บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการ
อุทธรณ์การประเมินภาษีอากร

เมื่อได้รับแจ้งการประเมินภาษีอากร ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินตามประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม กำหนดเวลาอุทธรณ์แตกต่างกันตามกรณีและบทบัญญัติที่ใช้ และการอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากรโดยอัตโนมัติ หน้านี้มุ่งให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการวิเคราะห์ทางกฎหมายอย่างเป็นระบบนับแต่ระยะเริ่มต้น

นัดหมายเพื่อวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ดูบริการด้านคดีภาษีทั้งหมด
หน้านี้เกี่ยวกับอะไร — ขอบเขตของบริการ
หน้านี้ครอบคลุมเฉพาะบริการ อุทธรณ์การประเมินภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร อันได้แก่กระบวนการโต้แย้งหนังสือแจ้งการประเมินผ่านช่องทางที่กฎหมายกำหนด ซึ่งแตกต่างจากการอุทธรณ์คำพิพากษาในชั้นศาล หากท่านอยู่ในขั้นตอนหลังมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว โปรดดู การดำเนินคดีภาษีอากรภายหลังคำวินิจฉัยอุทธรณ์

สิทธิการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากร

เมื่อเจ้าพนักงานประเมินออกหนังสือแจ้งการประเมินตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ผู้เสียภาษีอาจมีสิทธิอุทธรณ์การประเมินดังกล่าวได้ตามรูปแบบและกระบวนการที่มาตรา 28 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนด กรณีทั่วไปอาจเกี่ยวข้องกับมาตรา 18 มาตรา 18 ทวิ และมาตรา 20 แห่งประมวลรัษฎากร ส่วนกรณีการกำหนดราคาโอนอยู่ภายใต้บทบัญญัติและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องพิจารณาตามหนังสือแจ้งการประเมินและฐานกฎหมายที่ถูกอ้างถึงเป็นรายกรณี

📋
การประเมินตามบทบัญญัติทั่วไป
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
กรณีการประเมินตามมาตรา 18 มาตรา 18 ทวิ และมาตรา 20 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเกี่ยวกับการแจ้งการประเมิน การประเมินก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการ และการแก้ไขจำนวนเงินที่ประเมิน
🔍
การประเมินจากการตรวจสอบภาษีอากร
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
กรณีการตรวจสอบและประเมินภาษีภายหลังการออกหมายเรียกหรือการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยเกี่ยวข้องกับมาตรา 19 ถึงมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
💹
การประเมินในกรณีการกำหนดราคาโอน
บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายปัจจุบันเกี่ยวกับการกำหนดราคาโอนอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 47) และกฎหมายลำดับรอง โดยมีมาตรา 35 ตรี มาตรา 71 ทวิ และมาตรา 71 ตรี เป็นบทบัญญัติสำคัญ ทั้งนี้ การวินิจฉัยในแต่ละกรณียังต้องพิจารณาหนังสือแจ้งการประเมินและฐานกฎหมายที่ถูกอ้างถึงเป็นรายกรณี

กำหนดเวลาและช่องทางอุทธรณ์ตามกรณี

ประมวลรัษฎากรวางช่องทางการอุทธรณ์ไว้ในมาตรา 29 และมาตรา 30 ซึ่งมีลักษณะและกำหนดเวลาที่แตกต่างกันตามกรณี จึงไม่อาจสรุปเป็นการทั่วไปได้ว่าทุกกรณีใช้กำหนดเวลาหรือช่องทางเดียวกัน ต้องพิจารณาตามลักษณะการประเมินและบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้นเป็นสำคัญ

มาตรา 29 แห่งประมวลรัษฎากร
ช่องทางที่หนึ่ง
อุทธรณ์ตามช่องทางที่กฎหมายกำหนดสำหรับกรณีนี้
กำหนดเวลาและวิธีการยื่นอุทธรณ์เป็นไปตามที่บทบัญญัตินั้นกำหนดไว้โดยเฉพาะ ไม่อาจนำกำหนดเวลาของช่องทางอื่นมาใช้แทนได้
กำหนดเวลาและช่องทางขึ้นอยู่กับลักษณะกรณีตามที่กฎหมายกำหนด
มาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร
ช่องทางที่สอง
อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
การยื่นต้องเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด บทบัญญัติมาตรา 32 ถึงมาตรา 34 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดกระบวนการวินิจฉัย การเรียกไต่สวน และการส่งคำวินิจฉัยให้ผู้อุทธรณ์ทราบ
ต้องพิจารณากำหนดเวลาตามบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้นโดยเฉพาะ
มาตรา 28 แห่งประมวลรัษฎากร
รูปแบบการอุทธรณ์
แบบและวิธีการยื่นอุทธรณ์ตามที่อธิบดีกำหนด
คำอุทธรณ์ต้องเป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด พร้อมแนบพยานหลักฐาน ข้อโต้แย้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่อ้างอิง ความสมบูรณ์ของคำอุทธรณ์มีนัยสำคัญต่อกระบวนการวินิจฉัย
การเตรียมคำอุทธรณ์ที่ดีต้องมีทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ชัดเจน
!
ข้อสำคัญ
ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
เนื่องจากกำหนดเวลาและช่องทางขึ้นอยู่กับบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้น การวิเคราะห์จึงต้องเริ่มจากหนังสือแจ้งการประเมินและบทบัญญัติที่อ้างอิง ก่อนสรุปแนวทางดำเนินการ

ผลของการอุทธรณ์ต่อหน้าที่เสียภาษีอากร

หลักการตามมาตรา 31 แห่งประมวลรัษฎากร
การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร หมายความว่า การยื่นคำอุทธรณ์ไม่ได้ระงับหน้าที่ชำระภาษีที่ถูกประเมินตามกำหนด หากผู้อุทธรณ์ไม่ชำระภาษีอากรภายในกำหนดที่กฎหมายวางไว้ อาจมีผลเป็นภาษีอากรค้างและมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มสะสมต่อไป
ประเด็น สถานะตามกฎหมาย ข้อควรระวัง
หน้าที่ชำระภาษีระหว่างอุทธรณ์ ยังคงมีอยู่ตามที่กฎหมายกำหนด — การอุทธรณ์ไม่ระงับหน้าที่นี้ ต้องพิจารณาแนวทางการบริหารภาษีระหว่างอุทธรณ์อย่างรอบคอบ
ผลหากไม่ชำระในกำหนด อาจมีผลเป็นภาษีอากรค้าง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มสะสม ต้องคำนวณความเสี่ยงทางการเงินควบคู่กับแนวทางการอุทธรณ์
กรณีได้รับอนุมัติจากอธิบดี กฎหมายเปิดช่องทางที่ผู้อุทธรณ์อาจได้รับอนุมัติให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษา ไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ — ต้องพิจารณาเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด

เมื่อได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว

บทบัญญัติมาตรา 32 ถึงมาตรา 34 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดกระบวนการวินิจฉัยอุทธรณ์ การเรียกไต่สวน และการส่งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แก่ผู้อุทธรณ์ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยแล้ว หากผู้อุทธรณ์ยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย อาจต้องพิจารณาดำเนินการต่อในชั้นศาลตามบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้น

กำกับดูแลโดยที่ปรึกษากฎหมายภาษีอากร

Legal Consultant · Eksiam Tax & Legal Consultancy
เอกสยาม ชัยศร
เอกสยาม ชัยศร — ที่ปรึกษากฎหมาย (Legal Consultant)
การให้คำปรึกษาและดำเนินการอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรทุกกรณีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรง โดยแนวทางของสำนักงานคือการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายภายใต้กรอบประมวลรัษฎากรอย่างรอบคอบ ก่อนสรุปแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละกรณี

FAQ · อุทธรณ์การประเมินภาษีอากร

การอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรต้องทำภายในกี่วัน? +
กำหนดเวลาอุทธรณ์แตกต่างกันตามกรณีและบทบัญญัติที่ประมวลรัษฎากรกำหนด มาตรา 29 และมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร วางช่องทางและกำหนดเวลาที่อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะการประเมินและบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้น จึงไม่อาจสรุปได้ว่าทุกกรณีใช้กำหนดเวลาเดียวกัน ควรได้รับการวิเคราะห์เป็นรายกรณีตั้งแต่ระยะแรกหลังได้รับแจ้งการประเมิน เพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน
การอุทธรณ์ทำให้ยังไม่ต้องชำระภาษีที่ถูกประเมินหรือไม่? +
ตามมาตรา 31 แห่งประมวลรัษฎากร การอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการเสียภาษีอากร หมายความว่า หน้าที่ชำระภาษียังคงมีอยู่ตามที่กฎหมายกำหนด การไม่ชำระภาษีภายในกำหนดอาจมีผลเป็นภาษีอากรค้างและมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มสะสม อย่างไรก็ตาม กฎหมายเปิดช่องทางในบางกรณีที่ผู้อุทธรณ์อาจได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาได้ ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด และไม่ใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ สามารถดำเนินการต่ออย่างไรได้บ้าง? +
เมื่อได้รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์และยังมีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย ผู้อุทธรณ์อาจมีสิทธิดำเนินการต่อในชั้นศาลตามบทบัญญัติที่ใช้กับกรณีนั้น โดยต้องพิจารณากำหนดเวลาและเงื่อนไขตามกฎหมายอย่างรอบคอบ การดำเนินคดีในศาลภาษีอากรกลางเป็นกระบวนการแยกต่างหากที่ต้องวิเคราะห์แนวทางและข้อกฎหมายอีกครั้ง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การดำเนินคดีภาษีอากรภายหลังคำวินิจฉัยอุทธรณ์
กรณีใดที่กฎหมายห้ามอุทธรณ์การประเมิน? +
ประมวลรัษฎากรกำหนดเงื่อนไขและข้อจำกัดบางประการที่อาจส่งผลต่อสิทธิในการอุทธรณ์ เช่น การพ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด การที่กรณีดังกล่าวไม่อยู่ภายใต้บทบัญญัติที่เปิดสิทธิอุทธรณ์ หรือสถานการณ์อื่นที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษ ซึ่งต้องวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงและบทบัญญัติที่ใช้กับแต่ละกรณีก่อน ไม่อาจสรุปเป็นการทั่วไปได้
แนวทางกฎหมายและการตัดสินใจ
การวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้กำหนดแนวทางดำเนินการได้อย่างเหมาะสมและรักษาสิทธิตามกฎหมายได้ครบถ้วน