"สรรพากรออกหมายเรียกย้อนหลัง 5 ปีได้ — และถ้าคุณทิ้งเอกสารไปแล้ว คุณแทบไม่มีสิทธิ์ต่อสู้อะไรเลย"
สรรพากรมีอำนาจตรวจย้อนหลังกี่ปี?
ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร กฎหมายกำหนดระยะเวลาที่สรรพากรสามารถออกหมายเรียกตรวจสอบไว้ 3 กรณี และแต่ละกรณีมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
นับแต่วันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปีนั้น เมื่อกรณียื่นแบบถูกต้องครบถ้วน สรรพากรมีเวลา 2 ปีในการออกหมายเรียกตรวจสอบ นี่คือกรณีที่ดีที่สุด เพราะเมื่อพ้น 2 ปีแล้ว สรรพากรจะออกหมายเรียกไม่ได้อีก
ตามมาตรา 19 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้เสียภาษีแสดงรายการ ไม่ถูกต้อง ตามความเป็นจริง หรือ ไม่บริบูรณ์ อธิบดีกรมสรรพากรสามารถอนุมัติให้ขยายเวลาออกหมายเรียกได้ถึง 5 ปี นี่เป็นกรณีที่พบเมื่อสรรพากรสงสัยจริงๆ และเป็นความเสี่ยงที่สูง
ตามมาตรา 23 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ที่ ไม่ยื่นรายการหรือไม่ยื่นแบบเลย สรรพากรสามารถออกหมายเรียกได้โดยไม่มีอายุความกำหนด นี่คือความเสี่ยงสูงสุด เพราะสรรพากรสามารถมาเรียกปี 1 ปี 2 หรือแม้กระทั่ง 10 ปีหลังมาก็ได้
⚠ กรณีที่พบบ่อยที่สุด: ผู้ประกอบการยื่นแบบ แต่แสดงรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง — สรรพากรสามารถอ้างมาตรา 19 ทวิ ขยายเวลาออกหมายเรียกเป็น 5 ปีได้ทันที ดังนั้นการตรวจสอบเอกสารตั้งแต่เริ่มต้นจึงสำคัญมาก
นอกจากนี้ตามมาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากร สรรพากรมีอำนาจหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือภาษีอื่นๆ ได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องรอการลงทะเบียนจากผู้เสียภาษี
⚠ ไม่แน่ใจว่าเอกสารของคุณครบหรือเปล่า?
ตรวจสอบความพร้อมรับมือสรรพากร เบื้องต้น →เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเก็บ และเก็บนานแค่ไหน?
กฎหมายกำหนดระยะเวลาเก็บเอกสารไว้อย่างชัดเจน การทำลายหรือสูญหายก่อนครบกำหนด ถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และอาจถูกนำมาใช้เป็นเหตุสงสัยว่า "ซุกซ่อนข้อมูล"
เอกสารที่ต้องเก็บและระยะเวลา:
- ใบกำกับภาษี + รายงาน VAT — เก็บ 5 ปี (มาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร)
- สมุดบัญชีและงบการเงิน — เก็บ 5 ปี (มาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543)
- หลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย — เก็บ 5 ปี (มาตรา 17 แห่งประมวลรัษฎากร)
- เอกสารประกอบการลงบัญชีทุกรายการ — เก็บ 5 ปี นับแต่วันปิดรอบบัญชีสุดท้าย
- สัญญาและหนังสือสำคัญ — แนะนำเก็บ 10 ปี (ตามอายุความแพ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
เอกสารดิจิทัล (สแกน/ไฟล์) ถือว่าใช้ได้หรือไม่? ตามมาตรา 3 อัฏฐ แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินสามารถยึดหรืออายัดเอกสาร "รวมทั้งในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์" ได้ ดังนั้นไฟล์ดิจิทัลมีผลทางกฎหมาย — แต่ต้องครบถ้วนและค้นหาได้ ไม่อาจเลือก "ลบเอกสารบางรายการ" เพื่อลดรับ
ปัญหาพบบ่อยคือ ผู้ประกอบการเก็บอย่างวุ่นวาย ไม่มีระบบบัญชีที่ชัดเจน หรือไม่รู้ว่าหลักฐานไหนต้องเก็บ เมื่อสรรพากรมาตรวจแล้ว มักพบว่าเอกสารหายไป หรือไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้อยู่ในความเสี่ยง
เกิดอะไรขึ้นถ้าคุณไม่มีเอกสาร หรือสรรพากรพบว่าไม่ตรง?
เมื่อเจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกแล้วคุณนำเอกสารไปแสดงไม่ได้ หรือรายการไม่ตรงกัน กฎหมายให้อำนาจสรรพากรประเมินตามที่ "เห็นว่าถูกต้อง" (มาตรา 21 แห่งประมวลรัษฎากร) โดยไม่ต้องมีอุทธรณ์
ผลที่ตามมาจากการประเมินเพิ่ม:
สิ่งที่คุณต้องรู้: การเก็บเอกสารตั้งแต่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่เรื่องจัดการสัก "เอก" ในอนาคต — มันคือ "ประกัน" ของคุณเมื่อสรรพากรมาถึง และเป็นความแตกต่างระหว่างการผ่านการตรวจสอบด้วยความปลอดภัย กับการถูกประเมินเพิ่มที่อาจทำให้ธุรกิจล่มสลาย
ทำไมต้องเลือก Eksiam Tax? เพราะการรับมือสรรพากรต้องมีความรู้ลึกทั้ง "กฎหมาย" และ "ตัวเลข" พร้อมกัน
- ปริญญาโท กฎหมายภาษีอากร 4 สถาบัน + MBA — ความรู้ครอบคลุมทั้งสองด้าน
- ดำเนินคดีและให้คำปรึกษามาแล้วกว่า 1,500 ราย รวมถึงเคสตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี
- ทีมผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) + ทนายความภาษี ทำงานร่วมกันในทุกเคส
- ช่วยได้ตั้งแต่ก่อนสรรพากรเรียก จนถึงขั้นอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง