เมื่อได้รับแจ้งการประเมินภาษีอากร ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินตามประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม กำหนดเวลาอุทธรณ์แตกต่างกันตามกรณีและบทบัญญัติที่ใช้ และการอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากรโดยอัตโนมัติ หน้านี้มุ่งให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการวิเคราะห์ทางกฎหมายอย่างเป็นระบบนับแต่ระยะเริ่มต้น
เมื่อเจ้าพนักงานประเมินออกหนังสือแจ้งการประเมินตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินดังกล่าวได้ตามรูปแบบและกระบวนการที่มาตรา 28 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนด กรณีทั่วไปอาจเกี่ยวข้องกับมาตรา 18 มาตรา 18 ทวิ และมาตรา 20 แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนกรณีการกำหนดราคาโอนอยู่ภายใต้บทบัญญัติและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องพิจารณาตามหนังสือแจ้งการประเมินและฐานกฎหมายที่ถูกอ้างถึงเป็นรายกรณี
ประมวลรัษฎากรวางช่องทางการอุทธรณ์ไว้ในมาตรา 29 และมาตรา 30 ซึ่งมีลักษณะและกำหนดเวลาที่แตกต่างกันตามกรณี จึงไม่อาจสรุปเป็นการทั่วไปได้ว่าทุกกรณีใช้กำหนดเวลาหรือช่องทางเดียวกัน ต้องพิจารณาตามลักษณะการประเมินและบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้นเป็นสำคัญ
| ประเด็น | สถานะตามกฎหมาย | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| หน้าที่ชำระภาษีระหว่างอุทธรณ์ | ยังคงมีอยู่ตามที่กฎหมายกำหนด — การอุทธรณ์ไม่ระงับหน้าที่นี้ | ต้องพิจารณาแนวทางการบริหารภาษีระหว่างอุทธรณ์อย่างรอบคอบ |
| ผลหากไม่ชำระในกำหนด | อาจมีผลเป็นภาษีอากรค้าง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มสะสม | ต้องคำนวณความเสี่ยงทางการเงินควบคู่กับแนวทางการอุทธรณ์ |
| กรณีได้รับอนุมัติจากอธิบดี | กฎหมายเปิดช่องทางที่ผู้อุทธรณ์อาจได้รับอนุมัติให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษา | ไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ — ต้องพิจารณาเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด |
บทบัญญัติมาตรา 32 ถึงมาตรา 34 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดกระบวนการวินิจฉัยอุทธรณ์ การเรียกไต่สวน และการส่งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แก่ผู้อุทธรณ์ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยแล้ว หากผู้อุทธรณ์ยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย อาจต้องพิจารณาดำเนินการต่อในชั้นศาลตามบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้น