บริษัท เอกสยาม แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด · ที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากร · กรุงเทพมหานคร ไทย · EN · 中文
Tax Assessment Appeal

อุทธรณ์ การประเมินภาษีอากร

บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร — ครอบคลุมการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การรักษาสิทธิภายในกำหนดเวลา การประเมินหน้าที่ชำระภาษีระหว่างอุทธรณ์ และการเตรียมพยานหลักฐานที่ตรงประเด็น

I.

สิทธิการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากร

เมื่อเจ้าพนักงานประเมินออกหนังสือแจ้งการประเมิน เช่น การประเมินตามมาตรา 18 มาตรา 18 ทวิ หรือมาตรา 20 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ได้รับแจ้งที่ไม่เห็นด้วยมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามกระบวนการในมาตรา 28 ถึงมาตรา 34 คำอุทธรณ์ต้องทำตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด ระบุประเด็นที่ไม่เห็นด้วยทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และแนบพยานเอกสารที่ใช้พิสูจน์ ส่วนการประเมินเรื่องการกำหนดราคาโอนต้องดูฐานกฎหมายที่หนังสือแจ้งการประเมินอ้าง เพราะมีบทบัญญัติและกฎหมายลำดับรองเฉพาะเรื่อง

II.

กำหนดเวลาและช่องทางอุทธรณ์ตามกรณี

การประเมินโดยเจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นกรณีส่วนใหญ่ ต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ตามมาตรา 30 ส่วนการประเมินที่อำเภอมีหน้าที่ประเมิน มาตรา 29 กำหนด 15 วัน การนับวันไม่นับวันที่ได้รับแจ้งเป็นวันแรก และถ้าวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทำการ ให้นับวันเริ่มทำการใหม่เป็นวันสุดท้าย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/3 วรรคสอง และมาตรา 193/8)

ผู้ที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ต้องยื่นคำร้องขอขยายกำหนดเวลาอุทธรณ์ต่ออธิบดีตามมาตรา 3 อัฏฐ โดยแสดงข้อเท็จจริงว่าไม่ได้อยู่ในประเทศไทยหรือมีเหตุจำเป็นจนยื่นไม่ทัน พร้อมแนบคำอุทธรณ์ อธิบดีพิจารณาเป็นรายกรณี การขอขยายเวลาจึงไม่ใช่สิทธิที่ได้แน่นอน และไม่ควรใช้แทนการยื่นภายในกำหนด นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 21 หรือมาตรา 25 ตั้งแต่ต้น

III.

ผลของการอุทธรณ์ต่อหน้าที่เสียภาษีอากร

หลักการตามมาตรา 31 แห่งประมวลรัษฎากร: การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร หมายความว่า การยื่นคำอุทธรณ์ไม่ได้ระงับหน้าที่ชำระภาษีที่ถูกประเมินตามกำหนด หากผู้อุทธรณ์ไม่ชำระภาษีอากรภายในกำหนดที่กฎหมายวางไว้ อาจมีผลเป็นภาษีอากรค้าง และเงินเพิ่มยังคงคำนวณต่อไปจนถึงวันชำระ
  • หน้าที่ชำระภาษีระหว่างอุทธรณ์. ยังคงมีอยู่ตามที่กฎหมายกำหนด — การอุทธรณ์ไม่ระงับหน้าที่นี้ · ต้องพิจารณาแนวทางการบริหารภาษีระหว่างอุทธรณ์อย่างรอบคอบ
  • ผลหากไม่ชำระในกำหนด. อาจมีผลเป็นภาษีอากรค้าง และเงินเพิ่มสะสม · ต้องคำนวณความเสี่ยงทางการเงินควบคู่กับแนวทางการอุทธรณ์
  • กรณีได้รับอนุมัติจากอธิบดี. กฎหมายเปิดช่องทางที่ผู้อุทธรณ์อาจได้รับอนุมัติให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษา · ไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ — ต้องพิจารณาเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด
IV.

เมื่อได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว

มาตรา 32 ถึงมาตรา 34 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดการไต่สวน การเรียกผู้อุทธรณ์มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสาร และการแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์ต้องปฏิบัติตามหมายเรียกของคณะกรรมการ เพราะมาตรา 33 ตัดสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลของผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เมื่อได้รับคำวินิจฉัยแล้วยังไม่เห็นด้วย ต้องฟ้องต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย ตามมาตรา 30 (2)

V.

กำกับดูแลโดยที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากร

การให้คำปรึกษาและดำเนินการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรทุกกรณีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของ เอกสยาม ชัยศร — ที่ปรึกษากฎหมาย (Legal Consultant) แนวทางของสำนักงานคือการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายภายใต้กรอบประมวลรัษฎากรอย่างรอบคอบ ก่อนสรุปแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละกรณี

VI.

ขอบเขตบริการและเอกสารที่ควรเตรียม

  • เหมาะกับ. ผู้ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร และไม่เห็นด้วยกับการประเมินทั้งหมดหรือบางส่วน
  • สำนักงานทำอะไร. ตรวจหนังสือแจ้งการประเมินและวันที่ได้รับ ตรวจว่ามีเหตุห้ามอุทธรณ์หรือไม่ แยกประเด็นที่โต้แย้งได้ออกจากประเด็นที่มีความเสี่ยง จัดทำคำอุทธรณ์ตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนดพร้อมบัญชีพยานเอกสาร และให้ความเห็นเรื่องการชำระภาษีหรือการขอรอคำวินิจฉัยตามมาตรา 31
  • ท่านได้รับ. คำอุทธรณ์ที่พร้อมยื่นภายในกำหนด สรุปประเด็นและความเสี่ยงของแต่ละประเด็น และการเตรียมถ้อยคำกับเอกสารเมื่อคณะกรรมการออกหมายเรียกตามมาตรา 32
  • ขอบเขตสิ้นสุด. เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัย และสำนักงานแจ้งผลพร้อมทางเลือกต่อไป การฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางเป็นขั้นตอนแยก ขอบเขตและค่าบริการของขั้นนั้นตกลงแยก เว้นแต่สัญญาที่ปรึกษารายเดือนกำหนดไว้ต่างจากนี้
  • เอกสารที่ควรเตรียม. หนังสือแจ้งการประเมินพร้อมซองหรือหลักฐานวันที่ได้รับ · หมายเรียกและหนังสือที่โต้ตอบกับเจ้าพนักงานในชั้นตรวจสอบ · แบบภาษีและงบการเงินของรอบที่ถูกประเมิน · สัญญา ใบกำกับภาษี และเอกสารธุรกรรมที่เป็นประเด็น
  • ค่าบริการพิจารณาจาก. ประเภทภาษีและจำนวนรอบที่ถูกประเมิน จำนวนประเด็น ปริมาณเอกสาร และความซับซ้อนของประเด็น สำนักงานแจ้งขอบเขตงานและค่าบริการก่อนเริ่มงาน
VII.

คำถาม ที่พบบ่อย

Frequently asked questions
การอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรต้องทำภายในกี่วัน?

การประเมินภาษีอากรที่อำเภอไม่มีหน้าที่ประเมิน มาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ส่วนการประเมินที่อำเภอมีหน้าที่ประเมิน มาตรา 29 กำหนดสิบห้าวัน การนับไม่นับวันที่ได้รับแจ้งเป็นวันแรก และถ้าวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทำการ ให้นับวันเริ่มทำการใหม่เป็นวันสุดท้าย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/3 วรรคสอง และมาตรา 193/8) อธิบดีอาจขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 3 อัฏฐ เฉพาะเมื่อผู้อุทธรณ์มิได้อยู่ในประเทศไทยหรือมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ และในกรณีที่มาตรา 21 หรือมาตรา 25 ห้ามอุทธรณ์ ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ตั้งแต่ต้น

การอุทธรณ์ทำให้ยังไม่ต้องชำระภาษีที่ถูกประเมินหรือไม่?

ตามมาตรา 31 แห่งประมวลรัษฎากร การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร หมายความว่า หน้าที่ชำระภาษียังคงมีอยู่ตามที่กฎหมายกำหนด การไม่ชำระภาษีภายในกำหนดอาจมีผลเป็นภาษีอากรค้าง และเงินเพิ่มยังคงคำนวณต่อไปจนถึงวันชำระ อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องทางในบางกรณีที่ผู้อุทธรณ์อาจได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาได้ ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด และไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ สามารถดำเนินการต่ออย่างไรได้บ้าง?

เมื่อได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์และยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย ผู้อุทธรณ์อาจมีสิทธิดำเนินการต่อในชั้นศาลตามบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้น โดยต้องพิจารณากำหนดเวลาและเงื่อนไขตามกฎหมายอย่างรอบคอบ การดำเนินคดีในศาลภาษีอากรกลางเป็นกระบวนการแยกต่างหากที่ต้องวิเคราะห์แนวทางและข้อกฎหมายอีกครั้ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การดำเนินคดีภาษีอากรภายหลังคำวินิจฉัยอุทธรณ์

กรณีใดที่กฎหมายห้ามอุทธรณ์การประเมิน?

ประมวลรัษฎากรห้ามอุทธรณ์การประเมินไว้โดยตรงสองกรณี กรณีแรกตามมาตรา 21 เมื่อผู้ต้องเสียภาษีอากรไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 19 หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรณีที่สองตามมาตรา 25 ซึ่งใช้หลักเดียวกันกับหมายหรือคำสั่งตามมาตรา 23 ในกรณีไม่ยื่นรายการ มาตรา 30 (1) จึงเปิดสิทธิอุทธรณ์ “เว้นแต่ในกรณีห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 21 หรือมาตรา 25” และมาตรา 29 (2) มีข้อยกเว้นเดียวกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 21 แม้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์รับพิจารณาให้ก็ไม่มีผล และผู้เสียภาษีไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2642/2543) ข้อห้ามนี้ใช้เฉพาะเมื่อการไม่ปฏิบัติตามหมายไม่มีเหตุผลอันสมควร ในชั้นศาล มาตรา 33 ตัดสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ที่ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 32 หรือไม่ยอมตอบคำถาม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

เริ่มต้นที่นี่

นัดหมายตรวจหนังสือแจ้งการประเมินภาษี

ส่งหนังสือแจ้งการประเมินพร้อมวันที่ได้รับ สำนักงานจะแจ้งกำหนดเวลาที่เหลือ เอกสารที่ต้องใช้เพิ่ม และขอบเขตงานกับค่าบริการก่อนเริ่มงาน

081-654-5922