ปรับปรุงล่าสุด

ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีรายปีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บจากเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ฐานภาษีคือมูลค่าตามราคาประเมินทุนทรัพย์ ไม่ใช่ราคาซื้อขาย อัตราที่ใช้จริงกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งใช้ตั้งแต่ปีภาษี ๒๕๖๕ เป็นต้นไป แยกตามประเภทการใช้ประโยชน์ คือ เกษตรกรรมร้อยละ ๐.๐๑ ถึง ๐.๑ ที่อยู่อาศัยร้อยละ ๐.๐๒ ถึง ๐.๑ การใช้ประโยชน์อื่นร้อยละ ๐.๓ ถึง ๐.๗ และที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าเริ่มที่ร้อยละ ๐.๓ บ้านที่เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดาและมีชื่อในทะเบียนบ้านได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกินห้าสิบล้านบาท ท้องถิ่นแจ้งการประเมินภายในเดือนกุมภาพันธ์ และผู้เสียภาษีชำระภายในเดือนเมษายนของทุกปี

สาระสำคัญ

สารบัญ
  1. ฐานภาษีและวิธีคำนวณ
  2. อัตราภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์
  3. การยกเว้นมูลค่าฐานภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา
  4. ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า
  5. การประเมินและกำหนดชำระภาษี
  6. การคัดค้าน อุทธรณ์ และฟ้องคดี
  7. กฎหมายเปรียบเทียบ: ภาษีทรัพย์สินถาวรของญี่ปุ่น
  8. นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์
  9. คำถามที่พบบ่อย

ฐานภาษีและวิธีคำนวณ

ฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคือมูลค่าทั้งหมดของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตามราคาประเมินทุนทรัพย์ ไม่ใช่ราคาที่ซื้อมาหรือราคาตลาด วิธีคำนวณตามมาตรา ๔๒ คือ นำฐานภาษีหักมูลค่าที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๔๐ หรือมาตรา ๔๑ แล้วคูณด้วยอัตราภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์1

มาตรา ๓๕ แยกเกณฑ์ไว้สามแบบ ที่ดินใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด เจ้าของจึงควรตรวจราคาประเมินที่ท้องถิ่นประกาศก่อนตรวจจำนวนภาษี เพราะความคลาดเคลื่อนของฐานภาษีส่งผลต่อภาษีทุกบาท

มาตรา ๔๒ วรรคสองกำหนดว่า ที่ดินหลายแปลงที่มีอาณาเขตติดต่อกันและเป็นของเจ้าของเดียวกัน ให้คำนวณมูลค่ารวมกันเป็นฐานภาษี ส่วนที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์หลายประเภท มาตรา ๓๘ ให้จัดเก็บตามสัดส่วนของการใช้ประโยชน์แต่ละประเภท2

อัตราภาษีตามประเภทการใช้ประโยชน์

อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้จริงอยู่ในพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งใช้ "สำหรับการจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป" เป็นอัตราขั้นบันไดตามมูลค่าของฐานภาษี แยกสี่ประเภท คือ เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย การใช้ประโยชน์อื่น และที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า3

ประเภทอัตราตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๖๔ (ร้อยละของมูลค่าแต่ละช่วง)อัตราสูงสุดตามมาตรา ๓๗
เกษตรกรรมไม่เกิน ๗๕ ล้านบาท ๐.๐๑ · เกิน ๗๕ ถึง ๑๐๐ ล้าน ๐.๐๓ · เกิน ๑๐๐ ถึง ๕๐๐ ล้าน ๐.๐๕ · เกิน ๕๐๐ ถึง ๑,๐๐๐ ล้าน ๐.๐๗ · เกิน ๑,๐๐๐ ล้าน ๐.๑๐.๑๕
ที่อยู่อาศัย (ก) บ้านและที่ดินของบุคคลธรรมดาที่มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่เกิน ๒๕ ล้าน ๐.๐๓ · เกิน ๒๕ ถึง ๕๐ ล้าน ๐.๐๕ · เกิน ๕๐ ล้าน ๐.๑๐.๓
ที่อยู่อาศัย (ข) สิ่งปลูกสร้างของบุคคลธรรมดาที่มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่เกิน ๔๐ ล้าน ๐.๐๒ · เกิน ๔๐ ถึง ๖๕ ล้าน ๐.๐๓ · เกิน ๖๕ ถึง ๙๐ ล้าน ๐.๐๕ · เกิน ๙๐ ล้าน ๐.๑๐.๓
ที่อยู่อาศัย (ค) กรณีอื่นไม่เกิน ๕๐ ล้าน ๐.๐๒ · เกิน ๕๐ ถึง ๗๕ ล้าน ๐.๐๓ · เกิน ๗๕ ถึง ๑๐๐ ล้าน ๐.๐๕ · เกิน ๑๐๐ ล้าน ๐.๑๐.๓
ใช้ประโยชน์อื่น เช่น พาณิชยกรรม อุตสาหกรรมไม่เกิน ๕๐ ล้าน ๐.๓ · เกิน ๕๐ ถึง ๒๐๐ ล้าน ๐.๔ · เกิน ๒๐๐ ถึง ๑,๐๐๐ ล้าน ๐.๕ · เกิน ๑,๐๐๐ ถึง ๕,๐๐๐ ล้าน ๐.๖ · เกิน ๕,๐๐๐ ล้าน ๐.๗๑.๒
ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพช่วงมูลค่าและอัตราเดียวกับการใช้ประโยชน์อื่น (๐.๓ ถึง ๐.๗) และเพิ่มตามมาตรา ๔๓๑.๒ (รวมส่วนเพิ่มไม่เกิน ๓)

มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่งกำหนดอัตราสูงสุดไว้ และวรรคห้าให้ตราอัตราที่ใช้จัดเก็บเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่ง "ต้องไม่เกินอัตราภาษีที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง" องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องการเก็บสูงกว่าพระราชกฤษฎีกาตราข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ แต่ต้องไม่เกินอัตราสูงสุดเช่นกัน4 อัตราที่ใช้กับทรัพย์สินรายการหนึ่งจึงต้องตรวจทั้งพระราชกฤษฎีกาและประกาศของท้องถิ่นที่ทรัพย์สินตั้งอยู่

อัตราขั้นบันไดคิดแยกช่วง ตัวอย่างเช่น อาคารพาณิชย์ที่มีฐานภาษี ๖๐ ล้านบาท ส่วน ๕๐ ล้านบาทแรกคิดร้อยละ ๐.๓ เท่ากับ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เกินอีก ๑๐ ล้านบาทคิดร้อยละ ๐.๔ เท่ากับ ๔๐,๐๐๐ บาท รวม ๑๙๐,๐๐๐ บาท ก่อนการลดหรือยกเว้นอื่นที่กฎหมายกำหนด

การยกเว้นมูลค่าฐานภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา

บุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีสองกรณี กรณีแรกคือบ้านและที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเจ้าของมีชื่อในทะเบียนบ้านในวันที่ ๑ มกราคมของปีภาษี ยกเว้นไม่เกินห้าสิบล้านบาท ถ้าเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ยกเว้นไม่เกินสิบล้านบาท ตามมาตรา ๔๑ กรณีที่สองคือที่ดินที่ใช้ประกอบเกษตรกรรม ยกเว้นมูลค่ารวมในเขตท้องถิ่นเดียวกันไม่เกินห้าสิบล้านบาท ตามมาตรา ๔๐5

เงื่อนไขเรื่องชื่อในทะเบียนบ้านวันที่ ๑ มกราคม เป็นเงื่อนไขที่ควรตรวจก่อน ผู้ที่ซื้อบ้านแล้วย้ายชื่อเข้าในเดือนกุมภาพันธ์จะยังไม่ได้รับยกเว้นในปีภาษีนั้น

ศาลฎีกาตีความมาตรา ๔๑ อย่างเคร่งครัด ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๔๔/๒๕๖๙ บุคคลหนึ่งมีชื่อในทะเบียนราษฎรและใช้ห้องชุดเป็นที่อยู่อาศัยในลักษณะของสินสมรส แต่ไม่มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด ศาลวินิจฉัยว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ "ไม่อาจอ้าง" บุคคลนั้นเพื่อขอยกเว้นได้ เพราะการยึดหลักฐานทางทะเบียนที่ดินทำให้การจัดเก็บ "เกิดความแน่นอน ชัดเจน และเป็นธรรม"6

ในทางกลับกัน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๒๒๗/๒๕๖๘ วินิจฉัยว่าการยกเว้นห้าสิบล้านบาทตามมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่งพิจารณา "จากตัวทรัพย์เป็นสำคัญ" ไม่แบ่งตามจำนวนผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมในห้องชุดเดียวกันจึงได้รับยกเว้นมูลค่าในส่วนที่ไม่เกินห้าสิบล้านบาทของห้องชุดนั้น และอ้างมาตรา ๑๓๖๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาแบ่งการยกเว้นต่อคนไม่ได้7

ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า

ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพเสียภาษีตามอัตราของประเภทนี้ และถ้าทิ้งไว้ติดต่อกันสามปี มาตรา ๔๓ ให้เพิ่มอัตราอีกร้อยละ ๐.๓ ในปีที่สี่ และเพิ่มอีกร้อยละ ๐.๓ ทุกสามปีที่ยังทิ้งไว้ แต่อัตรารวมต้องไม่เกินร้อยละ ๓8

ความหมายของที่ดินที่ "ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ" อยู่ในกฎกระทรวงตามมาตรา ๓๗ วรรคสี่ ไม่ใช่การดูด้วยตาว่ามีสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ เจ้าของที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ควรตรวจหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวงนั้นก่อนวางแผน เพราะส่วนเพิ่มตามมาตรา ๔๓ สะสมตามจำนวนปี

การประเมินและกำหนดชำระภาษี

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องส่งแบบประเมินภาษีให้ผู้เสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของแต่ละปี ตามมาตรา ๔๔ และผู้เสียภาษีต้องชำระตามแบบแจ้งการประเมินภายในเดือนเมษายนของทุกปี ตามมาตรา ๔๖9

ภาษีนี้ไม่มีการยื่นแบบแสดงรายการแบบภาษีเงินได้ ท้องถิ่นเป็นผู้ประเมินจากข้อมูลที่สำรวจ ผู้เสียภาษีจึงควรตรวจแบบแจ้งการประเมินทุกปีว่าประเภทการใช้ประโยชน์ เนื้อที่ ราคาประเมิน และการยกเว้นถูกต้อง ก่อนชำระหรือก่อนครบกำหนดคัดค้าน

การคัดค้าน อุทธรณ์ และฟ้องคดี

ผู้เสียภาษีที่เห็นว่าการประเมินไม่ถูกต้องมีสามขั้น ขั้นแรกยื่นคำร้องคัดค้านต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน ตามมาตรา ๗๓ ขั้นที่สองถ้าผู้บริหารท้องถิ่นไม่เห็นชอบ อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง ขั้นที่สามฟ้องคดีต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามมาตรา ๘๒10

มาตรา ๗๓ ให้ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาคำร้องให้เสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง ถ้าพิจารณาไม่เสร็จภายในเวลานั้น "ให้ถือว่าผู้บริหารท้องถิ่นเห็นชอบกับคำร้องของผู้เสียภาษี" ผู้เสียภาษีจึงควรเก็บหลักฐานวันที่ยื่นคำร้องไว้ทุกครั้ง10 ขั้นตอนโต้แย้งภาษีประเภทอื่นอยู่ในคู่มือ การโต้แย้งและอุทธรณ์การประเมินภาษีอากร

ระหว่างคัดค้านและอุทธรณ์ ภาษียังต้องชำระภายในเดือนเมษายน เพราะมาตรา ๗๓ วรรคห้าบัญญัติว่า "การคัดค้านและการอุทธรณ์ไม่เป็นการทุเลาการชำระภาษี" เว้นแต่ผู้บริหารท้องถิ่นมีคำสั่งให้ทุเลาตามคำร้อง ซึ่งทุเลาได้เฉพาะส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจากภาษีปีก่อนและอาจสั่งให้วางประกัน10 ในชั้นอุทธรณ์ มาตรา ๘๑ ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีวินิจฉัยภายในหกสิบวัน ขยายได้อีกไม่เกินสามสิบวัน ถ้าวินิจฉัยไม่ทันกำหนด ผู้อุทธรณ์ "มีสิทธิฟ้องเป็นคดีต่อศาลได้โดยไม่ต้องรอฟังผลการพิจารณา" ภายในสามสิบวันนับแต่พ้นกำหนด และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยให้คืนเงิน ผู้อุทธรณ์ได้ดอกเบี้ยร้อยละหนึ่งต่อเดือนนับแต่วันที่ชำระภาษี13 คดีที่ฟ้องตามมาตรา ๘๒ เริ่มที่ศาลภาษีอากรกลาง ขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และยุติที่ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร ดังที่ปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๔๔/๒๕๖๙ และ ๓๒๒๗/๒๕๖๘ ที่อ้างในหัวข้อการยกเว้นข้างต้น

คดีที่ผู้เสียภาษีชนะในศาลฎีกาแล้วคือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๕๘๙/๒๕๖๗ รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติการประปานครหลวง พ.ศ. ๒๕๑๐ ถูกประเมินภาษีสำหรับคลองประปาที่ใช้ส่งน้ำดิบ ศาลวินิจฉัยว่าการเรียกเก็บเงินจากประชาชน "ไม่ได้หมายความว่าจะถือเป็นการใช้หาผลประโยชน์" อันจะไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๘ (๑) เสมอไป แต่ต้องพิจารณารูปแบบของหน่วยงาน ประเภทกิจการ วัตถุประสงค์ และลักษณะการใช้ทรัพย์สิน แล้วพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีประจำจังหวัดนครปฐม14 ลำดับขั้นตอนทุกชั้น กำหนดเวลา ผลของคำร้องที่ลงนามโดยผู้ไม่มีอำนาจตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ และการเปรียบเทียบกับญี่ปุ่น อังกฤษ และเยอรมนี อธิบายไว้ในบทความ อุทธรณ์ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: การคัดค้านตามมาตรา ๗๓ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และการฟ้องศาลภาษีอากร

กฎหมายเปรียบเทียบ: ภาษีทรัพย์สินถาวรของญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเก็บภาษีทรัพย์สินถาวร (固定資産税) ในระดับเทศบาลเช่นเดียวกับไทย แต่ใช้อัตรามาตรฐานอัตราเดียว คือร้อยละ ๑.๔ ตามกฎหมายภาษีท้องถิ่น (地方税法) มาตรา ๓๕๐ และลดฐานภาษีของที่ดินอยู่อาศัยแทนการยกเว้นเป็นจำนวนเงิน11

มาตรา 349-3-2 (第三百四十九条の三の二) ให้ฐานภาษีของที่ดินอยู่อาศัยเป็นหนึ่งในสามของราคา และที่ดินอยู่อาศัยขนาดเล็กไม่เกินสองร้อยตารางเมตร (คิดต่อหน่วยที่อยู่อาศัย) เป็นหนึ่งในหกของราคา กฎหมายญี่ปุ่นตัดสิทธินี้ออกจากที่ดินของบ้านว่างที่เจ้าของได้รับคำแนะนำตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการพิเศษเรื่องบ้านว่าง11 ผลจึงคล้ายมาตรา ๔๓ ของไทยในแง่ที่ทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์รับภาระสูงกว่า แต่ไทยใช้การเพิ่มอัตรา ส่วนญี่ปุ่นใช้การถอนการลดฐานภาษี

ประเด็นไทยญี่ปุ่น
ผู้จัดเก็บองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาล (市町村)
อัตราขั้นบันไดตามประเภทและมูลค่า (พ.ร.ฎ. ๒๕๖๔)อัตรามาตรฐานร้อยละ ๑.๔ (มาตรา ๓๕๐)
บ้านอยู่อาศัยยกเว้นมูลค่าไม่เกินห้าสิบล้านบาท (มาตรา ๔๑)ลดฐานภาษีเหลือหนึ่งในสามหรือหนึ่งในหก
ทรัพย์สินที่ไม่ใช้ประโยชน์อัตราเพิ่มทุกสามปี รวมไม่เกินร้อยละ ๓ (มาตรา ๔๓)ตัดสิทธิลดฐานภาษีของที่ดินบ้านว่างที่ได้รับคำแนะนำ

นิติเศรษฐศาสตร์และความรู้ข้ามศาสตร์

เศรษฐศาสตร์การคลังถือว่าภาษีทรัพย์สินรายปีบิดเบือนการตัดสินใจน้อยกว่าภาษีประเภทอื่น เพราะฐานภาษีเคลื่อนย้ายไม่ได้ Norregaard (2013) ในเอกสารวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศสรุปว่าภาษีที่เก็บจากที่ดินและอาคารเป็นรายปี "are generally considered to be more efficient than other types of taxes" เพราะไม่กระทบการตัดสินใจทำงาน ลงทุน และสร้างนวัตกรรม12

งานเดียวกันจำกัดข้อสรุปนี้ไว้ว่า "only land is truly immobile" ส่วนทุนที่ลงไปในอาคาร โดยเฉพาะอาคารที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เคลื่อนย้ายได้ และภาษีที่สูงขึ้นอาจผลักทุนไปยังพื้นที่ที่เก็บภาษีต่ำกว่า12 เมื่ออ่านคู่กับกฎหมายไทย อัตราการใช้ประโยชน์อื่นที่สูงกว่าอัตราที่อยู่อาศัยหลายเท่า และอำนาจของท้องถิ่นในการเก็บสูงกว่าพระราชกฤษฎีกา จึงเป็นปัจจัยที่ผู้ลงทุนในอาคารพาณิชย์ควรนำเข้าไปในการเลือกทำเล ส่วนการเพิ่มอัตราที่ดินว่างเปล่าตามมาตรา ๔๓ ใช้คุณสมบัติที่ที่ดินย้ายไม่ได้เป็นแรงจูงใจให้ใช้ประโยชน์ ข้อนี้เป็นการตีความของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อสรุปของ Norregaard เรื่องกฎหมายไทยโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ อัตราภาษี การยกเว้นบ้านที่อยู่อาศัย กำหนดชำระ ที่ดินว่างเปล่า และการคัดค้านการประเมิน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคิดอัตราเท่าไร
ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งใช้ตั้งแต่ปีภาษี ๒๕๖๕ เกษตรกรรมร้อยละ ๐.๐๑ ถึง ๐.๑ ที่อยู่อาศัยร้อยละ ๐.๐๒ ถึง ๐.๑ การใช้ประโยชน์อื่นและที่ดินว่างเปล่าร้อยละ ๐.๓ ถึง ๐.๗ แบบขั้นบันไดตามมูลค่า ท้องถิ่นเก็บสูงกว่านี้ได้ด้วยข้อบัญญัติท้องถิ่นแต่ไม่เกินอัตราสูงสุดในมาตรา ๓๗
บ้านหลังเดียวต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่
ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา ใช้บ้านและที่ดินเป็นที่อยู่อาศัย และมีชื่อในทะเบียนบ้านในวันที่ ๑ มกราคมของปีภาษี ได้รับยกเว้นมูลค่าฐานภาษีไม่เกินห้าสิบล้านบาทตามมาตรา ๔๑ ส่วนที่เกินห้าสิบล้านบาทเสียภาษีตามอัตราที่อยู่อาศัย ถ้าเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง ยกเว้นไม่เกินสิบล้านบาท
ต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเมื่อใด
ท้องถิ่นส่งแบบประเมินภายในเดือนกุมภาพันธ์ตามมาตรา ๔๔ และผู้เสียภาษีต้องชำระตามแบบแจ้งการประเมินภายในเดือนเมษายนของทุกปีตามมาตรา ๔๖
ที่ดินว่างเปล่าเสียภาษีเพิ่มอย่างไร
ที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพติดต่อกันสามปี เสียภาษีเพิ่มร้อยละ ๐.๓ ในปีที่สี่ และเพิ่มอีกร้อยละ ๐.๓ ทุกสามปีที่ยังทิ้งไว้ แต่อัตรารวมไม่เกินร้อยละ ๓ ตามมาตรา ๔๓
ไม่เห็นด้วยกับการประเมินภาษีที่ดินต้องทำอย่างไร
ยื่นคำร้องคัดค้านต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมินตามมาตรา ๗๓ ถ้าไม่เห็นชอบ อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีภายในสามสิบวัน และฟ้องศาลภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๘๒