อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA): บริการที่ปรึกษากฎหมายและการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีระหว่างประเทศ

บริการวิเคราะห์การใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) สำหรับองค์กรที่มีธุรกรรมและเงินได้ข้ามพรมแดน ครอบคลุมการพิจารณาเงื่อนไขการลดหรือยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย การจำแนกประเภทเงินได้ตามข้อบทของอนุสัญญา การพิจารณาถิ่นที่อยู่ทางภาษี และการวิเคราะห์สถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment) บนฐานข้อบทและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

นัดหมายที่ปรึกษากฎหมายเพื่อวิเคราะห์เงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ดูบริการภาษีระหว่างประเทศทั้งหมด
ขอบเขตของหน้านี้ — บริการด้านอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)
หน้านี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่ปรึกษากฎหมายด้านการวิเคราะห์และใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ซึ่งแตกต่างจากบริการ การกำหนดราคาโอน (Transfer Pricing) และบริการขอ หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence) หน้านี้ไม่ใช่บทความวิชาการ และไม่ใช่บริการด้านคดีภาษี แต่เป็นหน้าบริการสำหรับองค์กรที่ต้องการพิจารณาการปรับใช้อนุสัญญาภาษีซ้อนกับธุรกรรมและเงินได้ข้ามพรมแดนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขอบเขตและการปรับใช้อนุสัญญาภาษีซ้อน

อนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement — DTA) เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ทำขึ้นระหว่างสองรัฐ มีวัตถุประสงค์หลักในการขจัดหรือบรรเทาปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากเงินได้หรือทรัพย์สินประเภทเดียวกัน สำหรับบุคคลหรือกิจการที่มีความเกี่ยวข้องกับทั้งสองประเทศในฐานะผู้เสียภาษี โดยอนุสัญญากำหนดสิทธิในการจัดเก็บภาษีของแต่ละประเทศและกลไกการผ่อนปรนภาระภาษีซ้ำซ้อนไว้อย่างชัดเจน

ประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศคู่สัญญาจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้ระหว่างสองประเทศไม่ได้หมายความว่าผู้รับเงินได้จะได้รับประโยชน์โดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาข้อบทของอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องร่วมกับข้อเท็จจริงของกรณีในทุกมิติ ทั้งในส่วนของถิ่นที่อยู่ทางภาษี ประเภทเงินได้ แหล่งเงินได้ และเงื่อนไขเฉพาะของข้อบทนั้น ๆ

หน้านี้ครอบคลุมการพิจารณา
การใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน · การพิจารณาเงื่อนไขการลดหรือยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามพรมแดน · การวิเคราะห์สถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment) · การจำแนกประเภทเงินได้ตามอนุสัญญา · การพิจารณาถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Tax Residency) · บทบาทของหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในฐานะหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ

บทบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาอนุสัญญาภาษีซ้อน

การพิจารณาการใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนในบริบทของกฎหมายไทยต้องอ้างอิงบทบัญญัติของประมวลรัษฎากร กฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง และข้อบทของอนุสัญญาภาษีซ้อนฉบับที่บังคับใช้กับกรณีนั้น ๆ ร่วมกันอย่างครบถ้วน

บทบัญญัติและกฎหมายอ้างอิงหลัก
ประมวลรัษฎากร
มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร — ว่าด้วยภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินที่จ่ายให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 — กำหนดหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้จากแหล่งในประเทศไทยเมื่อมีอนุสัญญาภาษีซ้อน
ข้อบทอนุสัญญา · ถิ่นที่อยู่
ข้อบทว่าด้วยถิ่นที่อยู่ (Residence Article) — กำหนดนิยามผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศคู่สัญญาและเกณฑ์แก้ไขกรณีที่บุคคลอาจมีถิ่นที่อยู่ในสองประเทศพร้อมกัน
ข้อบทอนุสัญญา · PE
ข้อบทว่าด้วยสถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment Article) — กำหนดนิยามและขอบเขตของสถานประกอบการถาวร รวมถึงกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น
ข้อบทอนุสัญญา · เงินได้
ข้อบทว่าด้วยกำไรจากธุรกิจ · เงินปันผล · ดอกเบี้ย · ค่าสิทธิ — กำหนดสิทธิในการจัดเก็บภาษีและอัตราสูงสุดที่ประเทศแหล่งกำเนิดสามารถจัดเก็บได้สำหรับเงินได้แต่ละประเภท
ข้อบทอนุสัญญา · การขจัด
ข้อบทว่าด้วยวิธีการขจัดภาษีซ้ำซ้อน (Elimination of Double Taxation Article) — กำหนดกลไกที่แต่ละประเทศคู่สัญญาจะนำมาใช้เพื่อบรรเทาภาระภาษีซ้ำซ้อน เช่น วิธีเครดิตภาษี หรือวิธียกเว้น
หมายเหตุ: บทบัญญัติและข้อบทข้างต้นเป็นกรอบอ้างอิงหลักในการพิจารณา เนื้อหาและเงื่อนไขที่ใช้กับแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากอนุสัญญาภาษีซ้อนฉบับที่เกี่ยวข้องกับประเทศคู่สัญญาและข้อเท็จจริงเฉพาะของกรณีนั้น ๆ

บริการให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ข้อบทภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อน

การให้คำปรึกษาด้านอนุสัญญาภาษีซ้อนครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อบทของอนุสัญญาในสามมิติหลัก ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันกับข้อเท็จจริงของกรณีอย่างรอบด้านก่อนสรุปแนวทางใด ๆ

📋
การวิเคราะห์และจำแนกประเภทเงินได้ตามข้อบทของอนุสัญญา
Income Characterization
อนุสัญญาภาษีซ้อนกำหนดข้อบทแยกตามประเภทเงินได้ เช่น กำไรจากธุรกิจ เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ค่าตอบแทนบริการวิชาชีพ และรายได้จากการจ้างงาน แต่ละประเภทมีเงื่อนไขและผลทางภาษีที่แตกต่างกัน การจำแนกให้ถูกต้องจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการวิเคราะห์สิทธิประโยชน์
วิเคราะห์ลักษณะทางกฎหมายและเศรษฐกิจของธุรกรรม
ระบุข้อบทของอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง
พิจารณาผลทางภาษีของแต่ละข้อบทต่อกรณี
วิเคราะห์ความเสี่ยงจากการจำแนกประเภทที่ไม่สอดคล้องกัน
🏢
การพิจารณาเงื่อนไขถิ่นที่อยู่ทางภาษีและสถานประกอบการถาวร (PE)
Tax Residency & PE Analysis
ถิ่นที่อยู่ทางภาษีเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการพิจารณาว่าอนุสัญญาใดจะนำมาปรับใช้กับกรณีและในอัตราใด ส่วนสถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment) เกี่ยวข้องกับสิทธิของประเทศแหล่งกำเนิดในการจัดเก็บภาษีจากกำไรของกิจการต่างประเทศ
พิจารณาสถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษีตามนิยามในอนุสัญญา
วิเคราะห์ว่ากิจกรรมทางธุรกิจก่อให้เกิด PE หรือไม่
ประเมินความเสี่ยง PE จากกิจกรรมในประเทศแหล่งกำเนิด
พิจารณาผลทางภาษีของการมี PE ต่อกำไรที่เกี่ยวข้อง
💱
การพิจารณาเงื่อนไขการลดหรือยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามพรมแดน
Withholding Tax · Cross-border
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ที่จ่ายให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร โดยอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้องอาจกำหนดอัตราสูงสุดที่ประเทศแหล่งกำเนิดสามารถจัดเก็บได้ แต่เงื่อนไขการลดหรือยกเว้นต้องพิจารณาตามข้อบทที่เกี่ยวข้องและข้อเท็จจริงของกรณีเสมอ
วิเคราะห์หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรและข้อบทของอนุสัญญา
พิจารณาเงื่อนไขการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีตามข้อบทที่เกี่ยวข้อง
ประเมินหลักฐานและเอกสารประกอบที่จำเป็นสำหรับการอ้างสิทธิ
พิจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อบทของอนุสัญญากับกฎหมายภายใน

หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในฐานะหลักฐานประกอบการใช้สิทธิตามอนุสัญญา

การอ้างสิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนต้องประกอบด้วยหลักฐานที่เพียงพอในทางปฏิบัติ หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Certificate of Residence) ที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศที่ทำสัญญาเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันว่าผู้รับเงินได้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศดังกล่าวตามที่อนุสัญญากำหนด

ข้อพิจารณาด้านกฎหมาย: ภายใต้แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 และข้อบทของอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง การใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนต้องพิจารณาประกอบกับหลักฐานการเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อเสียภาษีในประเทศคู่สัญญาในปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ขอใช้สิทธิ หลักฐานดังกล่าวต้องสอดคล้องกับช่วงเวลาที่เงินได้เกิดขึ้นและการอ้างสิทธิในแต่ละธุรกรรม
บทบาทของเอกสาร
หลักฐานยืนยันถิ่นที่อยู่
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทำหน้าที่ยืนยันว่าผู้รับเงินได้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศที่ทำสัญญา ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการอ้างสิทธิตามอนุสัญญาในทางปฏิบัติ
ข้อจำกัด
ไม่เพียงพอโดยลำพัง
การมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่เพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันสิทธิประโยชน์ ยังต้องพิจารณาประเภทเงินได้ เงื่อนไขของข้อบทที่เกี่ยวข้อง และหลักฐานประกอบอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
บริการเฉพาะ
การขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่
รายละเอียดขั้นตอน เงื่อนไข และการเตรียมคำร้องขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีสำหรับกรณีต่าง ๆ ดูได้ที่ หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence)

หมายเหตุ: หน้านี้กล่าวถึงหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในฐานะหลักฐานประกอบการใช้สิทธิตามอนุสัญญาเท่านั้น ไม่ใช่หน้าบริการสำหรับขั้นตอนการยื่นคำร้องขอเอกสารดังกล่าวโดยตรง

ความสำคัญของการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงรายกรณีก่อนการใช้สิทธิประโยชน์

ข้อบทของอนุสัญญาภาษีซ้อนและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีมีความสำคัญเท่า ๆ กันในการพิจารณาผลทางภาษี กรณีที่มีข้อบทเหมือนกันแต่มีข้อเท็จจริงต่างกันอาจให้ผลทางภาษีที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการวิเคราะห์ต้องพิจารณาทั้งสองส่วนร่วมกันเสมอ

องค์ประกอบที่ 1
ถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Tax Residency)
ต้องพิจารณาสถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้รับเงินได้ตามนิยามในอนุสัญญา ไม่ใช่เพียงตามกฎหมายภายในของประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากอนุสัญญาอาจกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาถิ่นที่อยู่เป็นการเฉพาะ
องค์ประกอบที่ 2
ประเภทและแหล่งเงินได้
ต้องพิจารณาว่าเงินได้นั้นเป็นประเภทใดตามข้อบทของอนุสัญญา และมีแหล่งกำเนิดในประเทศใด เพื่อระบุว่าประเทศใดมีสิทธิจัดเก็บภาษีและในขอบเขตเพียงใด
องค์ประกอบที่ 3
เงื่อนไขเฉพาะของข้อบท
ข้อบทของอนุสัญญาแต่ละข้ออาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ต้องพิจารณา เช่น เกณฑ์ขนาดการถือหุ้น ระยะเวลาการถือ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับลักษณะของกิจกรรม ซึ่งมีผลต่อการที่อนุสัญญาจะให้ประโยชน์หรือไม่
องค์ประกอบที่ 4
หลักฐานและเอกสารประกอบ
การใช้สิทธิตามอนุสัญญาต้องประกอบด้วยหลักฐานที่เพียงพอตามที่กฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด หลักฐานที่ไม่ครบหรือไม่สอดคล้องกันอาจทำให้การใช้สิทธิไม่สมบูรณ์

ข้อสังเกตสำคัญ: การพิจารณาว่าเงื่อนไขใด ๆ ของอนุสัญญาเป็นที่พอใจหรือไม่ในกรณีหนึ่ง ๆ ต้องวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงเฉพาะของกรณีนั้น ไม่อาจนำผลการพิจารณากรณีหนึ่งไปปรับใช้กับกรณีอื่นโดยอัตโนมัติ

ความเสี่ยงจากการใช้สิทธิอนุสัญญาภาษีซ้อนไม่ถูกต้อง

การใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนโดยไม่ได้วิเคราะห์ข้อบทและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางภาษีได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อเจ้าพนักงานประเมินมีประเด็นโต้แย้งภายหลัง

การตีความข้อบทของอนุสัญญาผิดพลาด
การตีความข้อบทของอนุสัญญาโดยไม่คำนึงถึงบริบทและวัตถุประสงค์ของอนุสัญญา หรือไม่พิจารณาหลักการตีความตามกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้ผู้เสียภาษีอ้างสิทธิในข้อบทที่ไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะของเงินได้นั้น ๆ
📋
การจำแนกประเภทเงินได้ไม่ถูกต้อง
ธุรกรรมที่มีลักษณะซับซ้อนอาจมีการจำแนกประเภทเงินได้ได้หลายแนวทาง เช่น ค่าตอบแทนที่อาจเข้าข่ายได้ทั้งค่าสิทธิ ค่าบริการวิชาชีพ หรือกำไรจากธุรกิจ ซึ่งแต่ละประเภทมีผลทางภาษีตามอนุสัญญาที่แตกต่างกัน
📁
หลักฐานประกอบการใช้สิทธิไม่ครบถ้วน
การขาดหลักฐานที่เพียงพอ เช่น หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ที่ไม่ครอบคลุมปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ขอใช้สิทธิ ไม่ถูกต้องตามรูปแบบ หรือเอกสารที่ไม่ครบตามที่แนวปฏิบัติภายใต้พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 กำหนด อาจทำให้เจ้าพนักงานประเมินไม่รับรองการใช้สิทธิดังกล่าว
🏢
การไม่ประเมินความเสี่ยง PE ก่อนเริ่มกิจกรรม
การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศแหล่งกำเนิดโดยไม่ได้วิเคราะห์ความเสี่ยงสถานประกอบการถาวร (PE) ล่วงหน้า อาจนำไปสู่ภาระภาษีที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ในประเทศดังกล่าว

บทบาทของที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรด้านอนุสัญญาภาษีซ้อน

การวิเคราะห์การใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนอย่างรัดกุมต้องอาศัยความเข้าใจทั้งในด้านกฎหมายภาษีอากรระหว่างประเทศ โครงสร้างธุรกรรม และข้อเท็จจริงของกรณี ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรมีบทบาทในการสนับสนุนองค์กรให้ผ่านกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

01
วิเคราะห์ข้อบทของอนุสัญญาและข้อเท็จจริงของกรณี
ทำความเข้าใจลักษณะธุรกรรม โครงสร้างเงินได้ และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องก่อนพิจารณาว่าข้อบทใดของอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องนำมาปรับใช้ได้อย่างไรและภายใต้เงื่อนไขใด
02
ประเมินความเสี่ยง PE · WHT · การจำแนกเงินได้
ระบุความเสี่ยงด้านสถานประกอบการถาวร ภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้ามพรมแดน และการจำแนกประเภทเงินได้ที่อาจไม่สอดคล้องกับข้อบทของอนุสัญญา เพื่อวางแนวทางจัดการก่อนเกิดประเด็น
03
พิจารณาสถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษีและหลักฐานประกอบ
วิเคราะห์สถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษีตามข้อบทของอนุสัญญา และประเมินว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอสำหรับการอ้างสิทธิหรือไม่ รวมถึงแนวทางการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
04
สนับสนุนการชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อจำเป็น
ให้ความช่วยเหลือในการเตรียมข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมายต่อเจ้าพนักงานประเมินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามอนุสัญญา
Legal Consultant · Eksiam Tax & Legal Consultancy
เอกสยาม ชัยศร
เอกสยาม ชัยศร — ที่ปรึกษากฎหมาย (Legal Consultant)
บริการด้านอนุสัญญาภาษีซ้อนทุกกรณีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรง แนวทางของสำนักงานคือการวิเคราะห์ข้อบทของอนุสัญญาและข้อเท็จจริงของกรณีก่อนสรุปแนวทางใด ๆ เสมอ โดยไม่ใช้แนวทางเดียวสำหรับทุกกรณี เนื่องจากลักษณะเฉพาะของธุรกรรมและบริบทของแต่ละกิจการอาจให้ผลทางภาษีที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

FAQ · อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)

เงื่อนไขเบื้องต้นในการใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนมีอะไรบ้าง? +
การใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนต้องพิจารณาเงื่อนไขหลายประการร่วมกัน ได้แก่ สถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้รับเงินได้ตามนิยามในอนุสัญญา ประเภทและแหล่งที่มาของเงินได้ว่าเข้าข่ายข้อบทใดของอนุสัญญา และเงื่อนไขเฉพาะที่กำหนดไว้ในข้อบทนั้น ๆ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาประกอบกับบทบัญญัติกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ที่จ่ายให้แก่บริษัทต่างประเทศ และพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีเมื่อมีอนุสัญญาภาษีซ้อน การพิจารณาเหล่านี้ต้องวิเคราะห์ร่วมกับข้อเท็จจริงของกรณีเป็นรายกรณีเสมอ
การพิจารณาสถานประกอบการถาวร (PE) ส่งผลต่อภาระภาษีอย่างไร? +
หากกิจกรรมทางธุรกิจของกิจการต่างประเทศในประเทศแหล่งกำเนิดเข้าข่ายการมีสถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment) ตามข้อบทของอนุสัญญา ประเทศแหล่งกำเนิดอาจมีสิทธิจัดเก็บภาษีจากกำไรที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวกับสถานประกอบการถาวรนั้นตามที่อนุสัญญากำหนด การวิเคราะห์ว่ากิจกรรมใดก่อให้เกิด PE หรือไม่ต้องพิจารณาทั้งข้อบทของอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องและลักษณะข้อเท็จจริงของกิจกรรมในแต่ละกรณี ซึ่งอาจมีผลต่อการกำหนดภาระภาษีในประเทศแหล่งกำเนิดอย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมต้องมีการจำแนกประเภทเงินได้ก่อนการปรับใช้อนุสัญญาภาษีซ้อน? +
อนุสัญญาภาษีซ้อนกำหนดข้อบทและอัตราภาษีแยกตามประเภทเงินได้ เช่น กำไรจากธุรกิจ เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ค่าบริการวิชาชีพอิสระ และรายได้ประเภทอื่น แต่ละประเภทมีเงื่อนไขและผลทางภาษีตามอนุสัญญาที่อาจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การจำแนกประเภทเงินได้ให้ถูกต้องตามลักษณะทางกฎหมายและทางเศรษฐกิจของธุรกรรมจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการพิจารณาว่าข้อบทใดของอนุสัญญาจะนำมาปรับใช้และเงื่อนไขที่กำหนดไว้เป็นอย่างไร
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่มีความสำคัญอย่างไรในการใช้สิทธิตามสนธิสัญญา? +
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Certificate of Residence) ที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจของประเทศที่ทำสัญญาทำหน้าที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้รับเงินได้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศดังกล่าวตามที่อนุสัญญากำหนด ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการอ้างสิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญา สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ หนังสือรับรองดังกล่าวต้องครอบคลุมปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชีที่ขอใช้สิทธิ และต้องสอดคล้องกับช่วงเวลาที่เงินได้เกิดขึ้นในแต่ละธุรกรรม ตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 และข้อบทของอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การมีหนังสือรับรองดังกล่าวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ยังต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นตามข้อบทของอนุสัญญาประกอบด้วยในทุกกรณี หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ สามารถดูที่ หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence)
หากมีประเด็นโต้แย้งเรื่องการใช้สิทธิตามอนุสัญญาจากเจ้าพนักงานประเมิน ควรดำเนินการอย่างไร? +
เมื่อเจ้าพนักงานประเมินมีประเด็นโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ควรเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนของการตีความข้อบทของอนุสัญญา การจำแนกประเภทเงินได้ และหลักฐานประกอบการใช้สิทธิที่เกี่ยวข้อง หากข้อพิพาทไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับประเทศ อาจมีประเด็นให้ต้องพิจารณาตามกลไกที่กฎหมายภายในประเทศ อนุสัญญา และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งนี้ แนวทางที่เหมาะสมต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของแต่ละกรณี ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการที่ปรึกษาภาษีได้ที่ บริการที่ปรึกษาภาษีอากรประจำองค์กร
ปรับใช้อนุสัญญาภาษีซ้อนอย่างรัดกุมบนฐานข้อบทและข้อเท็จจริงของกรณี
การวิเคราะห์ข้อบทของอนุสัญญาร่วมกับข้อเท็จจริงของธุรกรรมอย่างรอบด้านตั้งแต่ก่อนเกิดประเด็น ช่วยลดความเสี่ยงทางภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ