บริการประเมินผลกระทบและเตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อาจเข้าข่ายพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ครอบคลุมการคัดกรองขอบเขตกลุ่ม การประเมินผลกระทบเบื้องต้น และการสนับสนุนการจัดระบบข้อมูลและการกำกับดูแล
ประเทศไทยมีพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 แล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เข้าเกณฑ์ที่กำหนดต้องชำระภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax / Pillar 2) ในกรณีที่อัตราภาษีที่แท้จริงในประเทศใดประเทศหนึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้กฎหมายมีผลบังคับใช้กับรอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2568
กฎหมายนี้เกี่ยวข้องเฉพาะกับกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่ที่เข้าเกณฑ์รายได้ ไม่ใช่ผู้เสียภาษีทุกประเภท และมีประกาศกระทรวงการคลังรวมถึงกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องซึ่งกรมสรรพากรเผยแพร่ประกอบด้วย
กลุ่มบริษัทที่มีลักษณะต่อไปนี้ควรเริ่มประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าตนเองอยู่ในขอบเขตของพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่มหรือไม่ และมีผลกระทบในระดับใด
ก่อนจะทราบว่าผลกระทบต่อกลุ่มบริษัทมีระดับใด ต้องตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลในสี่ส่วนหลักนี้เป็นลำดับแรก
การเข้าข่ายภาษีส่วนเพิ่มมีผลกระทบหลายมิติต่อกลุ่มบริษัท ทั้งในเชิงภาระภาษี การรายงาน และระบบการจัดการภายใน
การปฏิบัติตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่มไม่ใช่เพียงการชำระภาษีเพิ่มเติม แต่ยังต้องการระบบข้อมูลและกระบวนการภายในที่รองรับการรวบรวม จัดระบบ และรายงานข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
บริการของสำนักงานในด้านนี้มุ่งเน้นการช่วยให้กลุ่มบริษัทเข้าใจสถานะของตนเองและเตรียมพร้อมได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การนำเสนอเทคนิคการหลีกเลี่ยงภาษี
ข้อมูลที่ใช้ในการกำหนดราคาโอนของกลุ่ม เช่น การจัดสรรกำไรและการวิเคราะห์ธุรกรรมระหว่างกิจการที่เกี่ยวข้องกัน อาจมีความเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลที่ใช้ประเมินผลกระทบภาษีส่วนเพิ่ม การวางระบบข้อมูลราคาโอนที่ดีจึงอาจเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมพร้อมด้านภาษีส่วนเพิ่มด้วย