาณ 1,200 บริษัท
ห้า — บทความถัดไปจะอธิบายว่า GMT ส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ BOI อย่างไร และบริษัทที่ได้รับ BOI ควรทำอย่างไร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Global Minimum Tax
Global Minimum Tax หรือ Pillar 2 ในประเทศไทยมีฐานทางกฎหมายคือ พ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ซึ่งใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 คำถามด้านล่างสรุปความหมายของกติกา เกณฑ์ผู้อยู่ในข่ายตามมาตรา 26 และลำดับสิทธิจัดเก็บระหว่างภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศ IIR และ UTPR เพื่อให้ผู้บริหารและฝ่ายบัญชีประเมินเบื้องต้นได้ว่ากลุ่มบริษัทต้องเตรียมการหรือไม่
- Global Minimum Tax คืออะไร?
- Global Minimum Tax (GMT) หรือ Pillar 2 คือกติกาของกรอบความร่วมมือ OECD/G20 ที่กำหนดให้กลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เสียภาษีในอัตราที่แท้จริงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ในแต่ละประเทศที่มีกิจการ หากต่ำกว่า ส่วนที่ขาดจะถูกเรียกเก็บเพิ่มเป็นภาษีส่วนเพิ่ม (top-up tax) ไทยใช้บังคับกติกานี้ผ่าน พ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568
- Pillar 2 คืออะไร และต่างจาก Global Minimum Tax หรือไม่?
- เป็นเรื่องเดียวกัน Pillar Two คือเสาหลักที่สองของโครงการ BEPS ของ OECD/G20 ส่วน Global Minimum Tax คือชื่อเรียกผลของกติกา ได้แก่ภาษีขั้นต่ำร้อยละ 15 กฎต้นแบบของ OECD เรียกว่า GloBE Rules ซึ่งเป็นต้นแบบของ พ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ของไทย
- บริษัทใดอยู่ในข่ายภาษีส่วนเพิ่มของไทย?
- ตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 กลุ่มบริษัทข้ามชาติที่รายได้รวมในงบการเงินรวมของบริษัทแม่ลำดับสูงสุดไม่น้อยกว่าจำนวนเงินบาทเทียบเท่า 750 ล้านยูโร ในอย่างน้อย 2 ใน 4 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้า นิติบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ถึงเกณฑ์นี้จึงไม่อยู่ในข่าย
- ไทยเก็บภาษีส่วนเพิ่มด้วยกลไกใด?
- พ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 มีภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศ (QDMTT) ซึ่งให้ไทยเก็บภาษีส่วนต่างของนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในไทยก่อนประเทศอื่น และมีกลไก IIR ที่เก็บผ่านบริษัทแม่ กับ UTPR ที่เป็นกลไกสำรองเมื่อยังไม่มีประเทศใดเก็บ ลำดับสิทธิจัดเก็บจึงเริ่มจากประเทศที่กิจการตั้งอยู่
อ้างอิง
- OECD/G20 Base Erosion and Profit Shifting Project. Tax Challenges Arising from the Digitalisation of the Economy — Global Anti-Base Erosion Model Rules (Pillar Two). Paris: OECD Publishing, 2021. https://www.oecd.org/tax/beps/
- "สรรพากรชี้ 1,200 บริษัท เข้าข่ายเสียภาษีส่วนเพิ่ม." ฐานเศรษฐกิจ. https://www.thansettakij.com/economy/617245
- พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 26 ธันวาคม 2567. กรมสรรพากร. https://www.rd.go.th/66274.html