การกำหนด ราคาโอน
บริการให้คำปรึกษาด้านการวิเคราะห์ธุรกรรมระหว่างกิจการที่เกี่ยวข้องกัน การจัดทำเอกสารสนับสนุนราคาโอน และการประเมินความเสี่ยงสำหรับกลุ่มบริษัทที่มีธุรกรรมข้ามพรมแดนหรือภายในประเทศระหว่างกิจการในเครือ
ความสำคัญของการกำหนดราคาโอนต่อธุรกิจองค์กร
ธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันตามนิยามในมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เป็นธุรกรรมที่เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจตรวจสอบว่าราคาหรือค่าตอบแทนที่กิจการใช้ในการบันทึกบัญชีนั้นเป็นไปตามหลักราคาอิสระ (Arm's Length Principle) หรือไม่ กล่าวคือ ราคาหรือเงื่อนไขที่กิจการที่ไม่มีความสัมพันธ์กันจะใช้กับกันในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน
หากราคาในธุรกรรมระหว่างกิจการที่มีความสัมพันธ์กันไม่สอดคล้องกับหลักดังกล่าว เจ้าพนักงานประเมินอาจมีอำนาจปรับปรุงรายได้หรือรายจ่ายของกิจการให้เป็นไปตามราคาตลาด ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาษีเพิ่มเติม เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร การบริหารความเสี่ยงด้านการกำหนดราคาโอนจึงเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อต้นทุนภาษีและการวางแผนทางธุรกิจของกลุ่มกิจการในระยะยาว
กรอบกฎหมายไทยเกี่ยวกับการกำหนดราคาโอน
ก่อนที่ประเทศไทยจะมีระบบกฎหมายเฉพาะสำหรับการกำหนดราคาโอน กรมสรรพากรใช้อำนาจทั่วไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.113/2545 ในการตรวจสอบและปรับปรุงรายได้หรือรายจ่ายในธุรกรรมระหว่างกิจการที่มีความสัมพันธ์กัน ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบกฎหมายเฉพาะตามมาตรา 71 ทวิ และมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งวางกรอบสำหรับการเปิดเผยข้อมูล การยื่นเอกสารสนับสนุน และอำนาจของเจ้าพนักงานประเมินในการขอเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม
บริการด้านการกำหนดราคาโอนโดย Eksiam Tax
โปรดติดต่อสำนักงานเพื่อหารือรายละเอียดเฉพาะของกรณี ทีมที่ปรึกษากฎหมายจะวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่าน
เกณฑ์รายได้ หน้าที่เปิดเผยข้อมูล และการขอเอกสารเพิ่มเติม
กฎกระทรวง ฉบับที่ 370 (พ.ศ. 2563) ออกตามความในมาตรา 71 ตรี วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีหน้าที่ยื่นเอกสารหรือหลักฐานตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีการอ้างอิงเกณฑ์รายได้ 200 ล้านบาทเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ ขณะที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400) กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการยื่นรายงานข้อมูลความสัมพันธ์และธุรกรรมระหว่างกันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าบริษัทใดมีหน้าที่ตามกฎหมายในรอบระยะเวลาบัญชีใดต้องวิเคราะห์จากข้อเท็จจริงเฉพาะกรณีของแต่ละบริษัท รวมถึงองค์ประกอบทั้งหมดตามกฎกระทรวงและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ไม่อาจสรุปจากเกณฑ์รายได้เพียงประการเดียว
- หน้าที่ยื่นรายงานประจำปี. บริษัทที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400) มีหน้าที่ยื่นรายงานข้อมูลความสัมพันธ์และธุรกรรมระหว่างกันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร · ต้องพิจารณาองค์ประกอบทั้งหมดตามประกาศ ไม่ใช่เฉพาะเกณฑ์รายได้
- กำหนดเวลาการยื่น. กำหนดเวลาการยื่นรายงานข้อมูลประจำปีตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร สัมพันธ์กับรอบระยะเวลาบัญชีและการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400) กำหนดไว้ · ต้องพิจารณากำหนดเวลาเฉพาะของรอบระยะเวลาบัญชีของแต่ละบริษัท
- การขอเอกสารเพิ่มเติม. ตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินอาจมีหนังสือแจ้งให้บริษัทยื่นเอกสารหรือหลักฐานสนับสนุนการกำหนดราคาภายในกำหนดเวลาที่กำหนด · การเตรียมเอกสารสนับสนุนล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงหากได้รับหนังสือแจ้ง
การจัดทำเอกสารราคาโอนในเชิงปฏิบัติ
ในทางปฏิบัติ การพิสูจน์ความเหมาะสมของราคาในธุรกรรมระหว่างกิจการที่มีความสัมพันธ์กันอาศัยเอกสารและการวิเคราะห์หลายประเภทตามลักษณะของธุรกรรมและโครงสร้างองค์กร โดยเอกสารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนตำแหน่งของบริษัท ทั้งในกระบวนการยื่นรายงานตามหน้าที่ และในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งขอข้อมูลเพิ่มเติม
หมายเหตุ: Local File, Master File และ Benchmarking Analysis เป็นเครื่องมือและเอกสารสนับสนุนที่ใช้ในทางปฏิบัติสากล ระดับของหน้าที่ตามกฎหมายไทยที่กำหนดให้บริษัทต้องจัดทำหรือยื่นเอกสารเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประกาศและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ความเสี่ยงจากการตรวจสอบและการประเมินภาษีราคาโอน
ความเสี่ยงด้านการกำหนดราคาโอนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถูกตรวจสอบ แต่ครอบคลุมถึงผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการตรวจสอบหรือหลังการออกหนังสือแจ้ง การเข้าใจขอบเขตของความเสี่ยงแต่ละประเภทช่วยให้บริษัทสามารถวางมาตรการป้องกันได้อย่างเหมาะสม
บทบาทของที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรด้านการกำหนดราคาโอน
การบริหารความเสี่ยงด้านการกำหนดราคาโอนอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้งทั้งในด้านกฎหมายภาษีอากร โครงสร้างธุรกิจ และข้อเท็จจริงของธุรกรรม ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรมีบทบาทในการช่วยให้บริษัทผ่านกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างมีระบบ
- วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและโครงสร้างธุรกรรม. ทำความเข้าใจโครงสร้างองค์กร ความสัมพันธ์ระหว่างกิจการ และลักษณะของธุรกรรมก่อนวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการกำหนดราคาโอนในบริบทกฎหมายที่ถูกต้อง
- วางนโยบายการกำหนดราคาโอนและแนวทางเอกสาร. ออกแบบนโยบายราคาโอนที่สอดคล้องกับหลักราคาอิสระและโครงสร้างธุรกิจ พร้อมกำหนดแนวทางการจัดทำและบริหารเอกสารสนับสนุนอย่างเป็นระบบ
- ประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบ. ประเมินระดับความเสี่ยงของธุรกรรมแต่ละประเภท จัดลำดับความสำคัญ และเตรียมระบบเอกสารสนับสนุนให้สามารถตอบสนองต่อการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สนับสนุนการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน. ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและการเตรียมข้อมูลในกรณีที่บริษัทได้รับหนังสือแจ้งตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร รวมถึงการชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อเจ้าพนักงานประเมิน
คำถาม ที่พบบ่อย
บริษัทประเภทใดบ้างที่ควรประเมินหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดราคาโอน?
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีธุรกรรมกับกิจการที่มีความสัมพันธ์กันตามนิยามในมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ควรได้รับการประเมินสถานะตามกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทในเครือที่มีธุรกรรมข้ามพรมแดน ธุรกรรมการให้บริการระหว่างกัน การโอนทรัพย์สินหรือสิทธิ์ และธุรกรรมทางการเงินระหว่างกิจการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายลำดับรองอาจมีหน้าที่เพิ่มเติม ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
เกณฑ์รายได้ 200 ล้านบาทเกี่ยวข้องกับหน้าที่ด้านการกำหนดราคาโอนตามกฎหมายไทยอย่างไร?
กฎกระทรวง ฉบับที่ 370 (พ.ศ. 2563) ออกตามความในมาตรา 71 ตรี วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีหน้าที่ยื่นเอกสารหรือหลักฐานตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร โดยมีการอ้างอิงเกณฑ์รายได้ 200 ล้านบาทเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าบริษัทใดมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเฉพาะกรณีตามกฎกระทรวงและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่อาจสรุปจากเกณฑ์รายได้เพียงอย่างเดียวโดยไม่พิจารณาองค์ประกอบอื่น
Transfer Pricing Disclosure Form ควรยื่นเมื่อใด?
Transfer Pricing Disclosure Form หรือรายงานข้อมูลความสัมพันธ์และธุรกรรมระหว่างกันตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร มีกำหนดเวลายื่นสัมพันธ์กับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ตามที่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400) กำหนดไว้ ส่วนประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 407) วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเอกสารหรือหลักฐานที่เจ้าพนักงานประเมินอาจมีหนังสือแจ้งให้ยื่นเพิ่มเติมตามมาตรา 71 ตรี วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นกระบวนการที่แยกต่างหากจากการยื่นรายงานประจำปี กำหนดเวลาและเงื่อนไขที่ใช้กับแต่ละกรณีต้องพิจารณาตามรอบระยะเวลาบัญชีและข้อเท็จจริงเฉพาะของผู้เสียภาษีแต่ละราย จึงควรวิเคราะห์เป็นรายกรณี
หากไม่มีเอกสารสนับสนุนราคาโอนจะมีความเสี่ยงอย่างไร?
หากเจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งขอเอกสารหรือหลักฐานตามมาตรา 71 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และบริษัทไม่สามารถยื่นเอกสารสนับสนุนความเหมาะสมของราคาได้ภายในกำหนดเวลา เจ้าพนักงานประเมินอาจใช้วิธีการที่กฎหมายกำหนดในการปรับปรุงรายได้หรือรายจ่ายให้เป็นไปตามราคาตลาด ซึ่งอาจนำไปสู่การประเมินภาษีเพิ่มเติม พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร การเตรียมเอกสารสนับสนุนล่วงหน้าจึงมีนัยสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงด้านนี้
ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรช่วยบริหารความเสี่ยงด้านการกำหนดราคาโอนได้อย่างไร?
ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากรสามารถช่วยวิเคราะห์โครงสร้างธุรกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างกิจการ ประเมินความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบ วางนโยบายการกำหนดราคาโอนที่สอดคล้องกับหลักราคาอิสระ (Arm's Length Principle) จัดเตรียมเอกสารสนับสนุนในเชิงปฏิบัติ และสนับสนุนการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมินหากมีหนังสือแจ้งขอเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการที่ปรึกษาภาษีอากรประจำองค์กร
ประเมินโครงสร้างราคาโอนของกลุ่ม
การจัดทำเอกสารราคาโอนและการประเมินความเสี่ยงให้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มก่อนการตรวจสอบ — หารือเบื้องต้นเพื่อกำหนดขอบเขตงาน
081-654-5922