ปรับปรุงล่าสุด
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนที่ชำระแล้วไม่เกินห้าล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกินสามสิบล้านบาทในรอบระยะเวลาบัญชี เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราขั้นบันได คือกำไรสุทธิสามแสนบาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินสามแสนบาทถึงสามล้านบาทเสียร้อยละ 15 และส่วนที่เกินสามล้านบาทเสียร้อยละ 20 ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 มาตรา 6 และมาตรา 71 นิติบุคคลที่ไม่เข้าเงื่อนไขนี้เสียร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิทั้งจำนวน
สาระสำคัญของคู่มือนี้
- SME ทางภาษีวัดจากสองเงื่อนไขพร้อมกัน คือทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินห้าล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินสามสิบล้านบาท ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) มาตรา 6
- กำไรสุทธิสามแสนบาทแรกได้รับยกเว้น ตามมาตรา 7 (2) ส่วนที่เกินสามแสนบาทถึงสามล้านบาทเสียร้อยละ 15 และส่วนที่เกินสามล้านบาทเสียร้อยละ 20 ตามมาตรา 6 (3) (ข)
- ฐานภาษีคือกำไรสุทธิตามเกณฑ์สิทธิ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และรายจ่ายที่มาตรา 65 ตรี ห้ามไว้ต้องบวกกลับ เช่น รายจ่ายส่วนตัว และรายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้
- ภ.ง.ด.51 ยื่นภายในสองเดือนนับแต่วันครบหกเดือนแรกของรอบบัญชี ตามมาตรา 67 ทวิ ถ้าประมาณการกำไรขาดเกินร้อยละ 25 โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี
- ภ.ง.ด.50 ยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี พร้อมงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองแล้ว ตามมาตรา 68 และมาตรา 69
- ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ตามมาตรา 85/1 ประกอบพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) มาตรา 4 และยื่น ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามมาตรา 83
- ไม่ยื่นแบบหรือไม่ทำบัญชี เจ้าพนักงานประเมินประเมินได้ร้อยละ 5 ของยอดรายรับหรือยอดขาย ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ตามมาตรา 71 (1)
สารบัญ
เงื่อนไขทุนและรายได้ของ SME ทางภาษี
พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) พ.ศ. 2554 มาตรา 6 ให้อัตราภาษีลดหย่อนเฉพาะบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินห้าล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกินสามสิบล้านบาท ต้องเข้าทั้งสองเงื่อนไขพร้อมกัน ขาดข้อใดข้อหนึ่งจะเสียอัตราร้อยละ 20 ทั้งจำนวน1
เงื่อนไขทุนดูที่ทุนที่ชำระแล้ว ไม่ใช่ทุนจดทะเบียน และดู ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทที่จดทุนสิบล้านบาทแต่เรียกชำระแล้วเพียงห้าล้านบาทจึงยังเข้าเงื่อนไข ส่วนบริษัทที่เพิ่มทุนชำระแล้วเกินห้าล้านบาทก่อนสิ้นรอบบัญชี จะไม่เข้าเงื่อนไขสำหรับรอบบัญชีนั้น แม้การเพิ่มทุนจะเกิดในเดือนสุดท้าย
เงื่อนไขรายได้นับเฉพาะรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ มาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกันนิยามคำว่า ขาย สินค้า และบริการไว้ รายได้อื่น เช่น ดอกเบี้ยรับหรือกำไรจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ได้มีไว้เพื่อขาย จึงต้องแยกพิจารณาตามนิยามนั้น มาตรา 8 ยังกำหนดว่าผู้ได้รับสิทธิต้องไม่มีทุนหรือรายได้เกินเกณฑ์ในรอบระยะเวลาบัญชีใด2 ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสองเงื่อนไขนี้ทุกรอบบัญชีก่อนคำนวณภาษี
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของ SME
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2560 SME ที่เข้าเงื่อนไขได้รับยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิสามแสนบาทแรกตามมาตรา 7 (2) ของพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) ส่วนที่เกินสามแสนบาทถึงสามล้านบาทเสียร้อยละ 15 และส่วนที่เกินสามล้านบาทเสียร้อยละ 20 ตามมาตรา 6 (3) (ข) นิติบุคคลทั่วไปเสียร้อยละ 20 ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 313
| กำไรสุทธิ (บาท) | SME ที่เข้าเงื่อนไข | นิติบุคคลทั่วไป |
|---|---|---|
| 0 ถึง 300,000 | ยกเว้น | ร้อยละ 20 |
| 300,001 ถึง 3,000,000 | ร้อยละ 15 | ร้อยละ 20 |
| เกิน 3,000,000 | ร้อยละ 20 | ร้อยละ 20 |
อัตราขั้นบันไดคิดเฉพาะส่วนของกำไร ไม่ได้ใช้อัตราเดียวกับกำไรทั้งก้อน ตัวอย่างเช่น SME ที่มีกำไรสุทธิ 1,000,000 บาท เสียภาษีจากส่วนที่เกินสามแสนบาท คือ 700,000 บาท ในอัตราร้อยละ 15 เป็นเงิน 105,000 บาท ถ้าบริษัทเดียวกันไม่เข้าเงื่อนไขทุนหรือรายได้ ภาษีจะเป็นร้อยละ 20 ของ 1,000,000 บาท คือ 200,000 บาท ส่วนต่างเกือบเท่าตัวนี้เป็นเหตุที่ควรวางแผนการเพิ่มทุนล่วงหน้า และติดตามรายได้ระหว่างรอบบัญชี ซึ่งต้องรับรู้ตามเกณฑ์สิทธิในมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร
ฐานภาษีและรายจ่ายต้องห้าม
มาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้เงินได้ที่ต้องเสียภาษีคือกำไรสุทธิ ซึ่งคำนวณจากรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีหักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี โดยใช้เกณฑ์สิทธิ รายได้ที่เกิดขึ้นแล้วแม้ยังไม่ได้รับชำระต้องนำมารวม และรายการที่มาตรา 65 ตรี ระบุไว้ห้ามถือเป็นรายจ่าย4
รายจ่ายต้องห้ามที่พบบ่อยในกิจการขนาดเล็ก ได้แก่ รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวตามมาตรา 65 ตรี (3) รายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงหรือควรลงในรอบบัญชีอื่นตาม (9) รายจ่ายซึ่งมิใช่เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะตาม (13) และรายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับตาม (18)5 รายจ่ายกลุ่มสุดท้ายคือต้นเหตุของการถูกบวกกลับเมื่อจ่ายเป็นเงินสดโดยไม่มีหลักฐานผู้รับ
ผลขาดทุนสุทธิยกมาหักได้ไม่เกินห้าปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน ตามมาตรา 65 ตรี (12) รายละเอียดของรายจ่ายแต่ละประเภทอยู่ในคู่มือรายจ่ายที่หักได้และรายจ่ายต้องห้าม
การยื่นภาษีครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.51
มาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการพร้อมชำระภาษีภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบหกเดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยคำนวณจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี ภาษีที่ชำระนี้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษีตามมาตรา 68 ส่วนรอบบัญชีแรกหรือรอบสุดท้ายที่สั้นกว่าสิบสองเดือนไม่ต้องยื่น6
ความเสี่ยงอยู่ที่การประมาณการต่ำเกินไป มาตรา 67 ตรี กำหนดว่าถ้าไม่ยื่น หรือแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของภาษีตามที่ตัวบทระบุ7 SME ที่รายได้ผันผวนควรเก็บเอกสารที่ใช้ประมาณการ ณ เวลายื่นไว้เป็นหลักฐานว่ามีเหตุอันสมควร วิธีคำนวณและกรณีตัวอย่างอยู่ในคู่มือการประมาณการภาษีครึ่งปี
การยื่นภาษีประจำปีตามแบบ ภ.ง.ด.50
มาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นรายการพร้อมชำระภาษีภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และต้องแนบบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีตามมาตรา 3 สัตต ตรวจสอบและรับรองแล้ว รอบบัญชีที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม จึงครบกำหนดปลายเดือนพฤษภาคมของปีถัดไป8
งบการเงินที่ยังไม่ได้รับรองจึงเป็นเหตุให้ยื่นแบบไม่ครบตามมาตรา 69 SME ควรนัดผู้สอบบัญชีให้เสร็จก่อนครบ 150 วันพอสมควร ส่วนกำหนดยื่นแบบภาษีรายเดือนอื่น เช่น ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม ดูรวมได้ที่ปฏิทินภาษี
การจดทะเบียนและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้ประกอบการที่มีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปีได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81/1 ประกอบพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) มาตรา 4 เมื่อเกินเกณฑ์ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เกินตามมาตรา 85/1 (1) และหลังจดทะเบียนต้องยื่นแบบรายเดือนภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไปตามมาตรา 83910
สำหรับนิติบุคคล คำว่า ปี ในเกณฑ์หนึ่งล้านแปดแสนบาทนับตามรอบระยะเวลาบัญชี และถ้าเพิ่งเริ่มประกอบกิจการให้นับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกัน มาตรา 5 (2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่นแบบทุกเดือน แม้เดือนนั้นจะไม่มีการขายสินค้าหรือให้บริการเลย ตามถ้อยคำของมาตรา 83 วรรคหนึ่ง ขั้นตอนการจดทะเบียนอยู่ในคู่มือการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผลของการไม่ยื่นแบบหรือไม่ทำบัญชี
มาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินประเมินภาษีร้อยละ 5 ของยอดรายรับหรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า เมื่อนิติบุคคลไม่ยื่นรายการ ไม่ทำบัญชีหรือทำไม่ครบ หรือไม่นำบัญชีและเอกสารมาให้ไต่สวน ผลคือภาษีคิดจากรายรับทั้งหมด ไม่ใช่จากกำไร11
สำหรับกิจการที่มีอัตรากำไรต่ำ ภาษีร้อยละ 5 ของยอดขายอาจสูงกว่ากำไรทั้งปี ตัวอย่างเช่น ยอดขาย 20 ล้านบาทที่มีกำไรสุทธิเพียง 500,000 บาท ถ้าถูกประเมินตามมาตรา 71 (1) ภาษีจะเท่ากับ 1,000,000 บาท ขณะที่ภาษีตามอัตรา SME ของกำไรจริงเท่ากับ 30,000 บาท การประเมินตามมาตรานี้อุทธรณ์ได้ตามวรรคท้ายของมาตรา 71 เงินเพิ่มและเบี้ยปรับที่เกี่ยวข้องดูได้ที่คู่มือเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากต้องการให้ตรวจโครงสร้างภาษีของกิจการ ดูรายละเอียดบริการวางแผนภาษี
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดสี่ข้อเกี่ยวกับภาษีของ SME คือเกณฑ์ทุนที่ใช้ การนับรายได้สามสิบล้านบาท ความแตกต่างระหว่างเกณฑ์ SME ของภาษีเงินได้กับเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่ม และผลของการประมาณการ ภ.ง.ด.51 ต่ำ คำตอบแต่ละข้ออ้างพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) และประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ตรี
- ทุนห้าล้านบาทหมายถึงทุนจดทะเบียนหรือทุนที่ชำระแล้ว
- ทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 530) มาตรา 6 และมาตรา 7 ทุนจดทะเบียนที่ยังไม่ได้เรียกชำระไม่นับรวม
- รายได้สามสิบล้านบาทนับรวมดอกเบี้ยรับหรือไม่
- ตัวบทใช้ถ้อยคำว่ารายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชี และมาตรา 4 นิยามคำว่า ขาย สินค้า และบริการไว้ รายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการขายสินค้าหรือให้บริการตามนิยามนั้นจึงต้องพิจารณาแยก
- บริษัทรายได้สองล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
- ต้องจดทะเบียน ถ้ารายได้นั้นมาจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และไม่ใช่กิจการที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 81 เพราะมูลค่าของฐานภาษีเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปีตามมาตรา 81/1 ประกอบพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) มาตรา 4 และต้องยื่นคำขอภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีเกินเกณฑ์ ตามมาตรา 85/1 (1) (ก) เกณฑ์นี้แยกจากเกณฑ์ SME ของภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ประมาณการ ภ.ง.ด.51 ต่ำไป มีผลอย่างไร
- ถ้าประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริงโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 20 ตามมาตรา 67 ตรี วรรคหนึ่ง และเงินเพิ่มนี้ถือเป็นค่าภาษี ซึ่งอาจลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดตามวรรคสาม