บทวิเคราะห์ภาษีระหว่างประเทศ · สถานการณ์จริงในองค์กร

บริษัทแม่ส่งคำขอข้อมูลภาษีส่วนเพิ่มมาที่บริษัทในไทย — ตัวเลขชุดใดที่ต้องส่ง และผูกพันเราเพียงใด

อีเมลจากสำนักงานใหญ่มาพร้อมไฟล์ตารางที่ขอตัวเลขซึ่งไม่เคยมีใครขอมาก่อน ทั้งค่าตอบแทนลูกจ้าง มูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตน และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี พร้อมกำหนดส่งที่กระชั้น บทความนี้แปลคำถามของเขาเป็นภาษาบัญชีไทย บอกว่าข้อมูลแต่ละช่องดึงจากไหน และอธิบายว่าเหตุใดข้อมูลชุดนี้จึงย้อนกลับมามีผลตามกฎหมายไทยด้วย

อธิบายให้ง่ายที่สุด — บริษัทแม่ในต่างประเทศส่งตารางมาให้กรอกตัวเลข เพราะเขาต้องคำนวณภาษีของทั้งกลุ่มและขาดข้อมูลของประเทศไทยไม่ได้ ตัวเลขที่เรากรอกวันนี้ จะไปอยู่ในรายงานที่กลุ่มยื่นในหลายประเทศ และไทยจะเริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประเทศอื่นภายในธันวาคม 2570 ถ้าตัวเลขที่เรากรอกไม่ตรงกับที่เรายื่นในไทยเอง ความไม่ตรงกันจะถูกเห็นทันที จึงควรกรอกจากเอกสารจริงทุกช่อง และเก็บสำเนาไว้ใช้ตอนยื่นในไทยย่อหน้านี้สรุปเพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างรวดเร็ว รายละเอียด ตัวบทกฎหมาย และแหล่งอ้างอิงทั้งหมดอยู่ในเนื้อหาถัดจากนี้

ตอบสั้น ๆ คือ ควรตอบ และต้องตอบด้วยตัวเลขชุดเดียวกับที่จะยื่นต่อกรมสรรพากรในอีกสองปีข้างหน้า เพราะข้อมูลที่ท่านกรอกจะถูกใช้สองทาง ทางแรกคือบริษัทแม่เอาไปคำนวณภาษีของทั้งกลุ่ม ทางที่สองคือบริษัทของท่านเองต้องใช้ตัวเลขชุดนี้ยื่นตามกฎหมายไทย1 กรอกส่ง ๆ ไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง จึงไม่ใช่ทางที่ปลอดภัยอีกต่อไป

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากการขอข้อมูลภายในกลุ่มครั้งก่อน ๆ คือปลายทางของข้อมูล ตัวเลขที่ท่านกรอกจะไปปรากฏในแบบรายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (มาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (Global Anti-Base Erosion — GloBE) Information Return) ซึ่งประเทศไทยมีกำหนดเริ่มแลกเปลี่ยนกับประเทศภาคีคู่สัญญาครั้งแรกภายในเดือนธันวาคม 2570 ตามที่กรมสรรพากรแจ้ง2 การกรอกแบบขอไปทีจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอีกต่อไป

หัวข้อในบทความ

  1. ตอบทันที: ต้องตอบไหม และตอบอย่างไรจึงปลอดภัย
  2. แปลคำถามของเขา — แต่ละช่องดึงข้อมูลจากไหน
  3. ทำไมเขาถึงถาม: กฎหมายเปรียบเทียบต่างประเทศ
  4. กฎหมายไทยว่าอย่างไร เมื่อข้อมูลกลับมาถึงเรา
  5. แนวปฏิบัติของกรมสรรพากรเท่าที่มีในปัจจุบัน
  6. ห้าจุดที่ตอบผิดบ่อยที่สุด
  7. สิ่งที่ต้องตรวจก่อนส่งตัวเลขกลับไปให้บริษัทแม่
I

ตอบทันที: ต้องตอบไหม และตอบอย่างไรจึงปลอดภัย

ต้องตอบ และมีเหตุผลทางกฎหมายรองรับทั้งสองฝั่ง ฝั่งบริษัทแม่ เขามีหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศตนในการคำนวณและรายงานภาษีส่วนเพิ่มของทั้งกลุ่ม ซึ่งเป็นไปไม่ได้หากขาดข้อมูลของประเทศใดประเทศหนึ่ง ฝั่งบริษัทในไทย เมื่อกลุ่มอยู่ในขอบเขต นิติบุคคลในเครือ (Constituent Entity) ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยมีหน้าที่ยื่นรายงานของตนเองด้วย ตัวเลขทั้งสองฝั่งจึงควรมาจากแหล่งเดียวกันตั้งแต่แรก

วิธีตอบที่ปลอดภัยมีสามหลัก หลักแรก ตอบจากเอกสารที่ตรวจสอบย้อนกลับได้เสมอ อย่าประมาณด้วยความจำหรือด้วยตัวเลขจากรายงานภายในที่ไม่ผ่านการสอบทาน หลักที่สอง ระบุแหล่งที่มาของทุกตัวเลขไว้ในไฟล์ที่ส่งกลับ เช่น มาจากงบทดลองบัญชีใด หรือจากทะเบียนทรัพย์สินฉบับใด หลักที่สาม เมื่อไม่แน่ใจว่าคำถามหมายถึงอะไร ให้ถามกลับเป็นลายลักษณ์อักษรแทนการเดา เพราะคำศัพท์ในแบบสอบถามเป็นศัพท์เฉพาะที่มีนิยามตายตัว

ตัวเลขที่ท่านกรอกวันนี้ คือตัวเลขที่กรมสรรพากรจะเห็นในอีกสองปีข้างหน้าผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ
II

แปลคำถามของเขา — แต่ละช่องดึงข้อมูลจากไหน

แบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้ศัพท์ตามกรอบของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development — OECD) ซึ่งไม่ตรงกับชื่อบัญชีในผังบัญชีไทย ตารางต่อไปนี้เทียบให้เห็นว่าแต่ละรายการควรดึงจากที่ใด

สิ่งที่เขาถามความหมายดึงจากไหนในระบบไทย
Financial Accounting Net Income or Lossกำไรหรือขาดทุนทางบัญชีก่อนภาษี ตามตัวเลขที่ส่งเข้าการรวมงบงบส่งกลุ่ม (reporting package) ก่อนรายการปรับปรุงการรวมงบ ไม่ใช่งบตามแบบ ภ.ง.ด.50
Current tax expenseภาษีเงินได้ปัจจุบันค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ในงบกำไรขาดทุน แยกส่วนปัจจุบัน
Deferred tax expenseภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีหมายเหตุประกอบงบการเงินเรื่องภาษีเงินได้ พร้อมรายละเอียดผลแตกต่างชั่วคราว
Eligible payroll costsค่าตอบแทนลูกจ้างที่นำมาคำนวณส่วนที่ยอมให้หักบัญชีเงินเดือน ค่าจ้าง สวัสดิการ และเงินสมทบที่นายจ้างจ่าย
Number of employees (จำนวนลูกจ้างเทียบเท่าเต็มเวลา (Full-Time Equivalent — FTE))จำนวนลูกจ้างแบบเทียบเท่าการทำงานเต็มเวลาทะเบียนลูกจ้างของฝ่ายบุคคล ต้องแปลงพนักงานไม่เต็มเวลาเป็นหน่วยเทียบเท่า
Eligible tangible assetsมูลค่าสุทธิตามบัญชีของสินทรัพย์ที่มีตัวตนทะเบียนทรัพย์สิน ต้นงวดและปลายงวด ไม่ใช่ราคาทุนอย่างเดียว
Tax incentives / holidaysสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน วงเงินและระยะเวลาคงเหลือ รวมถึงสิทธิตามกฎหมายอื่น

ช่องที่ผิดพลาดบ่อยที่สุดคือสองช่องล่าง เพราะมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนต้องใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชี ไม่ใช่ราคาทุน และต้องมีทั้งต้นงวดและปลายงวด ส่วนจำนวนลูกจ้างต้องเป็นหน่วยเทียบเท่าการทำงานเต็มเวลา ซึ่งฝ่ายบุคคลของไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เก็บในรูปแบบนี้ ทั้งสองรายการนี้กระทบตัวเลขภาษีโดยตรง เพราะเป็นฐานของส่วนที่ยอมให้หักออกจากเงินได้รวมสุทธิ (Substance-based Income Exclusion — SBIE)

III

ทำไมเขาถึงถาม: กฎหมายเปรียบเทียบต่างประเทศ

คำถามมาถึงท่านเพราะประเทศของบริษัทแม่ได้บังคับใช้กฎเกณฑ์นี้แล้ว และกฎเกณฑ์กำหนดให้คำนวณเป็นรายประเทศ กลุ่มจึงต้องมีข้อมูลของประเทศไทยเพื่อคำนวณอัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tax Rate — ETR) ของกลุ่มในประเทศไทย ตารางต่อไปนี้แสดงกำหนดเวลาเริ่มใช้ของแต่ละกลไกในประเทศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไทยมากที่สุด3

ประเทศกฎการรวมเงินได้ (Income Inclusion Rule — IIR)ภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือ (UTPR)ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศ (Domestic Minimum Top-up Tax — DMTT)
ไทย1 ม.ค. 25681 ม.ค. 25681 ม.ค. 2568
ญี่ปุ่น1 เม.ย. 25671 เม.ย. 25691 เม.ย. 2569
เกาหลีใต้1 ม.ค. 25671 ม.ค. 25681 ม.ค. 2569
สหราชอาณาจักร · เยอรมนี31 ธ.ค. 256631 ธ.ค. 256731 ธ.ค. 2566
ออสเตรเลีย1 ม.ค. 25671 ม.ค. 25681 ม.ค. 2567
สิงคโปร์1 ม.ค. 2568ยังไม่มีประกาศ1 ม.ค. 2568
มาเลเซีย1 ม.ค. 2568ยังไม่มีประกาศ1 ม.ค. 2568
เวียดนาม1 ม.ค. 2567ยังไม่มีประกาศ1 ม.ค. 2567
อินโดนีเซีย1 ม.ค. 25681 ม.ค. 25691 ม.ค. 2568
ฟิลิปปินส์อยู่ระหว่างการยกร่างหรือรับฟังความคิดเห็น

ตารางนี้อธิบายสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือเหตุที่กลุ่มญี่ปุ่นและกลุ่มยุโรปเริ่มส่งแบบสอบถามมาก่อนใครตั้งแต่ปี 2567 เพราะกฎการรวมเงินได้ของเขาเริ่มก่อนไทยหนึ่งถึงสองปี เรื่องที่สองซึ่งสำคัญกว่าคือ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เริ่มใช้ทั้งสามกลไกพร้อมกันตั้งแต่ปีแรก ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ยังไม่ได้ประกาศใช้กฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือ (Undertaxed Profits Rule — UTPR) ผลคือบริษัทในประเทศไทยเผชิญขอบเขตที่กว้างกว่าบริษัทในประเทศเหล่านั้นตั้งแต่รอบปี 2568

IV

กฎหมายไทยว่าอย่างไร เมื่อข้อมูลกลับมาถึงเรา

พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 และใช้บังคับกับนิติบุคคลในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่มีรายได้ตามงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด (Ultimate Parent Entity — UPE) ไม่น้อยกว่า 750 ล้านยูโร อย่างน้อย 2 ใน 4 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้า1 เมื่อบริษัทแม่ส่งแบบสอบถามมา แปลว่ากลุ่มประเมินตนเองแล้วว่าอยู่ในขอบเขต ซึ่งเป็นสัญญาณแรกว่าบริษัทในไทยมีหน้าที่ตามกฎหมายไทยตามมาด้วย

หน้าที่ตามกฎหมายไทยที่ตามมามีสามรายการ คือรายงานข้อมูล แบบรายงาน GloBE Information Return และแบบแสดงรายการและชำระภาษีส่วนเพิ่ม โดยยื่นภายใน 15 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด และขยายเป็น 18 เดือนสำหรับรอบแรก กลุ่มที่รอบบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จึงมีกำหนดยื่นครั้งแรกภายในวันที่ 30 มิถุนายน 25704

ข้อที่ควรสื่อสารให้ผู้บริหารเข้าใจตรงกันคือ หน้าที่ยื่นตามกฎหมายไทยไม่ได้หายไปเพียงเพราะบริษัทแม่ยื่นในต่างประเทศแล้ว กฎหมายเปิดช่องยกเว้นการยื่นแบบรายงานข้อมูลไว้เฉพาะกรณีที่นิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดหรือผู้ได้รับมอบหมายซึ่งตั้งอยู่ในประเทศที่มีความตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจกับประเทศไทยได้ยื่นรายงานนั้นแล้วเท่านั้น การพึ่งข้อยกเว้นนี้จึงต้องตรวจสอบสถานะความตกลงเป็นรายกรณี ไม่ใช่สันนิษฐานเอาเอง

V

แนวปฏิบัติของกรมสรรพากรเท่าที่มีในปัจจุบัน

ข้อเท็จจริงที่ผู้ปฏิบัติงานควรทราบตรงกันคือ จนถึงปัจจุบันยังไม่ปรากฏหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรในเรื่องภาษีส่วนเพิ่ม ซึ่งอธิบายได้ด้วยเหตุผลเชิงเวลา เพราะกฎหมายเพิ่งใช้บังคับกับรอบบัญชีปี 2568 และกำหนดยื่นครั้งแรกยังไม่มาถึง ข้อพิพาทหรือประเด็นหารือที่จะทำให้เกิดแนววินิจฉัยจึงยังไม่เกิดขึ้น ผู้ให้บริการรายใดอ้างว่ามี "แนววินิจฉัยของกรมสรรพากร" ในเรื่องนี้แล้ว ควรขอให้ระบุเลขที่หนังสือเพื่อตรวจสอบทุกครั้ง

สิ่งที่มีอยู่จริงและใช้อ้างอิงได้ในปัจจุบันมีสี่ชุด ชุดแรกคือกฎหมายลำดับรองที่ประกาศใช้แล้ว ได้แก่ ประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม (ฉบับที่ 1) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่ม ฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 8 ชุดที่สองคือเอกสารการอ้างอิงกฎหมายลำดับรองจาก GloBE Model Rules และ Commentary ที่กรมสรรพากรเผยแพร่ ชุดที่สามคือข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมสรรพากร และชุดที่สี่คือเอกสารคำถาม-คำตอบของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งกรมสรรพากรเผยแพร่บนเว็บไซต์ของตน5

กรมสรรพากรยังเปิดช่องทางสอบถามเฉพาะเรื่องนี้ไว้ที่อีเมล topuptax@rd.go.th ซึ่งปรากฏทั้งในหน้าข่าวประชาสัมพันธ์และท้ายข่าวแต่ละฉบับ2 สำหรับประเด็นที่ข้อเท็จจริงก้ำกึ่ง การตั้งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ล่วงหน้ามักน้ำหนักกว่าการอธิบายภายหลังถูกตรวจสอบ ซึ่งเป็นหลักเดียวกับการหารือภาษีอากรเรื่องอื่น

VI

ห้าจุดที่ตอบผิดบ่อยที่สุด

จุดที่ผิดสิ่งที่ควรทำแทน
ส่งกำไรตามแบบ ภ.ง.ด.50 ไปแทนกำไรทางบัญชีใช้กำไรก่อนภาษีตามงบที่ส่งเข้าการรวมงบของกลุ่ม
ส่งราคาทุนของสินทรัพย์แทนมูลค่าสุทธิตามบัญชีใช้มูลค่าสุทธิตามบัญชี ทั้งต้นงวดและปลายงวด
นับหัวพนักงานทั้งหมดรวมพนักงานไม่เต็มเวลาแปลงเป็นหน่วยเทียบเท่าการทำงานเต็มเวลา (FTE)
ละเว้นภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเพราะคิดว่าไม่ใช่ภาษีที่จ่ายจริงรายงานให้ครบ เพราะมีผลต่อการคำนวณอัตราภาษีที่แท้จริง
ไม่ระบุสิทธิประโยชน์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment — BOI) เพราะคิดว่าเป็นเรื่องภายในประเทศระบุพร้อมวงเงินและระยะเวลาคงเหลือ เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราภาษีที่แท้จริงต่ำ

ทั้งห้าข้อมีรากเดียวกัน คือการตอบด้วยกรอบความคิดของภาษีเงินได้นิติบุคคลไทย ทั้งที่คำถามมาจากกรอบของงบการเงินรวมและหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศ วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือให้ผู้ที่ดูแลงบส่งกลุ่มเป็นผู้กรอกร่วมกับผู้ที่ดูแลภาษี แทนที่จะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกรอกตามลำพัง

VII

สิ่งที่ต้องตรวจก่อนส่งตัวเลขกลับไปให้บริษัทแม่

สิ่งแรกที่ควรทำก่อนกรอกคำตอบใด ๆ คือขอเอกสารสองชิ้นจากบริษัทแม่ ได้แก่ ผังโครงสร้างกลุ่มที่ระบุนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด และรายได้ตามงบการเงินรวมย้อนหลัง 4 รอบระยะเวลาบัญชี เอกสารสองชิ้นนี้เป็นฐานของการยืนยันสถานะการเข้าข่ายตามกฎหมายไทย ซึ่งท่านจะต้องใช้เองในภายหลังอยู่ดี การขอในจังหวะที่เขากำลังขอข้อมูลจากเรา เป็นจังหวะที่ได้รับความร่วมมือง่ายที่สุด

สิ่งที่สองคือเก็บสำเนาคำตอบทุกฉบับพร้อมไฟล์ต้นทางไว้เป็นแฟ้มเดียวกัน เพราะเมื่อถึงเวลายื่นตามกฎหมายไทย ตัวเลขที่ยื่นควรกระทบยอดกับที่เคยส่งให้กลุ่มได้ หากต่างกันต้องอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใด เช่น มีการปรับปรุงรายการภายหลังการสอบบัญชี แฟ้มลักษณะนี้คือสิ่งที่ทำให้การตอบคำถามในอีกสองปีข้างหน้าใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงแทนที่จะเป็นหลายสัปดาห์

สิ่งที่สามคือกำหนดผู้รับผิดชอบและเส้นทางการอนุมัติให้ชัดว่าใครเป็นผู้ยืนยันตัวเลขก่อนส่งออกนอกองค์กร ข้อมูลชุดนี้มีผลผูกพันในระดับที่ต่างจากรายงานภายในทั่วไป เพราะปลายทางคือแบบรายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานภาษีของหลายประเทศ ระดับความละเอียดที่เหมาะสมของแต่ละกลุ่มขึ้นอยู่กับโครงสร้างการถือหุ้น จำนวนนิติบุคคลในไทย และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับเป็นรายกรณี

สรุปสาระสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

บริษัทแม่ส่งแบบสอบถาม หลักการภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำระดับโลก เสาหลักที่สอง (Pillar Two) มา ต้องตอบไหม

โดยหลักควรตอบ เพราะบริษัทแม่มีหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศตนในการคำนวณและรายงานภาษีส่วนเพิ่มของทั้งกลุ่ม ซึ่งต้องใช้ข้อมูลของนิติบุคคลในเครือทุกประเทศรวมถึงประเทศไทย และข้อมูลชุดเดียวกันนี้ประเทศไทยก็จะใช้ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ด้วย

เขาถามข้อมูลอะไรบ้าง

โดยทั่วไปคือกำไรทางบัญชีก่อนภาษีตามงบที่ส่งเข้าการรวมงบ ภาษีเงินได้ปัจจุบันและภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ค่าตอบแทนลูกจ้างและจำนวนลูกจ้าง มูลค่าสุทธิตามบัญชีของสินทรัพย์ที่มีตัวตน สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับ เช่น บัตรส่งเสริมการลงทุน และรายการปรับปรุงทางภาษีที่มีสาระสำคัญ

ตอบข้อมูลผิดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ข้อมูลชุดนี้จะไหลไปอยู่ในแบบรายงาน GloBE Information Return ของกลุ่ม ซึ่งประเทศไทยมีกำหนดเริ่มแลกเปลี่ยนกับประเทศภาคีคู่สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2570 หากตัวเลขที่ยื่นในไทยไม่ตรงกับที่กลุ่มยื่นในต่างประเทศ ความไม่สอดคล้องจะปรากฏและกลายเป็นประเด็นตรวจสอบได้

บริษัทเราเล็กมาก ทำไมบริษัทแม่ยังถาม

เพราะเกณฑ์เข้าข่ายวัดที่รายได้ตามงบการเงินรวมของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด ไม่ได้วัดที่ขนาดของบริษัทในประเทศไทย เมื่อกลุ่มเข้าข่าย นิติบุคคลในเครือทุกรายรวมถึงรายที่เล็กที่สุดต้องถูกนำเข้าการคำนวณด้วย

ต้องตอบภายในเมื่อไหร่

กำหนดของกลุ่มมักเร็วกว่ากำหนดตามกฎหมายไทยมาก เพราะบริษัทแม่ต้องรวบรวมข้อมูลทุกประเทศก่อนคำนวณ กำหนดตามกฎหมายไทยคือยื่นภายใน 15 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุด และขยายเป็น 18 เดือนสำหรับรอบแรก

อ่านต่อในชุดภาษีส่วนเพิ่ม (Pillar 2)

บริษัทเราเข้าข่ายภาษีส่วนเพิ่มไหมยืนยันสถานะจากงบการเงินรวมของบริษัทแม่ ต้องจ่ายเท่าไหร่ ประเมินคร่าว ๆ เองอย่างไรใช้ตัวเลขชุดเดียวกับที่บริษัทแม่ขอ ใครทำ GloBE Information Return ให้ได้เมื่อข้อมูลต้องกลับมายื่นในไทยด้วย ภาษีส่วนเพิ่ม (Pillar 2) คืออะไรหน้าหลักของชุดบทความ

ราคาของการตอบตัวเลขผิด

ได้แบบสอบถาม Pillar 2 จากบริษัทแม่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่จะตอบถูกต้องหรือไม่?

ปรึกษาเราได้นะครับบ เราจะช่วยอ่านแบบสอบถามทีละช่อง เทียบกลับมาที่งบการเงินและทะเบียนของบริษัทท่าน พร้อมจัดทำแฟ้มกระทบยอดไว้ใช้ตอนยื่นตามกฎหมายไทยในภายหลัง งานลักษณะนี้ต้องใช้สองมุมมองพร้อมกันเสมอ คือมุมนักบัญชีที่อ่านงบการเงินรวมออก และมุมนักกฎหมายภาษีที่รู้ว่ากฎหมายไทยเชื่อมกับหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศตรงจุดใด สำนักงานของเรามีทั้งที่ปรึกษากฎหมายภาษี นักบัญชี และผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทำงานร่วมกันภายใต้หลังคาเดียว ด้วยประสบการณ์มากว่า 25 ปี จึงตอบได้ทั้งคำถามของกรมสรรพากร ของผู้สอบบัญชี และของบริษัทแม่ ด้วยตัวเลขชุดเดียวกัน

ปรึกษาทางไลน์ โทร 081-654-5922 contact@eksiamlegal.com
แชร์บทความนี้ LINE Facebook

บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

  1. พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 82 ก วันที่ 26 ธันวาคม 2567 · ขอบเขตการบังคับใช้ตามที่อธิบายในเอกสารคำถาม-คำตอบ เรื่อง การรับรู้รายการภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) โดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงวันที่ 10 มีนาคม 2568
  2. ข่าวประชาสัมพันธ์กรมสรรพากร ฉบับที่ 16/2569 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เรื่อง การเข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีของกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ (GloBE ความตกลงพหุภาคีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ (Multilateral Competent Authority Agreement — MCAA)) ซึ่งระบุกำหนดเริ่มแลกเปลี่ยน แบบรายงานข้อมูลตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ (GloBE Information Return — GIR) ครั้งแรกภายในเดือนธันวาคม 2570 และช่องทางสอบถาม topuptax@rd.go.th
  3. กำหนดเวลาเริ่มใช้บังคับรายประเทศ รวบรวมจาก PwC Pillar Two Country Tracker (ฉบับสรุป) ซึ่งระบุวันเริ่มใช้ของ IIR, UTPR และภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศของแต่ละเขตอำนาจ · ผู้อ่านควรตรวจสอบสถานะล่าสุดก่อนใช้อ้างอิงในการตัดสินใจ เนื่องจากหลายประเทศยังอยู่ระหว่างการออกกฎหมาย
  4. หน้าที่ยื่นและกำหนดเวลา 15 เดือน ขยายเป็น 18 เดือนสำหรับปีแรก ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ประกอบบทสรุปของสำนักกฎหมายธรรมนิติ เรื่อง ภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) เผยแพร่ 24 กันยายน 2568
  5. หน้ารวบรวมกฎหมายภาษีส่วนเพิ่มของกรมสรรพากร rd.go.th/67365.html · กฎหมายที่เกี่ยวข้อง rd.go.th/68020.html · สถานะข้อหารือภาษีอากร ตรวจสอบจาก rd.go.th/68665.html และระบบค้นหาข้อหารือของกรมสรรพากร ณ เดือนสิงหาคม 2569 ยังไม่ปรากฏข้อหารือเรื่องภาษีส่วนเพิ่ม
คำชี้แจงทางกฎหมาย — บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปตามข้อมูลที่เผยแพร่ ณ เดือนสิงหาคม 2569 ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะราย ข้อมูลกำหนดเวลาบังคับใช้ของกฎหมายต่างประเทศเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และการตอบข้อมูลต่อบริษัทแม่ของแต่ละกิจการต้องพิจารณาจากเอกสารที่มีอยู่จริงเป็นรายกรณีภายใต้ข้อตกลงให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร
LINE WhatsApp โทร อีเมล