ปรับปรุงล่าสุด

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแบ่งเป็น ๘ ประเภท หักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๖ และหักลดหย่อนตามมาตรา ๔๗ ส่วนที่เหลือเป็นเงินได้สุทธิ ซึ่งต้องเสียภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดตามมาตรา ๔๘ (๑) ผู้มีเงินได้เกินเกณฑ์ในมาตรา ๕๖ ต้องยื่นรายการภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

สาระสำคัญ

สารบัญ
  1. เงินได้พึงประเมิน ๘ ประเภทตามมาตรา ๔๐
  2. ลำดับการคำนวณภาษีตามมาตรา ๔๘
  3. ค่าลดหย่อนตามมาตรา ๔๗ (๑)
  4. หน้าที่ยื่นรายการตามมาตรา ๕๖
  5. การจัดประเภทเงินได้ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา
  6. กฎหมายเปรียบเทียบ: นิยามเงินได้ของสหรัฐอเมริกา
  7. นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์
  8. คำถามที่พบบ่อย

เงินได้พึงประเมิน ๘ ประเภทตามมาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ นิยามเงินได้พึงประเมินว่าเป็นเงินได้ ๘ ประเภท รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้ การจัดประเภทมีผลโดยตรงต่อวิธีหักค่าใช้จ่าย อัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย และเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำตามมาตรา ๔๘ (๒)1

ประเภทลักษณะเงินได้ตามตัวบท
๔๐ (๑)เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส บำเหน็จ บำนาญ
๔๐ (๒)เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ เช่น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า เบี้ยประชุม
๔๐ (๓)ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น และเงินปีหรือเงินได้ที่มีลักษณะเป็นเงินรายปี
๔๐ (๔)ดอกเบี้ย และเงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นต้น
๔๐ (๕)เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน เป็นต้น
๔๐ (๖)เงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือ วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม และวิชาชีพอื่นที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
๔๐ (๗)เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
๔๐ (๘)เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจาก (๑) ถึง (๗)

ข้อพิจารณาในทางปฏิบัติคือ เงินได้ประเภทเดียวกันในทางธุรกิจอาจเข้าได้หลายอนุมาตรา เช่น ค่าตอบแทนที่ปรึกษาอาจเป็นมาตรา ๔๐ (๒) หรือ (๖) ขึ้นกับว่าผู้รับประกอบวิชาชีพอิสระที่ตัวบทระบุหรือไม่ การจัดประเภทผิดทำให้หักค่าใช้จ่ายผิด ผู้มีเงินได้หลายทางอ่านการวางแผนเพิ่มเติมได้ใน คู่มือภาษีสำหรับผู้มีอาชีพอิสระ ส่วนดอกเบี้ยและเงินปันผลตามมาตรา ๔๐ (๔) อยู่ใน คู่มือภาษีเงินปันผลและดอกเบี้ย

ลำดับการคำนวณภาษีตามมาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ (๑) กำหนดว่าเงินได้พึงประเมินเมื่อหักตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๗ แล้ว เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิ ต้องเสียภาษีในอัตราตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด ลำดับจึงเป็นสามขั้น คือ รวมเงินได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่าย และหักลดหย่อน2

ขั้นแรก รวมเงินได้พึงประเมินทุกประเภทของปีภาษี ขั้นที่สอง หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๖ ขั้นที่สาม หักลดหย่อนตามมาตรา ๔๗ ผลลัพธ์คือเงินได้สุทธิ ซึ่งนำไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าในบัญชีท้ายหมวด อัตราและช่วงเงินได้ในบัญชีมีการลดหรือยกเว้นโดยพระราชกฤษฎีกาเป็นระยะ ผู้มีเงินได้จึงควรตรวจอัตราของปีภาษีนั้นจากกรมสรรพากรก่อนคำนวณ

มาตรา ๔๘ (๒) วางหลักภาษีขั้นต่ำ ผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ ๑๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีตาม (๑) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของยอดเงินได้พึงประเมิน และการนับยอดนี้ไม่รวมเงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๑) ผลคือผู้ที่มีเงินได้จากธุรกิจหรือค่าเช่าจำนวนมากแต่มีเงินได้สุทธิต่ำ ต้องเปรียบเทียบภาษีสองวิธีและเสียจำนวนที่สูงกว่า2

ข้อยกเว้นสำคัญของภาษีขั้นต่ำคือ พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๔๘๐) พ.ศ. ๒๕๕๒ ยกเว้นภาษีเงินได้ที่คำนวณตามมาตรา ๔๘ (๒) ในกรณีที่คำนวณได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาทในปีภาษีนั้น ผู้มีเงินได้กรณีนี้จึงเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าในมาตรา ๔๘ (๑) ข้อยกเว้นนี้ใช้กับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒2

เงินได้จากต่างประเทศของผู้อยู่ในประเทศไทยต้องพิจารณามาตรา ๔๑ ประกอบ รายละเอียดอยู่ใน บทความภาษีเงินได้จากต่างประเทศ

ค่าลดหย่อนตามมาตรา ๔๗ (๑)

มาตรา ๔๗ (๑) ให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ ๖๐,๐๐๐ บาท สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ๖๐,๐๐๐ บาท และบุตรชอบด้วยกฎหมายคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ส่วนบุตรชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่คนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. ๒๕๖๑ หักเพิ่มได้อีกคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท3

การนับลำดับบุตรให้นับบุตรทุกคนไม่ว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ บุตรบุญธรรมหักได้คนละ ๓๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อรวมกันต้องไม่เกินสามคน และถ้ามีทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม ให้นำบุตรชอบด้วยกฎหมายมาหักก่อน แล้วจึงนำบุตรบุญธรรมมาหัก เว้นแต่ผู้มีเงินได้มีบุตรชอบด้วยกฎหมายที่มีชีวิตอยู่รวมตั้งแต่สามคนขึ้นไป จะนำบุตรบุญธรรมมาหักไม่ได้3

ค่าลดหย่อนสำหรับสามีหรือภริยาตามมาตรา ๔๗ (๑) (ข) ต้องอ่านคู่กับมาตรา ๔๗ (๒) และ (๓) กรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ มาตรา ๔๗ (๒) ให้หักลดหย่อนตาม (๑) (ก) และ (ข) รวมกันได้ ๑๒๐,๐๐๐ บาท ส่วนกรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย มาตรา ๔๗ (๓) ให้หักลดหย่อนตาม (๑) (ข) และ (ค) ได้เฉพาะสามีหรือภริยาและบุตรที่อยู่ในประเทศไทย3

บุตรที่หักลดหย่อนได้ตามมาตรา ๔๗ (๑) (ค) ต้องเป็นผู้เยาว์ หรือมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีและยังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา หรือเป็นบุตรที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดู และบุตรนั้นต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีตั้งแต่ ๓๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป

มาตรา ๔๗ (๑) ยังมีรายการลดหย่อนอื่น เช่น เบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตาม (ง) และเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตาม (ช) ซึ่งมีเงื่อนไขตามตัวบทและตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพดานและเงื่อนไขของรายการลดหย่อนอาจถูกกำหนดเพิ่มเติมโดยกฎหมายลำดับรองของแต่ละปีภาษี จึงควรตรวจของปีภาษีนั้นก่อนยื่นรายการ และเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้3

หน้าที่ยื่นรายการตามมาตรา ๕๖

มาตรา ๕๖ ให้บุคคลทุกคน เว้นแต่ผู้เยาว์ หรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ยื่นรายการเงินได้พึงประเมินของปีภาษีที่ล่วงมาแล้วภายในเดือนมีนาคมทุกปี เมื่อเงินได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดสี่กรณีตามสถานะการสมรสและประเภทเงินได้4

สถานะเงินได้ที่ใช้วัดต้องยื่นเมื่อเกิน
ไม่มีสามีหรือภริยาเงินได้พึงประเมินทุกประเภท๖๐,๐๐๐ บาท
ไม่มีสามีหรือภริยาเฉพาะมาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดียว๑๒๐,๐๐๐ บาท
มีสามีหรือภริยาเงินได้พึงประเมินทุกประเภท๑๒๐,๐๐๐ บาท
มีสามีหรือภริยาเฉพาะมาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดียว๒๒๐,๐๐๐ บาท

เกณฑ์ในมาตรา ๕๖ เป็นเกณฑ์ของหน้าที่ยื่นรายการ ไม่ใช่เกณฑ์ของภาระภาษี ผู้ที่ยื่นรายการแล้วอาจไม่มีภาษีต้องชำระเพราะเงินได้สุทธิต่ำ หรืออาจได้คืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกิน ผลของการไม่ยื่นรายการเมื่อมีหน้าที่ อธิบายไว้ใน คู่มือเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีอากร

การจัดประเภทเงินได้ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๓๒๐/๒๕๖๐ วางหลักว่าการพิจารณาว่าเงินได้เป็นประเภทใดตามมาตรา ๔๐ ต้องดูทั้งลักษณะของงานที่ทำและค่าใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดเงินได้ เพราะแต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ต่างกัน เงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๘) หักค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๒)5

ข้อเท็จจริงในคดีคือตัวแทนนายหน้าประกันชีวิตยื่นเงินได้ค่านายหน้าเป็นเงินได้จากธุรกิจตามมาตรา ๔๐ (๘) ศาลเห็นว่าการจะถือเป็นเงินได้ตาม (๘) ได้ ต้องเป็นการประกอบธุรกิจที่มีรายจ่ายค่อนข้างสูงและรายจ่ายนั้นเกี่ยวเนื่องกับกิจการ หลักฐานค่าจ้างพนักงานมีเพียงใบสำคัญรับเงินที่ทำขึ้นฝ่ายเดียว ไม่มีหลักฐานการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม ค่ารับรองและค่าเดินทางไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเกี่ยวกับกิจการ และบริษัทผู้จ่ายออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นเงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๒) มาโดยตลอด ศาลจึงวินิจฉัยว่าเป็นเงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๒)5

ในทางปฏิบัติ คดีนี้แสดงว่าชื่อเรียกของสัญญาหรือการที่ผู้มีเงินได้ตั้งสำนักงานเองยังไม่พอ พยานหลักฐานที่ศาลให้น้ำหนักคือรายจ่ายที่แยกออกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ และเอกสารของผู้จ่ายเงิน ผู้มีเงินได้ที่ประสงค์จะใช้การหักค่าใช้จ่ายของเงินได้ประเภทธุรกิจควรเก็บหลักฐานรายจ่ายและการจ้างงานให้ครบตั้งแต่ต้นปีภาษี

กฎหมายเปรียบเทียบ: นิยามเงินได้ของสหรัฐอเมริกา

ประมวลรัษฎากรภายในของสหรัฐอเมริกา มาตรา ๖๑ (a) นิยามเงินได้รวม (gross income) ว่า "all income from whatever source derived" แล้วยกตัวอย่าง ๑๔ รายการที่ไม่ใช่รายการปิด ส่วนมาตรา ๔๐ ของไทยจัดเงินได้เป็น ๘ ประเภท และใช้ (๘) เป็นประเภทรองรับเงินได้ที่ไม่เข้า (๑) ถึง (๗)6

ความต่างในเชิงโครงสร้างคือ กฎหมายสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับคำถามว่าสิ่งที่ได้รับเป็นเงินได้หรือไม่ รายการใน (a) เป็นเพียงตัวอย่าง "including (but not limited to)" ขณะที่กฎหมายไทยต้องตอบต่อว่าเงินได้นั้นเป็นประเภทใด เพราะประเภทกำหนดวิธีหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๖ และเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำตามมาตรา ๔๘ (๒) ข้อพิพาทแบบคดีที่ ๖๓๒๐/๒๕๖๐ จึงเกิดในระบบไทยมากกว่า

นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์

งานทดลองภาคสนามของ Kleven และคณะ (2011) ในเดนมาร์กพบว่าการหลีกเลี่ยงภาษีแทบเป็นศูนย์สำหรับเงินได้ที่มีบุคคลที่สามรายงาน เช่น ค่าจ้าง แต่สูงสำหรับเงินได้ที่ผู้เสียภาษีรายงานเอง เช่น เงินได้จากการประกอบธุรกิจส่วนตัวและรายการหักต่าง ๆ ผลนี้เป็นกรอบอธิบายว่าเหตุใดกฎหมายภาษีจึงวางกลไกกำกับเงินได้สองกลุ่มนี้ต่างกัน7

Kleven และคณะสรุปว่าอัตราการหลีกเลี่ยงภาษี "close to zero for income subject to third-party reporting, but substantial for self-reported income" และในแบบจำลองของงานนี้ เงินได้ที่รายงานเองรวมถึง "self-employment income, various deductions"8 เมื่อเทียบกับกฎหมายไทย เงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา ๔๐ (๑) มีนายจ้างเป็นบุคคลที่สามที่มีข้อมูลการจ่ายเงิน ส่วนเงินได้จากธุรกิจตาม (๘) และค่าใช้จ่ายที่นำมาหัก พึ่งข้อมูลของผู้มีเงินได้เองมากกว่า มาตรา ๔๘ (๒) ซึ่งกำหนดภาษีขั้นต่ำร้อยละ ๐.๕ โดยไม่นับเงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๑) จึงอ่านได้ในเชิงนิติเศรษฐศาสตร์ว่าเป็นเพดานล่างสำหรับกลุ่มเงินได้ที่รายงานเอง ข้อจำกัดของการเทียบคือกฎหมายไทยไม่ได้ระบุเหตุผลนี้ไว้ในตัวบท และงานวิจัยศึกษาข้อมูลของเดนมาร์ก ข้อค้นพบจึงใช้เป็นกรอบอธิบาย ไม่ใช่ข้อยืนยันเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ เกณฑ์ที่ต้องยื่นรายการ ค่าลดหย่อนบุตร ภาษีขั้นต่ำร้อยละ ๐.๕ และกำหนดเวลายื่น คำตอบแต่ละข้ออ้างมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๖ แห่งประมวลรัษฎากร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร
รวมเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ หักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๖ และหักลดหย่อนตามมาตรา ๔๗ ส่วนที่เหลือเป็นเงินได้สุทธิ ซึ่งเสียภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวดตามมาตรา ๔๘ (๑)
มีเงินเดือนอย่างเดียว ต้องยื่นรายการเมื่อเงินได้เท่าใด
ถ้าไม่มีสามีหรือภริยา ต้องยื่นเมื่อเงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๑) ประเภทเดียวเกิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ถ้ามีสามีหรือภริยา ต้องยื่นเมื่อเกิน ๒๒๐,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๕๖
ลดหย่อนบุตรได้คนละเท่าใด
บุตรชอบด้วยกฎหมายคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท และบุตรคนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. ๒๕๖๑ หักเพิ่มอีกคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท บุตรบุญธรรมคนละ ๓๐,๐๐๐ บาท รวมกันไม่เกินสามคน แต่ถ้ามีบุตรชอบด้วยกฎหมายที่มีชีวิตอยู่ตั้งแต่สามคนขึ้นไป จะหักบุตรบุญธรรมไม่ได้ ตามมาตรา ๔๗ (๑) (ค)
ภาษีขั้นต่ำร้อยละ ๐.๕ ใช้กับใคร
ใช้กับผู้มีเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ ๑๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป โดยไม่นับเงินได้ตามมาตรา ๔๐ (๑) ภาษีตามอัตราก้าวหน้าต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๕ ของยอดเงินได้พึงประเมินนั้น ตามมาตรา ๔๘ (๒) แต่ถ้าภาษีที่คำนวณตามวิธีนี้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ ๔๘๐) พ.ศ. ๒๕๕๒
ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในเมื่อใด
ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีภาษีที่มีเงินได้ ตามมาตรา ๕๖